แมนซิตี้ร้อยแต้ม คือผลงานพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017/18 ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ชนะ 32 นัด เสมอ 4 และแพ้ 2 นัด ทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลาได้แชมป์ตั้งแต่เดือนเมษายน แต่ต้องรอประตูของกาเบรียล เชซุสในช่วงทดเวลานัดสุดท้ายจึงถึง 100 คะแนน เรื่องราวจึงมีทั้งการสร้างความได้เปรียบระหว่างฤดูกาลและการรักษาแรงผลักดันหลังตำแหน่งแชมป์อยู่ในมือแล้ว
การครองพื้นที่ช่วยสร้างโอกาสอย่างไร
ซิตี้มีผู้เล่นที่ช่วยพาบอลผ่านแรงกดดันตั้งแต่แนวหลัง เอแดร์ซอนเข้ามาเป็นผู้รักษาประตูที่จ่ายบอลได้แม่น ขณะที่ไคล์ วอล์กเกอร์และดานิโลเพิ่มทางเลือกในตำแหน่งแบ็ก เมื่อคู่แข่งขึ้นไล่ ทีมจึงมีโอกาสส่งบอลผ่านไปหาคนที่อยู่ถัดขึ้นมา แทนที่จะต้องรีบเตะทิ้งทุกครั้งที่พื้นที่หน้าเขตโทษแคบลง
บทวิเคราะห์ของพรีเมียร์ลีกระบุว่าซิตี้ครองบอลเฉลี่ย 71.9 เปอร์เซ็นต์ในฤดูกาลนั้น แต่โอกาสทำประตูไม่ได้เกิดจากการมีบอลนานเพียงอย่างเดียว ผู้รับต้องเคลื่อนเข้าพื้นที่ให้ถูกเวลา และผู้ส่งต้องเลือกจังหวะก่อนช่องจะปิด เกมชนะสโต๊ก 7–2 ที่เอติฮัดวันที่ 14 ตุลาคม 2017 แสดงความสัมพันธ์นี้ได้ชัด
ในประตูแรก ราฮีม สเตอร์ลิงตัดเกมสโต๊กแล้วส่งให้เควิน เดอ บรอยน์ กองกลางเบลเยียมรอให้วอล์กเกอร์วิ่งเลยขึ้นไปจึงส่งบอลตามทาง แบ็กขวาเปิดให้เชซุสยิงระยะใกล้ การวิ่งของวอล์กเกอร์เป็นส่วนที่ทำให้บอลจากกลางสนามไปถึงพื้นที่ข้างกรอบ ส่วนเชซุสต้องเข้าไปถึงจุดรับลูกเปิดให้ทัน
ประตูถัดมาใช้วิธีต่างออกไป เดอ บรอยน์รับบอลจากเลรอย ซาเนบริเวณหน้าเขตโทษแล้วทำท่าเหมือนจะยิง ก่อนส่งคืนให้ซาเนเล่นต่อไปถึงสเตอร์ลิงที่จบสกอร์ ความสำเร็จอยู่ที่การหลอกให้ฝ่ายรับเตรียมรับมือสิ่งหนึ่ง แล้วพาบอลผ่านอีกช่องหนึ่ง นักเตะไม่ได้แค่สลับกันถือบอล แต่เปลี่ยนสิ่งที่คู่แข่งต้องตัดสินใจด้วย

เกมเดียวกันซิตี้มีผู้ทำประตูหลายคน ทั้งเชซุส สเตอร์ลิง ดาบิด ซิลบา แฟร์นันดินโญ ซาเน และแบร์นาร์โด ซิลบา เดอ บรอยน์ไม่มีชื่อบนสกอร์บอร์ด แต่เป็นผู้ส่งบอลสำคัญในหลายจังหวะ ภาพนี้ช่วยอธิบายว่าทีมสร้างประตูจากการเชื่อมหน้าที่ระหว่างผู้เล่นได้อย่างไร โดยไม่จำเป็นต้องให้คนสร้างโอกาสเป็นคนยิงเอง
ช่วงชนะต่อเนื่องสร้างฐานคะแนนเท่าไร
สองเกมแรกซิตี้ชนะไบรท์ตันและเสมอเอฟเวอร์ตัน ได้ 4 คะแนน ก่อนเริ่มชนะต่อเนื่องด้วยการบุกชนะบอร์นมัธ 2–1 วันที่ 26 สิงหาคม 2017 ชุดชัยชนะเดินต่อไปจนถึงการเยือนนิวคาสเซิลวันที่ 27 ธันวาคม ซึ่งซิตี้ชนะ 1–0 รวมเป็น 18 นัดในพรีเมียร์ลีกและเพิ่มคะแนนอีก 54 แต้ม
แมนซิตี้ร้อยแต้ม มีฐาน 58 คะแนนหลัง 20 นัด
เมื่อรวมกับสองนัดแรก ซิตี้มี 58 คะแนนจากความเป็นไปได้สูงสุด 60 คะแนนหลังเล่นไป 20 นัด นั่นหมายความว่าทีมทำแต้มหล่นเพียงสองคะแนนในช่วงนี้ ฐานดังกล่าวทำให้ยังมีพื้นที่รองรับเกมที่ไม่เป็นไปตามต้องการในครึ่งหลังของฤดูกาล โดยไม่จำเป็นต้องชนะทุกนัดที่เหลือ
อย่างไรก็ตาม ชัยชนะทั้ง 18 เกมไม่ได้มีรูปแบบเดียวกัน ซิตี้ถล่มวัตฟอร์ด 6–0 และคริสตัล พาเลซ 5–0 แต่ก็มีช่วงสามเกมติดที่ชนะฮัดเดอร์สฟิลด์ เซาแธมป์ตัน และเวสต์แฮมด้วยสกอร์ 2–1 การได้สามคะแนนจากเกมที่สูสีมีผลต่อสถิติรวมเท่ากับชัยชนะขาดลอย
วันที่ 31 ธันวาคม พาเลซหยุดชุดชัยชนะด้วยผลเสมอ 0–0 จากนั้นลิเวอร์พูลเป็นทีมแรกที่ชนะซิตี้ในลีกฤดูกาลนี้ด้วยสกอร์ 4–3 เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2018 ทีมยังมีฐานคะแนนสูง แต่ผลสองนัดนี้แสดงว่าช่วงชนะต่อเนื่องกับการไม่แพ้เป็นคนละสถิติ และสิ้นสุดลงคนละวัน
ร้อยแต้มมาถึงหลังยืนยันแชมป์อย่างไร
ตำแหน่งแชมป์ได้รับการยืนยันวันที่ 15 เมษายน 2018 หลังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดแพ้เวสต์บรอมวิช อัลเบียน 0–1 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซิตี้มี 87 คะแนนจาก 33 นัด ส่วนยูไนเต็ดตามหลัง 16 คะแนนและเหลือห้านัดให้เก็บได้สูงสุด 15 คะแนน จึงไม่มีทางขึ้นมาแซงได้แล้ว
ซิตี้ยังเหลืออีกห้าเกมเช่นกัน และหากชนะทั้งหมดจะจบที่ 102 คะแนน ทีมเริ่มช่วงหลังได้แชมป์ด้วยการชนะสวอนซี 5–0 และเวสต์แฮม 4–1 ก่อนเสมอฮัดเดอร์สฟิลด์ 0–0 ผลเสมอนั้นทำให้คะแนนสูงสุดที่ยังไปถึงได้ลดลงเหลือ 100 และจำเป็นต้องชนะทั้งสองนัดสุดท้าย
ชัยชนะเหนือไบรท์ตัน 3–1 เพิ่มคะแนนเป็น 97 ก่อนเยือนเซาแธมป์ตันที่เซนต์ แมรีส์วันที่ 13 พฤษภาคม เกมสุดท้ายไม่ได้เปิดทางให้ง่าย ๆ เวสลีย์ ฮูดต์โหม่งชนคาน ส่วนแฟร์นันดินโญต้องสกัดลูกยิงของดูซาน ทาดิชจากเส้นประตู ซิตี้เองก็มีจังหวะสเตอร์ลิงยิงชนเสาและยังทำประตูไม่ได้เมื่อเข้าสู่ช่วงทดเวลา

เชซุสซึ่งลงมาเป็นตัวสำรองรับบอลยาวของเดอ บรอยน์ ก่อนยกข้ามอเล็กซ์ แม็คคาร์ธีเป็นประตูชัย 1–0 ในนาที 90+4 ชัยชนะเพิ่มคะแนนจาก 97 เป็น 100 ถ้าเกมจบเสมอ ซิตี้จะมี 98 คะแนนแทน สองคะแนนที่เพิ่มจากการเปลี่ยนผลเสมอเป็นชัยชนะจึงทำให้การส่งบอลและการจบสกอร์ครั้งสุดท้ายมีความหมายต่อสถิติโดยตรง
คะแนนรวมต่างจากความไร้พ่ายอย่างไร
ซิตี้จบฤดูกาลด้วยชัยชนะ 32 นัด คิดเป็น 96 คะแนน และผลเสมออีกสี่นัดเติมให้ครบ 100 ส่วนความพ่ายแพ้เกิดที่ลิเวอร์พูลและในเกมเหย้าต่อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2–3 ทีมจึงสร้างสถิติคะแนนได้แม้ไม่ได้ผ่านฤดูกาลโดยปราศจากความพ่ายแพ้ เพราะจำนวนชัยชนะชดเชยแต้มที่เสียไปได้มาก
ประตูได้ 106 ลูกกับประตูเสีย 27 ลูกทำให้ผลต่างอยู่ที่บวก 79 แต่ผลต่างประตูไม่ใช่คะแนนที่บวกเพิ่มในตาราง ซิตี้ได้คะแนนมากเพราะชนะบ่อย ส่วนประตูจำนวนมากช่วยอธิบายพลังเกมรุกและระยะห่างของสกอร์
ฤดูกาลร้อยแต้มจึงประกอบด้วยงานสองช่วงที่ต่อเนื่องกัน ช่วงชนะ 18 นัดสร้างฐานให้ทีมหนีคู่แข่ง ส่วนห้านัดหลังได้แชมป์เพิ่มอีก 13 คะแนนจนถึงหลักร้อย ประตูที่เซนต์ แมรีส์ปิดท้ายผลงานของทั้งฤดูกาล โดยยังมีการจ่ายบอล การวิ่ง และการตัดสินใจในวินาทีสำคัญเป็นส่วนที่ตัวเลขบนตารางเล่าแทนไม่ได้ทั้งหมด

