เบรเมน 1965 สมดุลเกมรับและผู้ทำประตูหลายคนของมุลเธาพ์

วิลลี มุลเธาพ์ กุนซือ แวร์เดอร์ เบรเมน

เบรเมน 1965 คือฤดูกาลที่แวร์เดอร์ เบรเมน คว้าแชมป์บุนเดสลีกาสมัยแรกด้วย 41 คะแนน จากสถิติชนะ 15 เสมอ 11 แพ้ 4 นำ 1. เอฟซี โคโลญจน์ อยู่ 3 คะแนน สิ่งที่วิลลี มุลเธาพ์ ทำสำเร็จไม่ใช่การสร้างทีมที่ยิงมากที่สุด แต่คือการจับคู่แนวรับที่เสียเพียง 29 ประตูจาก 30 นัด เข้ากับแนวรุกที่แบ่งหน้าที่ทำประตูกันหลายคน โดยไม่มีผู้เล่นคนใดติดกลุ่มดาวซัลโวสูงสุดของลีกเลย

เบรเมน 1965 ทีมต่างจากปีแรกตรงไหน

คำตอบชัดที่สุดอยู่ในคอลัมน์ประตูเสีย ฤดูกาลแรกของบุนเดสลีกาปี 1963/64 เบรเมนจบอันดับ 10 ด้วย 28 คะแนน ยิงได้ 53 ประตู แต่เสียไปถึง 62 ประตู พอถึงฤดูกาล 1964/65 จำนวนประตูที่ยิงได้แทบไม่ขยับ คือ 54 ประตู ขณะที่ประตูเสียลดลงเหลือ 29 ลูก การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นด้านเดียวและเปลี่ยนอันดับจากกลางตารางเป็นแชมป์

ส่วนหนึ่งมาจากผู้เล่นใหม่สองคน ฮอร์สท์-ดีเทอร์ เฮิทท์เกส เกิดวันที่ 10 กันยายน 1943 ย้ายมาจากโบรุสเซีย เมินเช่นกลัดบัค ในปี 1964 ด้วยค่าตัว 50,000 มาร์ก แล้วอยู่ยาวจนลงเล่นบุนเดสลีกา 420 นัดระหว่างปี 1964 ถึง 1978 อีกคนคือเคลาส์ มาตีชัค กองหน้าที่เกิดปี 1938 ย้ายมาจากชาลเก้ 04 ในฤดูร้อนปีเดียวกัน หลังเพิ่งยิงให้ชาลเก้ 18 ประตูในฤดูกาลก่อนหน้า

อีกส่วนมาจากวิธีทำงานของโค้ช วิลลี มุลเธาพ์ เกิดวันที่ 19 กรกฎาคม 1903 และเสียชีวิตวันที่ 18 ธันวาคม 1982 เขาคุมเบรเมนระหว่างปี 1963 ถึง 1965 และเลือกใช้ผู้เล่นตัวหลักเพียงราว 12 คนตลอดทั้งฤดูกาล ความคุ้นเคยระหว่างกลุ่มเล็กนี้คือสิ่งที่ทำให้ระบบเกมรับทำงานได้โดยไม่ต้องอธิบายกันใหม่ทุกสัปดาห์

แบร์นาร์ดกับผู้เล่นเกมรับ

กึนเทอร์ แบร์นาร์ด ยืนในกรอบเขตโทษครบทั้ง 30 นัด ด้านหน้าเขาคือชุดผู้เล่นที่ลงสนามแทบไม่ขาด เฮิทท์เกสลงเล่น 29 นัดและทำได้ 1 ประตู เซพพ์ พีออนเท็ค แบ็กขวาที่เกิดวันที่ 5 มีนาคม 1940 ลงเล่น 28 นัด ยิง 3 ประตู มักซ์ ลอเรนซ์ ลงเล่น 27 นัด ยิง 2 ประตู ส่วนเฮลมุท ยาเกียลสกี ลงเล่น 26 นัด

ยาเกียลสกีคือจุดที่น่าสนใจที่สุดในแผงนี้ มุลเธาพ์วางเขาเป็นผู้เล่นอิสระด้านหลังแนวรับ และสื่อท้องถิ่นของเบรเมนยืนยันว่าเขาคือลิเบโรคนแรกของบุนเดสลีกา ไม่ใช่ฟรันซ์ เบคเคนเบาเออร์ อย่างที่มักถูกเล่าต่อกันมา หน้าที่ของเขาคือกวาดพื้นที่ว่างหลังกองหลังตัวประกบ ซึ่งช่วยให้เฮิทท์เกสและพีออนเท็คกล้าขึ้นไปกดดันคู่แข่งมากขึ้น

ผลรวมของทั้งหมดคือ 29 ประตูเสียใน 30 นัด ต่ำที่สุดในลีก และห่างจากทีมที่ทำได้ดีรองลงมาอย่าง 1. เอฟซี นูเรมเบิร์ก ที่เสีย 38 ประตู อยู่ถึง 9 ลูก ในฤดูกาลที่เสมอกันบ่อยถึง 11 ครั้ง ตัวเลขนี้คือสิ่งที่เปลี่ยนเกมที่อาจแพ้ให้กลายเป็นเกมที่ได้อย่างน้อยหนึ่งคะแนน

ยอดหอคอยโบสถ์ซังคท์ชเทฟานีและอาคารอิฐสีแดงในเบรเมน ด้านหน้ามีเรือเล็กจอดเรียงอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเวเซอร์
โบสถ์ซังคท์ชเทฟานีและเรือที่จอดริมฝั่งแม่น้ำเวเซอร์ในเบรเมน สายน้ำที่ชื่อเดียวกับสนามเหย้าของสโมสร

การกระจายประตูแทนพึ่งดาวเดียว

ผู้ทำประตูสูงสุดของทีมคือมาตีชัค ที่ยิง 12 ประตูจากการลงเล่นเพียง 19 นัด ตามมาด้วยแกร์ฮาร์ด เซบรอฟสกี 11 ประตูจาก 28 นัด และอาร์โนลด์ ชึทซ์ กัปตันทีม 10 ประตูจาก 28 นัด ขณะที่เธโอ เคลิคเนอร์ เติมอีก 4 ประตู เมื่อรวมกันแล้วสามคนแรกทำได้ 33 ประตู จากทั้งหมด 54 ประตูของทีม

เทียบกับคู่แข่งจะเห็นความต่างทันที ดาวซัลโวของลีกฤดูกาลนั้นคือรูดอล์ฟ บรุนเนนไมเออร์ จาก 1860 มิวนิก ที่ยิง 24 ประตู ตามด้วยฟรีดเฮล์ม โคนีทซ์คา ของดอร์ทมุนด์ 22 ประตู และคริสเตียน มุลเลอร์ ของโคโลญจน์ 19 ประตู ทีมที่มีคนยิงระดับนั้นกลับตามหลังเบรเมนในตาราง เพราะแนวรับปล่อยประตูมากกว่าหลายเท่าตัว

ข้อดีของการกระจายหน้าที่ปรากฏชัดในทางปฏิบัติ มาตีชัคหายไปจากทีมหลายนัด แต่ผลงานรวมไม่ทรุด เพราะเซบรอฟสกีและชึทซ์ยังยิงได้ต่อเนื่องในจำนวนนัดที่มากกว่า ทีมจึงไม่ต้องแบกความเสี่ยงทั้งหมดไว้กับสภาพร่างกายของผู้เล่นเพียงคนเดียว

แถวอาคารหน้าจั่วเก่าหลากสีพร้อมหลังคากระเบื้องสีส้มรอบจัตุรัสตลาดปูหินในใจกลางเมืองเบรเมน
แถวอาคารหน้าจั่วเก่ารอบจัตุรัสตลาดใจกลางเมืองเบรเมน เมืองที่ทีมแชมป์ปี 1965 เป็นตัวแทน

ขึ้นนำแล้วรักษาตำแหน่ง

จุดเปลี่ยนของฤดูกาลคือนัดที่ 17 เบรเมนบุกไปเสมอไอน์ทรัค เบราน์ชไวก์ 1-1 แล้วขึ้นเป็นจ่าฝูง จากนั้นก็ไม่เสียตำแหน่งนั้นอีกเลยจนจบฤดูกาล การรักษาที่หนึ่งไว้ครึ่งฤดูกาลด้วยทีมที่ไม่มีดาวดังคือส่วนที่ยากที่สุด และเป็นเหตุผลที่ผลเสมอ 11 นัดของพวกเขาไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นการปิดเกมไม่ให้แพ้

วันตัดสินคือวันที่ 8 พฤษภาคม 1965 ในนัดรองสุดท้าย เบรเมนเปิดเวเซอร์ชตาดิโอนชนะโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 3-0 โดยมาตีชัค เคลิคเนอร์ และเซบรอฟสกี เป็นผู้ทำประตู ผู้ชมราว 40,000 คนในสนามได้รับรู้ข่าวผลเสมอ 0-0 ของโคโลญจน์ ซึ่งหมายความว่าแชมป์เป็นของเบรเมนก่อนจบฤดูกาลหนึ่งนัด

สามอันดับแรกของบุนเดสลีกาฤดูกาล 1964/65
อันดับ สโมสร ชนะ-เสมอ-แพ้ ได้-เสีย คะแนน
1 แวร์เดอร์ เบรเมน 15-11-4 54-29 41
2 1. เอฟซี โคโลญจน์ 14-10-6 66-45 38
3 โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ 15-6-9 67-48 36

มุลเธาพ์ไม่ได้อยู่ต่อเพื่อป้องกันแชมป์ เขาย้ายไปคุมโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ในฤดูกาล 1965/66 และพาทีมชนะลิเวอร์พูล 2-1 ในนัดชิงชนะเลิศคัพวินเนอร์สคัพที่กลาสโกว์ เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 1966 ส่วนพีออนเท็คอยู่กับเบรเมนถึงปี 1972 ก่อนจะกลายเป็นโค้ชทีมชาติเดนมาร์กระหว่างปี 1979 ถึง 1990 แชมป์ปี 1965 จึงเป็นจุดตั้งต้นของหลายเส้นทาง มากกว่าจะเป็นปลายทางของทีมใดทีมหนึ่ง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO