ลีกฝรั่งเศสยามสงครามไม่ใช่การแข่งขันรูปแบบเดียวที่ลากยาวหกปี แต่เป็นชุดของการแข่งขันที่เปลี่ยนกติกาและเปลี่ยนแผนที่แทบทุกฤดูกาล ระหว่างปี 1939 ถึง 1945 ฝรั่งเศสไม่มีแชมป์ลีกระดับประเทศตามความหมายปกติ มีทั้งการแบ่งตามเขตยึดครอง การยุบสถานะอาชีพ และการตั้งทีมใหม่ที่ไม่ใช่สโมสรเดิม ผลที่ได้จึงต้องอ่านแยกจากทะเบียนแชมป์ปกติ ไม่ใช่นำไปต่อท้ายรายชื่อแชมป์เหมือนฤดูกาลทั่วไป
สงครามเปลี่ยนโครงสร้างการแข่งอย่างไร
ฤดูกาล 1939-40 ควรเปิดฉากวันที่ 27 สิงหาคม 1939 แต่เกมนัดแรกไม่ได้เกิดขึ้น เพราะฝรั่งเศสประกาศสงครามวันที่ 3 กันยายน 1939 และการแข่งขันอาชีพถูกระงับทันที สมาคมฟุตบอลฝรั่งเศสจึงจัดการแข่งขันระหว่างภูมิภาคขึ้นแทนในฤดูใบไม้ร่วงปีเดียวกัน โดยแบ่งเป็นกลุ่มเหนือ 10 สโมสร และกลุ่มใต้ที่ซอยย่อยเป็นสองสายสายละห้าถึงหกทีม เกมแรกเตะกันวันที่ 3 ธันวาคม 1939
เหตุผลของการแบ่งพื้นที่เป็นเรื่องการเดินทางมากกว่าเรื่องกีฬา การระดมพล ข้อจำกัดของเส้นทางรถไฟ และความไม่แน่นอนของแนวรบ ทำให้การเดินทางข้ามประเทศเพื่อเล่นฟุตบอลกลายเป็นเรื่องไม่สมเหตุสมผล ท้ายที่สุดยุทธการแห่งฝรั่งเศสในเดือนพฤษภาคม 1940 ก็ตัดจบกลุ่มเหนือกลางคัน กลุ่มใต้ได้ผู้ชนะคือนีซ หลังบอร์กโดซ์ถูกปรับแพ้จากการส่งผู้เล่นที่ไม่มีสิทธิ์ลงสนาม แต่ไม่มีการมอบตำแหน่งแชมป์ระดับประเทศ เพราะอีกกลุ่มแข่งไม่จบ
การแบ่งกลุ่มต่างกันในแต่ละปีอย่างไร
หลังการยึดครอง แผนที่การแข่งขันถูกวาดตามเขตปกครอง ไม่ใช่ตามอันดับหรือระดับชั้น ฤดูกาล 1940-41 แบ่งเป็นสามเขต คือเขตยึดครอง 7 สโมสร เขตเสรี 9 สโมสร และเขตหวงห้าม 5 สโมสร รวมแล้วมีเพียง 21 ทีมที่กลับมาแข่ง เพราะหลายสโมสรยังปฏิเสธการลงแข่งขัน ผู้ชนะเขตยึดครองคือ เรดสตาร์ โอลิมปิก ด้วย 20 คะแนน เขตเสรีจบด้วยการที่มาร์กเซยและตูลูซมีคะแนนเท่ากันที่ 24 คะแนน ส่วนเขตหวงห้ามเป็นของล็องส์ โดยไม่มีตารางคะแนนอย่างเป็นทางการเผยแพร่
ปีถัดมาโครงสร้างขยับอีกครั้ง ฤดูกาล 1941-42 เขตยึดครองมี 9 สโมสร และผู้ชนะคือแร็งส์ด้วย 24 คะแนน เขตเสรีมี 9 สโมสร ผู้ชนะคือเซ็ตด้วย 25 คะแนน ส่วนเขตหวงห้ามขยายเป็น 12 สโมสร และล็องส์ชนะด้วย 58 คะแนน ดาวซัลโวรวมทุกเขตคือ โฆเซ มันดาลูนิซ ของรูอ็อง ที่ทำได้ 17 ประตู ฤดูกาล 1942-43 การแข่งขันเดินหน้าได้ราบรื่นกว่าปีก่อน ๆ แบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่กลุ่มละ 16 ทีม ล็องส์ชนะโซนเหนือ ตูลูซชนะโซนใต้ แต่ไม่มีการจัดนัดชิงระหว่างสองผู้ชนะ
| ฤดูกาล | โครงสร้าง | ผู้ชนะที่บันทึกไว้ |
|---|---|---|
| 1939-40 | กลุ่มเหนือและกลุ่มใต้แบบระหว่างภูมิภาค | นีซชนะกลุ่มใต้ กลุ่มเหนือแข่งไม่จบ |
| 1940-41 | สามเขตตามการยึดครอง | เรดสตาร์ โอลิมปิก มาร์กเซยและตูลูซ ล็องส์ |
| 1941-42 | สามเขตตามการยึดครอง | แร็งส์ เซ็ต ล็องส์ |
| 1942-43 | สองโซน กลุ่มละ 16 ทีม | ล็องส์และตูลูซ |
| 1943-44 | ทีมสหพันธ์ 16 ทีม | ทีมสหพันธ์ล็องส์-อาร์ตัว |

ทีมสหพันธ์ไม่เท่ากับสโมสรเดิมอย่างไร
ฤดูกาล 1943-44 คือปีที่ความสับสนเกิดขึ้นมากที่สุด เพราะรัฐบาลวิชีโดย ฌอแซ็ฟ ปาสโก ข้าหลวงใหญ่ด้านการศึกษาทั่วไปและการกีฬา สั่งยกเลิกสถานะอาชีพของสโมสรทั้งหมด สโมสรจ่ายค่าจ้างนักเตะไม่ได้อีกต่อไป ผู้ฝ่าฝืนเสี่ยงทั้งค่าปรับ โทษทางวินัย ไปจนถึงโทษจำคุก และผู้เล่นต่างชาติถูกห้ามลงแข่งขัน
สิ่งที่ตั้งขึ้นมาแทนคือทีมสหพันธ์ 16 ทีม แต่ละทีมเป็นตัวแทนของเมืองและภูมิภาค โดยปารีสได้สองทีม นักเตะเปลี่ยนสถานะไปเป็นลูกจ้างของรัฐในรูปของผู้ฝึกสอนหรือผู้รับจ้างตามสัญญา นี่คือจุดที่ต้องระวังเวลาอ่านสถิติ ทีมสหพันธ์ไม่ใช่สโมสรเดิมที่เปลี่ยนชื่อ แต่เป็นหน่วยใหม่ที่ดึงผู้เล่นจากหลายสโมสรในพื้นที่เดียวกันมารวมกัน
ตัวอย่างที่ชัดคือเมืองลีล ผู้เล่นฝีเท้าดีของสโมสรในเมืองถูกดึงไปอยู่กับทีมสหพันธ์ลีล-ฟล็องดร์ในฤดูกาลนั้น ขณะที่สโมสรลีล โอแอสเซ ที่คนรู้จักกันทุกวันนี้เพิ่งก่อตั้งวันที่ 23 กันยายน 1944 จากการรวมโอลิมปิก ลีลัวส์ ที่ตั้งในปี 1902 เข้ากับสปอร์ติง คลับ ฟีวัว ที่ตั้งในปี 1901 การนับผลงานของทีมสหพันธ์เป็นผลงานของสโมสรปัจจุบันจึงเป็นการข้ามขั้นตอนทางประวัติศาสตร์ไปหนึ่งชั้นเต็ม ๆ ฤดูกาลนั้นจบลงด้วยแชมป์ของทีมสหพันธ์ล็องส์-อาร์ตัว ดาวซัลโวคือ สเตฟาน เด็มบิตสกี ที่ยิงได้ 41 ประตู ขณะที่มีอีกห้านัดซึ่งเลื่อนแล้วไม่ได้แข่งเลย
ผลเหล่านี้อยู่ตรงไหนในทะเบียนแชมป์ปกติ
คำตอบสั้นคือไม่อยู่ในทะเบียนเดียวกัน รูปแบบทีมสหพันธ์ถูกยุบเมื่อฝรั่งเศสได้รับการปลดปล่อย และเป็นการจัดแบบนั้นเพียงครั้งเดียวในประวัติศาสตร์ ส่วนการแข่งขันช่วงปี 1939 ถึง 1945 ทั้งชุดถูกเรียกรวมว่าการแข่งขันยามสงคราม โดยธรรมเนียมที่ใช้กันมา ตำแหน่งเหล่านี้ไม่ถูกนับรวมในทะเบียนเกียรติยศของสโมสร
ฤดูกาล 1944-45 ยังอยู่ในหมวดเดียวกัน มีการจัดสองกลุ่ม กลุ่มละ 12 ทีม กลุ่มเหนือเริ่มเดือนพฤศจิกายน กลุ่มใต้เริ่มเดือนมกราคม และรูอ็องชนะลียง โอแอ็องยู ในนัดชิงชนะเลิศ แต่สุดท้ายรายการนี้ถูกจัดให้เป็นการแข่งขันยามสงครามรายการสุดท้าย ไม่ใช่การแข่งขันชิงแชมป์ประเทศตามปกติ การแข่งขันอาชีพกลับมาเต็มรูปแบบในฤดูกาล 1945-46 ด้วยสโมสร 18 ทีม ซึ่งรวมสโมสรที่เกิดจากการควบรวมในช่วงสงครามอย่างลีล โอแอสเซ และเซโอ รูเบซ์-ตูร์กวง

สำหรับคนที่กำลังไล่อ่านประวัติลีกฝรั่งเศส วิธีที่ปลอดภัยคือระบุเสมอว่าผลที่พูดถึงมาจากฤดูกาลไหนและอยู่ในโครงสร้างแบบใด เพราะคำว่าแชมป์ในปี 1942 หมายถึงแชมป์ของเขตหนึ่งเท่านั้น ส่วนคำว่าแชมป์ในปี 1944 หมายถึงแชมป์ของทีมที่ตั้งขึ้นชั่วคราวและไม่มีอยู่แล้วในวันนี้ ความต่างระดับนี้อธิบายได้ด้วยประโยคเดียว แต่ถ้าไม่อธิบายก็กลายเป็นข้อมูลผิดที่ถูกส่งต่อได้ง่ายมาก

