เปลี่ยนตัวห้าคน 2022 คือการเพิ่มทางเลือกให้ทีมพรีเมียร์ลีกตั้งแต่ฤดูกาล 2022/23 โดยยังจำกัดการเปลี่ยนระหว่างเกมไว้สามช่วง และมีช่วงพักครึ่งเพิ่มเติม จำนวนผู้เล่นที่ส่งลงกับจำนวนครั้งที่หยุดเพื่อเปลี่ยนจึงเป็นคนละเรื่อง กติกานี้เคยใช้ชั่วคราวช่วงท้ายฤดูกาล 2019/20 ก่อนลีกกลับไปใช้สามคน แล้วจึงนำห้าคนกลับมาอีกครั้ง
ห้าคนปี2020ใช้ภายใต้เงื่อนไขใด
วันที่ 4 มิถุนายน 2020 พรีเมียร์ลีกประกาศให้ใช้ตัวสำรองได้ห้าคนสำหรับการแข่งขันที่เหลือของฤดูกาล 2019/20 และส่งรายชื่อตัวสำรองได้เก้าคน การตัดสินใจเกิดในช่วงเตรียมกลับมาแข่งขันหลังการหยุดเพราะการระบาด ทีมต้องกลับมาลงสนามและจบโปรแกรมที่ค้างอยู่ภายใต้ระยะเวลาจำกัด
เบื้องหลังคือการปรับกติกาชั่วคราวของคณะกรรมการสมาคมฟุตบอลระหว่างประเทศ หรือไอเอฟเอบี ในเดือนพฤษภาคม 2020 ซึ่งเปิดทางให้ผู้จัดการแข่งขันเลือกใช้ตัวสำรองห้าคนเพื่อดูแลสวัสดิภาพผู้เล่น การเปิดทางไม่ได้บังคับว่าทุกลีกต้องใช้เหมือนกันทั้งหมด ผู้จัดแต่ละรายการยังต้องตัดสินใจว่าจะนำเงื่อนไขนี้มาใช้หรือไม่
พรีเมียร์ลีกเลือกใช้ในช่วงจบฤดูกาลดังกล่าว แต่ประกาศเดือนสิงหาคม 2020 ให้กลับไปใช้ตัวสำรองสามคนในฤดูกาล 2020/21 ดังนั้นการเห็นทีมเปลี่ยนห้าคนในเกมเดือนกรกฎาคม 2020 ไม่ได้หมายความว่าเกมพรีเมียร์ลีกทุกนัดหลังจากนั้นใช้ห้าคนต่อเนื่องแล้ว การเปรียบเทียบการตัดสินใจของผู้จัดการทีมข้ามช่วงเวลาต้องนับโควตาที่มีในนัดนั้นด้วย
ปี2022/23เปลี่ยนสถานะอย่างไร
เปลี่ยนตัวห้าคน 2022 กลับมาเป็นทางเลือกของทุกทีมในลีก
การประชุมสโมสรพรีเมียร์ลีกวันที่ 31 มีนาคม 2022 เห็นชอบให้ฤดูกาลถัดไปเปลี่ยนตัวได้ห้าคน ใช้ได้สามช่วงระหว่างเกมและช่วงพักครึ่ง พร้อมส่งรายชื่อตัวสำรองเก้าคน ต่อมาไอเอฟเอบีรับรองให้ทางเลือกห้าคนอยู่ในกติกาฤดูกาล 2022/23 อย่างถาวร โดยการแก้กติกามีผลวันที่ 1 กรกฎาคม 2022
สองการตัดสินใจมีหน้าที่ต่างกัน ไอเอฟเอบีกำหนดกรอบกติกาสากล ส่วนพรีเมียร์ลีกเลือกวิธีใช้ในรายการของตน เมื่อฤดูกาลใหม่เริ่มเดือนสิงหาคม โค้ชจึงวางแผนทั้งฤดูกาลโดยมีเพดานห้าคน ไม่ใช่รอประกาศพิเศษเฉพาะโปรแกรมที่ตกค้างเหมือนช่วงกลับมาแข่งปี 2020
รายชื่อสำรองเก้าคนเป็นกลุ่มผู้เล่นที่เลือกใช้ได้ ไม่ใช่สิทธิ์ส่งลงครบเก้าคน และห้าคนก็เป็นจำนวนสูงสุด ไม่ใช่ข้อบังคับว่าต้องเปลี่ยนให้หมด ทีมอาจจบการแข่งขันโดยใช้เพียงสองหรือสามคนได้ หากผู้จัดการทีมเห็นว่าผู้เล่นในสนามยังตอบโจทย์อยู่ สิ่งที่เพิ่มขึ้นคือทางเลือก ไม่ใช่คำสั่งให้รื้อทีมระหว่างเกมเสมอไป

ห้าผู้เล่นกับสามโอกาสต่างกันอย่างไร
ลองสมมติว่าทีมเปลี่ยนสองคนในนาที 60 อีกสองคนในนาที 75 และคนสุดท้ายในนาที 85 รวมเป็นห้าคนจากสามช่วงพอดี การยกป้ายหลายหมายเลขในช่วงหยุดเดียวกันไม่ได้ทำให้ใช้โอกาสเท่าจำนวนผู้เล่นที่เปลี่ยน ข้อจำกัดนี้ช่วยให้ทีมส่งคนใหม่ได้มากขึ้นโดยไม่เพิ่มช่วงหยุดแยกกันถึงห้าครั้ง
ในทางกลับกัน หากเปลี่ยนทีละคนในนาที 55 นาที 65 และนาที 75 ทีมจะใช้ไปสามคนแต่ครบสามช่วงแล้ว แม้ยังเหลือโควตาผู้เล่นสองคน ก็ไม่สามารถเปิดช่วงที่สี่เพื่อเปลี่ยนตามปกติได้ในเวลาที่เหลือ การรอเก็บตัวสำรองไว้จึงไม่มีประโยชน์หากใช้โอกาสระหว่างเกมหมดก่อน ตัวอย่างนี้กล่าวถึงโควตาปกติ ไม่รวมกรณีที่มีกติกาเฉพาะแยกต่างหาก
พักครึ่งเป็นจุดที่ต้องนับให้ถูก หากเปลี่ยนสองคนระหว่างพักครึ่ง ทีมจะเหลือผู้เล่นที่เปลี่ยนได้อีกสามคน แต่ยังมีโอกาสระหว่างเกมครบสามช่วง จึงสามารถเปลี่ยนที่เหลือทีละคนในครึ่งหลังได้ พักครึ่งช่วยรักษาจำนวนช่วง แต่ไม่ได้ทำให้เพดานผู้เล่นเพิ่มจากห้าเป็นเจ็ด
หากทั้งสองทีมเปลี่ยนพร้อมกันในช่วงหยุดเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างใช้โอกาสของตัวเองหนึ่งช่วง ไม่ใช่ฝ่ายหนึ่งได้เปลี่ยนฟรีเพราะคู่แข่งขอหยุดก่อน ส่วนการส่งหลายคนในช่วงหยุดเดียวกันของทีมเดียวถือเป็นโอกาสเดียว โค้ชจึงต้องเตรียมผู้เล่นและคำสั่งให้พร้อมก่อนเกมเดินต่อ ไม่ใช่ดูเฉพาะจำนวนคนที่ยังนั่งอยู่ข้างสนาม
โค้ชวางแผนเปลี่ยนพร้อมกันอย่างไร
ตัวอย่างจริงเกิดในเกมที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ชนะนอตทิงแฮม ฟอเรสต์ 6–0 ที่เอติฮัด สเตเดียม วันที่ 31 สิงหาคม 2022 ซิตี้ใช้ตัวสำรองห้าคน โดยนาที 55 ส่งริยาด มาห์เรซกับโคล พาลเมอร์ลงแทนโรดรีและฟิล โฟเดน ต่อมายังส่งเซร์คิโอ โกเมซ เควิน เดอ บรอยน์ และริโก ลูอิสลงสนาม การส่งสองคนในครั้งแรกแสดงให้เห็นว่าหนึ่งช่วงสามารถเปลี่ยนได้มากกว่าหนึ่งตำแหน่ง

รายชื่อที่ออกกับคนที่เข้าไม่จำเป็นต้องเป็นตำแหน่งเดียวกันทั้งหมด ผู้จัดการทีมสามารถขยับคนที่อยู่ในสนามแล้วจัดพื้นที่ใหม่ไปพร้อมกันได้ แต่การส่งสองคนพร้อมกันก็เพิ่มงานสื่อสาร ใครจะรับบอลจากแนวหลัง ใครคุมพื้นที่กลาง และใครเข้าประกบเมื่อเสียบอล ต้องชัดเจนก่อนเริ่มเล่นอีกครั้ง จำนวนตัวสำรองที่มากขึ้นจึงขยายทางเลือกทางแท็กติกพร้อมกับเพิ่มสิ่งที่ต้องจัดการ
ในสถานการณ์สมมติที่ทีมกำลังนำ โค้ชอาจเลือกเปลี่ยนผู้เล่นริมเส้นกับกองกลางพร้อมกันเพื่อเติมแรงวิ่งสองบริเวณ โดยเก็บอีกช่วงไว้ตอบสนองเหตุการณ์ปลายเกม หากทีมตามหลัง อาจใช้ช่วงเดียวส่งผู้เล่นเกมรุกหลายคนเพื่อเปลี่ยนรูปแบบการเข้าทำ ทั้งสองแบบยังต้องชั่งกับจำนวนคนและจำนวนช่วงที่เหลืออยู่
เมื่อดูการเปลี่ยนตัวในฤดูกาล 2022/23 คำถามที่ช่วยอธิบายการตัดสินใจจึงมีสามข้อ ทีมใช้ไปกี่คน ใช้ช่วงระหว่างเกมไปกี่ครั้ง และได้ใช้พักครึ่งหรือยัง การนับครบทั้งสามส่วนทำให้เข้าใจว่าทำไมบางทีมเปลี่ยนได้อีกหลายคนพร้อมกัน ขณะที่อีกทีมยังมีตัวสำรองเหลือแต่ไม่สามารถเรียกช่วงเปลี่ยนตามปกติเพิ่มได้แล้ว

