เบรนท์ฟอร์ดปีแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2021/22 ลงเอยด้วยอันดับ 13 และ 46 คะแนน เพราะทีมของโธมัส แฟรงค์นำอาวุธเดิมมาสู้กับคู่แข่งระดับสูง พร้อมหาทางฟื้นตัวหลังช่วงแพ้ต่อเนื่อง การเปิดบ้านชนะอาร์เซนอลทำให้ทุกคนมองเห็นทีมนี้ แต่การเก็บแต้มช่วงท้ายต่างหากที่ทำให้คืนเปิดสนามไม่กลายเป็นเพียงความทรงจำสวยงามของทีมที่ต้องตกชั้น
สถานะทีมใหม่ต้องนับจากลีกใด
เบรนท์ฟอร์ดปีแรกในพรีเมียร์ลีก แต่เคยผ่านลีกสูงสุดแล้ว
คำว่าฤดูกาลแรกหมายถึงการแข่งขันภายใต้ชื่อพรีเมียร์ลีก เบรนท์ฟอร์ดเคยอยู่ดิวิชันหนึ่งเดิมมาก่อน โดยเลื่อนขึ้นมาในปี 1935 เล่นสี่ฤดูกาลก่อนสงครามโลก และกลับมาแข่งขันอีกครั้งในฤดูกาล 1946/47 ก่อนตกชั้น จากนั้นต้องรอถึง 74 ปีจึงได้กลับสู่ระดับสูงสุดของอังกฤษ
ปี 2021/22 จึงเป็นฤดูกาลที่หกของสโมสรในลีกสูงสุด การแยกสองความหมายนี้ช่วยให้เข้าใจว่าทีมไม่ได้เพิ่งสร้างประวัติศาสตร์ทั้งหมดขึ้นในปีเดียว แต่กำลังเชื่อมฟุตบอลยุคใหม่เข้ากับช่วงเวลาที่แฟนบอลส่วนใหญ่ไม่เคยเห็นด้วยตาตนเอง อันดับ 13 ยังเป็นอันดับจบฤดูกาลที่ดีที่สุดเป็นลำดับสี่ในประวัติศาสตร์ลีกของสโมสร ณ เวลานั้น
เกมเปิดสนามแสดงอาวุธอะไร
วันที่ 13 สิงหาคม 2021 เบรนท์ฟอร์ดชนะอาร์เซนอล 2–0 ในบ้าน เซร์จี กานอสยิงประตูแรกของฤดูกาลในนาที 22 และคริสเตียน นอร์การ์ดโหม่งเพิ่มในนาที 73 ทีมไม่ได้รอให้อีกฝ่ายผิดพลาดอย่างเดียว ไบรอัน เอ็มเบอโม่ยิงชนเสา ส่วนดาบิด รายายังมีจังหวะเซฟสำคัญช่วงท้าย ความได้เปรียบจึงมาจากทั้งการสร้างโอกาสและการรักษาประตูตัวเอง
ประตูจากกานอสและนอร์การ์ดบอกด้วยว่าภาระการทำประตูไม่จำเป็นต้องตกอยู่กับอิวาน โทนีย์ทุกครั้ง เมื่อกองหน้าเป็นจุดสนใจของแนวรับ ผู้เล่นจากตำแหน่งอื่นสามารถเป็นคนจบจังหวะได้ คู่แข่งจึงต้องดูแลมากกว่าการประกบศูนย์หน้าเพียงคนเดียว การชนะตั้งแต่นัดแรกให้สามคะแนนทันที แต่ยังเปิดพื้นที่ให้ทีมเล่นเกมถัดไปโดยไม่ต้องแบกรับคำถามว่าจะคว้าชัยนัดแรกเมื่อใด

เจ็ดนัดแรกให้ผลชนะสาม เสมอสาม แพ้หนึ่ง รวม 12 คะแนน มีทั้งการชนะวูล์ฟแฮมป์ตัน 2–0 นอกบ้าน เสมอลิเวอร์พูล 3–3 และบุกชนะเวสต์แฮม 2–1 ผลงานเหล่านี้ทำให้เห็นว่าทีมสามารถเก็บแต้มได้หลายรูปแบบ ทั้งเกมที่ไม่เสียประตูและเกมที่ต้องยิงตอบโต้ คู่แข่งชื่อใหญ่จึงไม่ได้หมายถึงการยอมเสียคะแนนตั้งแต่ก่อนเริ่ม
ช่วงผลตกกับช่วงฟื้นตัวต่างกันอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจต้นฤดูกาลไม่ได้ป้องกันช่วงตกต่ำ ตั้งแต่แพ้เซาแธมป์ตันวันที่ 11 มกราคม จนถึงแพ้นิวคาสเซิลวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2022 เบรนท์ฟอร์ดเล่นลีกแปดนัดโดยไม่ชนะ เก็บได้เพียงคะแนนเดียวจากคริสตัล พาเลซ และแพ้อีกเจ็ดนัด ทีมที่เคยสร้างความประหลาดใจเริ่มต้องมองตารางด้านล่างอย่างจริงจัง
คริสเตียน อีริกเซนเข้ามาเสริมทีมระหว่างฤดูกาล และลงนัดแรกในเกมแพ้นิวคาสเซิล การฟื้นตัวไม่ได้เกิดขึ้นทันทีที่เขาก้าวลงสนาม แต่ในเดือนมีนาคมทีมเริ่มเปลี่ยนผลการแข่งขันได้ วันที่ 5 มีนาคม โทนีย์ทำแฮตทริกในชัยชนะ 3–1 ที่นอริช ก่อนยิงอีกสองลูกให้ทีมชนะเบิร์นลีย์ 2–0 นัดต่อมา การเอาชนะคู่แข่งที่อยู่ในกลุ่มดิ้นรนช่วยเพิ่มระยะห่างจากอันตรายโดยตรง
เกมเบิร์นลีย์แสดงคุณค่าของอีริกเซนอย่างเป็นรูปธรรม เขาครอสให้โทนีย์โหม่ง ก่อนกองหน้ารายเดิมเรียกจุดโทษและยิงปิดเกม การเพิ่มผู้เล่นที่ส่งบอลเข้าพื้นที่อันตรายได้แม่นยำทำให้โทนีย์มีบริการอีกแบบหนึ่ง แทนที่จะต้องสร้างทุกจังหวะด้วยการปะทะหรือเก็บบอลด้วยตัวเอง คุณภาพของผู้ส่งกับความพร้อมของผู้รับจึงทำงานร่วมกัน
วันที่ 2 เมษายน การบุกชนะเชลซี 4–1 ที่สแตมฟอร์ด บริดจ์เป็นอีกบททดสอบ เบรนท์ฟอร์ดเสียประตูก่อนในครึ่งหลัง แต่ยิงกลับสี่ลูก วิตาลี ยาเนลต์ทำสองประตู อีริกเซนและโยอัน วิสซาคนละหนึ่ง ประตูจากหลายคนทำให้การกลับมาชนะครั้งนี้แตกต่างจากการรอให้โทนีย์แก้ปัญหาทุกอย่าง และย้ำว่าความอันตรายสามารถมาจากผู้เล่นที่เติมขึ้นหลังแนวหน้าได้ด้วย

สิบเอ็ดนัดสุดท้ายเริ่มจากเกมนอริช เบรนท์ฟอร์ดชนะเจ็ด เสมอหนึ่ง แพ้สาม เก็บเพิ่ม 22 คะแนน เกือบเท่ากับ 24 คะแนนที่มีอยู่ก่อนช่วงดังกล่าว การฟื้นตัวจึงมีน้ำหนักต่อการอยู่รอดอย่างมาก แต่ไม่ได้แปลว่าทีมไร้จุดอ่อน เพราะยังแพ้เลสเตอร์ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และลีดส์ในช่วงเดียวกัน การมีอีริกเซนช่วยเพิ่มทางเลือก ขณะที่ผู้ทำประตูและผู้รักษาประตูคนเดิมยังต้องทำหน้าที่ของตนต่อไป
อันดับ13บอกความสำเร็จและข้อจำกัดอะไร
เมื่อครบ 38 นัด เบรนท์ฟอร์ดชนะ 13 เสมอเจ็ด แพ้ 18 ยิง 48 และเสีย 56 ประตู ผลต่างติดลบแปดสะท้อนว่าทีมยังเสียประตูมากกว่าที่ทำได้ และจำนวนครั้งที่แพ้ยังสูงกว่าครั้งที่ชนะ อันดับกลางตารางจึงไม่ควรถูกอ่านว่าเล่นเหนือคู่แข่งอย่างสม่ำเสมอตลอดปี
ถึงอย่างนั้น 46 คะแนนทำให้จบเหนือโซนตกชั้น 11 คะแนน และห่างจากอันดับครึ่งบนห้าคะแนน ทีมมีทั้งชัยชนะเหนืออาร์เซนอลในวันเปิดฤดูกาลและเชลซีในเดือนเมษายน แต่ความสำเร็จไม่ได้มีเพียงสองเกมนั้น การชนะนอริช เบิร์นลีย์ วัตฟอร์ด และเอฟเวอร์ตันในช่วงท้ายช่วยเปลี่ยนเกมกับคู่แข่งที่กดดันเรื่องอยู่รอดให้เป็นคะแนนของตนเอง
บทเรียนของปีแรกจึงอยู่ที่การผ่านช่วงที่สูตรเดิมให้ผลน้อยลง แล้วกลับมาสร้างโอกาสให้ผู้เล่นหลายตำแหน่งมีส่วนร่วม เบรนท์ฟอร์ดรักษาที่นั่งในลีกได้โดยมีระยะห่างพอสมควร พร้อมเห็นงานที่ต้องปรับต่อทั้งความสม่ำเสมอและการเสียประตู ฐานสำหรับปีถัดไปจึงเกิดจากประสบการณ์ครบฤดูกาล ไม่ได้อาศัยเสียงฉลองในคืนแรกเพียงคืนเดียว

