วีเออาร์เริ่มปี 2019 ในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2019/20 หลังสโมสรเห็นชอบในหลักการตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2018 ระบบนี้เพิ่มผู้ตัดสินที่ดูภาพจากจอเพื่อช่วยตรวจเหตุการณ์สำคัญสี่กลุ่ม ได้แก่ ประตู จุดโทษ ใบแดงโดยตรง และการลงโทษผิดคน ผู้ตัดสินในสนามยังเป็นผู้ตัดสินใจขั้นสุดท้าย ขณะที่รายละเอียดกติกาและวิธีใช้ภาพในช่วงแรกมีบางส่วนต่างจากปีต่อมา
การเห็นชอบกับเริ่มใช้งานต่างกันเมื่อใด
วันที่ 15 พฤศจิกายน 2018 สโมสรพรีเมียร์ลีกตกลงในหลักการว่าจะนำระบบผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอมาใช้ในฤดูกาลถัดไป ก่อนหน้านั้นมีการทดสอบและประเมินวิธีทำงานอยู่แล้ว การประกาศจึงเป็นการเตรียมเข้าสู่การแข่งขันจริงในปี 2019 ไม่ใช่การเริ่มเปลี่ยนคำตัดสินของเกมลีกทุกนัดทันทีในวันที่ลงมติ
พรีเมียร์ลีกอธิบายก่อนเปิดฤดูกาล 2019/20 ว่าทั้ง 380 นัดจะมีผู้ตัดสินวิดีโอทำงานจากศูนย์ที่สต็อกลีย์ พาร์ก ทางตะวันตกของลอนดอน บุคคลที่ดูจอเป็นผู้ตัดสินที่มีคุณสมบัติ ไม่ใช่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่ตัดสินทุกเหตุการณ์เอง ภาพจากกล้องเป็นข้อมูลให้ทีมงานตรวจและสื่อสารกับคนที่อยู่ในสนาม
วีเออาร์เริ่มปี 2019 กับการกลับคำตัดสินครั้งแรก
เกมเวสต์แฮมพบแมนเชสเตอร์ ซิตี้วันที่ 10 สิงหาคม 2019 เป็นตัวอย่างสำคัญ กาเบรียล เชซุสส่งบอลเข้าประตูจากการเล่นต่อของราฮีม สเตอร์ลิง แต่ภาพตรวจพบว่าสเตอร์ลิงล้ำหน้าก่อนส่ง จึงไม่ให้ประตูนั้น นี่เป็นครั้งแรกที่มีการกลับคำตัดสินด้วยความช่วยเหลือของวีเออาร์ในพรีเมียร์ลีก โดยซิตี้ยังชนะการแข่งขันที่ลอนดอน สเตเดียม 5–0

เหตุการณ์ประเภทใดเข้าข่ายตรวจ
กลุ่มแรกคือประตู รวมถึงการตรวจเหตุการณ์ก่อนบอลเข้าประตูที่เกี่ยวข้องกับการทำประตูนั้น จังหวะของสเตอร์ลิงแสดงว่าไม่จำเป็นต้องเป็นคนยิงที่ทำผิด การล้ำหน้าของคนส่งบอลก็ทำให้ประตูถูกยกเลิกได้ ผู้ชมจึงต้องแยกจังหวะจบสกอร์ออกจากลำดับการเล่นที่ทำให้กองหน้าได้รับโอกาส
กลุ่มที่สองคือการให้หรือไม่ให้จุดโทษ รวมถึงเหตุการณ์สำคัญเกี่ยวกับการเตะจุดโทษ ในเกมเวสต์แฮมกับซิตี้นัดเดียวกัน เซร์คิโอ อเกวโรยิงติดเซฟลูคัส ฟาเบียนสกี ก่อนเดแคลน ไรซ์สกัดบอลที่กระดอนออกมา ภาพตรวจพบว่าไรซ์เข้าเขตโทษก่อนจังหวะเตะและมีส่วนสำคัญต่อการเล่นต่อ จึงให้ยิงจุดโทษใหม่ตามการใช้กติกาในเวลานั้น
กลุ่มที่สามคือเหตุการณ์ใบแดงโดยตรง ขอบเขตปี 2019 ไม่ได้รวมการทบทวนใบเหลืองที่สองเป็นกรณีแยกของมันเอง แม้ผลของใบเหลืองที่สองจะทำให้นักเตะออกจากสนามเช่นกัน ส่วนกลุ่มที่สี่คือการระบุตัวผู้ถูกลงโทษผิดคน ซึ่งเป็นปัญหาว่าใครควรได้รับใบ ไม่ใช่การเปิดให้ตรวจใบเหลืองทุกจังหวะใหม่ทั้งหมด
การมีสี่กลุ่มไม่ได้หมายความว่าต้องหยุดเกมทุกครั้งที่มีภาพให้สงสัย ผู้ช่วยวิดีโอตรวจเหตุการณ์ที่อยู่ในขอบเขตโดยอัตโนมัติ ผู้เล่นไม่ต้องยื่นคำขอให้ตรวจ และยังต้องเล่นต่อจนผู้ตัดสินเป่านกหวีด หน้าที่ของระบบคือช่วยแก้ข้อผิดพลาดที่เข้าเงื่อนไข โดยไม่เปลี่ยนการแข่งขันเป็นการย้อนดูทุกการปะทะตั้งแต่ต้นเกม
ผู้ช่วยวิดีโอสัมพันธ์กับกรรมการสนามอย่างไร
หลักการที่พรีเมียร์ลีกประกาศเดือนกรกฎาคม 2019 ยืนยันว่าผู้ตัดสินสนามเป็นผู้ตัดสินใจสุดท้าย ผู้ช่วยวิดีโอสื่อสารข้อค้นพบผ่านวิทยุสองทาง การเห็นผู้ตัดสินหยุดรอจึงอาจหมายถึงกำลังรับข้อมูลจากทีมวิดีโอ ไม่ได้หมายความว่าคนในห้องจอเปลี่ยนคำตัดสินโดยไม่ผ่านผู้ตัดสินสนาม
เรื่องที่ต้องใช้ดุลยพินิจมีเกณฑ์แทรกแซงสูง โดยมุ่งข้อผิดพลาดที่ชัดเจนหรือเหตุการณ์ร้ายแรงที่พลาดไป แต่เรื่องข้อเท็จจริง เช่น ผู้เล่นล้ำหน้าหรือไม่ หรือจุดเกิดเหตุอยู่ในหรือนอกเขตโทษ ไม่ใช้การทดสอบความผิดพลาดชัดเจนแบบเดียวกัน ความแตกต่างนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมการล้ำหน้าเพียงเล็กน้อยยังนำไปสู่การกลับคำตัดสินได้
ความเร็วของภาพก็มีหน้าที่ต่างกัน แนวทางช่วงเริ่มต้นให้ใช้ภาพความเร็วจริงก่อนเพื่อพิจารณาความรุนแรง และใช้ภาพช้าเพื่อหาตำแหน่งที่มีการสัมผัส การเห็นจุดปะทะชัดขึ้นจึงไม่ใช่เรื่องเดียวกับการตัดสินแรงของการปะทะ หากดูแต่ภาพช้า รายละเอียดการเคลื่อนไหวจะต่างจากจังหวะที่ผู้เล่นเผชิญจริงในสนาม
การอธิบายให้แฟนบอลเข้าใจก็เป็นงานส่วนหนึ่ง พรีเมียร์ลีกกำหนดให้ใช้ข้อความบนจอใหญ่หรือประกาศเสียงแจ้งความล่าช้าที่เกี่ยวกับการตรวจ ในสนามที่มีจออาจแสดงคลิปที่ช่วยอธิบายคำตัดสินที่เปลี่ยนไป ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน 2019 ลีกและองค์กรผู้ตัดสินยังประกาศปรับปรุงความสม่ำเสมอ ความเร็ว และการสื่อสาร แสดงว่าปีแรกยังเป็นช่วงปรับการใช้งานจริงด้วย
สิ่งใดต้องตรวจใหม่หากอธิบายกฎปัจจุบัน
ตัวอย่างที่เห็นความต่างชัดคือกติกาแฮนด์บอลของฝ่ายรุก เดือนสิงหาคม 2019 เลอันเดร์ เดนดองเกอร์ยิงให้วูล์ฟแฮมป์ตันในเกมกับเลสเตอร์ แต่บอลแตะแขนวิลลี โบลีก่อนมาถึงเขา ประตูจึงถูกยกเลิก อีกนัดหนึ่งเชซุสคิดว่าทำประตูชัยให้ซิตี้เหนือท็อตแนมได้แล้ว แต่บอลแตะแขนอายเมริก ลาปอร์ตก่อนถึงกองหน้า ทำให้เกมที่เอติฮัดจบ 2–2 ตามเดิม

ในฤดูกาล 2021/22 แนวทางเปลี่ยนให้การสัมผัสมือโดยอุบัติเหตุของเพื่อนร่วมทีมก่อนอีกคนยิงประตูไม่เป็นความผิดแบบเดิม จึงไม่ควรนำผลจากสองเหตุการณ์ปี 2019 ไปใช้สรุปว่าบอลแตะแขนฝ่ายรุกเมื่อใดก็ต้องยกเลิกประตูเสมอ ต้องแยกคนทำประตูกับเพื่อนร่วมทีม รวมถึงลักษณะการสัมผัสด้วย
การใช้จอข้างสนามก็พัฒนาหลังปีแรก ในปี 2020/21 พรีเมียร์ลีกประกาศเพิ่มการใช้พื้นที่ทบทวนภาพของผู้ตัดสินสำหรับการตัดสินเชิงดุลยพินิจเรื่องประตู ใบแดง และจุดโทษ การมีระบบวิดีโอตั้งแต่ปี 2019 จึงไม่ได้หมายความว่าวิธีให้ผู้ตัดสินดูภาพด้วยตนเองจะเหมือนกันทุกฤดูกาล
ประวัติช่วงเริ่มต้นช่วยให้เห็นสองสิ่งที่ทำงานร่วมกัน คือกติกาที่บอกว่าเหตุใดเป็นความผิด และกระบวนการวิดีโอที่ช่วยตรวจเหตุการณ์นั้น ภาพอาจทำให้เห็นบอลแตะแขนชัดขึ้น แต่คำตัดสินยังขึ้นอยู่กับกติกาของฤดูกาลที่แข่งขัน ความเข้าใจทั้งสองส่วนทำให้การย้อนดูเกมปี 2019 ตรงกับบริบทของเกมนั้นจริง ๆ

