อองรีกับเกมรุก 2004 เป็นเรื่องของตำแหน่งรับบอลมากกว่าเรื่องยอดประตู ฤดูกาล 2003/04 เธียร์รี อองรี ทำได้ 30 ประตูในพรีเมียร์ลีกและคว้ารองเท้าทองคำ ส่วนอาร์เซนอลจบฤดูกาลด้วยสถิติชนะ 26 เสมอ 12 ไม่แพ้ใครสักนัด เก็บ 90 คะแนน ยิง 73 เสีย 26 และทิ้งห่างเชลซีที่ได้อันดับสอง 11 คะแนน ตัวเลขชุดนี้ถูกพูดถึงจนคุ้นหู แต่คำถามที่ตอบยากกว่าคือเขาไปยืนรอบอลตรงไหน
เหตุใดกองหน้าจึงออกไปรับบอลด้านข้าง
บนกระดานแผนการเล่น อาร์เซนอลชุดนั้นคือ 4-4-2 ทว่าบทวิเคราะห์แท็กติกของทีมชุดไร้พ่ายชี้ว่า เมื่อทีมครองบอลและดันขึ้นเกมรุก รูปทรงจริงใกล้เคียงกับ 4-2-3-1 มากกว่า เพราะปีกอย่างโรแบร์ ปิแรส และเฟรดดี ลุงเบิร์ก ยืนสูง ขณะที่เดนนิส เบิร์กแคมป์ ถอยลงมาเล่นต่ำ ผลคือช่องว่างที่เป็นประโยชน์ไม่ได้อยู่กลางกรอบเขตโทษอย่างที่แนวรับเตรียมรับมือ แต่ไปอยู่ที่ครึ่งพื้นที่ฝั่งซ้าย ซึ่งเป็นบริเวณที่อองรีเคลื่อนออกไปรับบอลเป็นประจำ
เหตุผลของการยืนแบบนั้นเป็นเรื่องกลไกล้วน ๆ กองหน้าที่ปักหลักอยู่ในกรอบเขตโทษมักได้บอลในท่าหันหลังให้ประตู มีเซนเตอร์ฮาล์ฟยืนประกบติดหลัง และมีเวลาตัดสินใจไม่ถึงวินาที แต่กองหน้าที่ถอยออกไปรับริมเส้นฝั่งซ้ายจะได้บอลในท่าหันหน้าเข้าหาสนาม มองเห็นแนวรับทั้งแถบ และเลือกได้ว่าจะเลี้ยงเข้าใน จ่ายทะลุช่อง หรือเปิดเกมกลับไปอีกฝั่ง
สำหรับคู่แข่งจึงเหลือทางเลือกที่แย่พอกันสองทาง ถ้าเซนเตอร์ฮาล์ฟตามออกไปประกบถึงริมเส้น แนวรับกลางจะเหลือคนน้อยลง แต่ถ้าปล่อยให้แบ็กขวายืนเดี่ยว ก็ต้องรับมือกับผู้เล่นที่หันหน้าเข้าหาตัวเองในพื้นที่โล่ง ตัวอองรีเองเคยบอกว่าสิ่งที่เขาสนใจไม่ใช่แค่การทำประตูหรือชูถ้วย แต่คือคำถามว่าได้ยกระดับตำแหน่งที่ตัวเองเล่นหรือไม่
การวิ่งของคู่ขาเปิดช่องใด

การถอยออกไปรับบอลของกองหน้าจะไร้ความหมายทันที ถ้าไม่มีใครวิ่งเข้าไปใช้พื้นที่ตรงกลางที่เพิ่งว่างลง หน้าที่นั้นถูกแบ่งกันสามทาง เบิร์กแคมป์ถอยลงมารับระหว่างแนวกองกลางกับแนวรับคู่แข่งเพื่อเพิ่มจุดต่อบอล ปิแรสตัดจากริมเส้นเข้ามาด้านใน และแบ็กซ้ายเติมขึ้นไปกินพื้นที่ริมเส้นที่ปิแรสทิ้งไว้ สามการเคลื่อนที่นี้ทำให้ฝั่งซ้ายของอาร์เซนอลมักมีผู้เล่นมากกว่าฝ่ายตรงข้ามหนึ่งคนในจังหวะที่สำคัญ
เกมที่เห็นผลของโครงสร้างนี้ชัดที่สุดอยู่ในเดือนเมษายน 2004 วันที่ 9 เมษายน อาร์เซนอลตามหลังลิเวอร์พูลก่อนจะชนะ 4-2 ซามี ฮูปูย่า ทำให้ทีมเยือนนำตั้งแต่นาทีที่ 5 อองรีตีเสมอนาทีที่ 31 ไมเคิล โอเว่น ยิงให้ลิเวอร์พูลนำอีกครั้งนาทีที่ 42 จากนั้นครึ่งหลังกลับด้านภายในเวลาไม่ถึงสองนาที ปิแรสตีเสมอนาทีที่ 49 และอองรียิงแซงนาทีที่ 50 ก่อนปิดท้ายด้วยประตูที่สามของตัวเองในนาทีที่ 78
อีกหนึ่งสัปดาห์ถัดมา วันที่ 16 เมษายน อาร์เซนอลชนะลีดส์ 5-0 ปิแรสเปิดสกอร์ตั้งแต่นาทีที่ 6 แล้วอองรีทำสี่ประตูรวดในนาทีที่ 27, 33 จากจุดโทษ, 50 และ 67 ลำดับสกอร์ในสองเกมนี้บอกอะไรบางอย่าง คนที่ทำประตูแรกไม่ใช่กองหน้าตัวเป้าทั้งสองนัด แต่เป็นปีกที่ตัดเข้าในตามโครงสร้างเดียวกัน
ยิงเองกับจ่ายต่อเลือกจากอะไร
คำถามนี้ตอบได้ยากกว่าที่คิด เพราะบันทึกการแข่งขันเก็บผลลัพธ์ ไม่ได้เก็บความคิดของผู้เล่น สิ่งที่พอใช้เป็นหลักฐานมีสองชั้น ชั้นแรกคือตัวเลขรวมตลอดอาชีพในลีกของเขากับอาร์เซนอล 175 ประตูจาก 258 นัด พร้อม 74 แอสซิสต์ และในฤดูกาล 2002/03 ซึ่งเป็นปีก่อนหน้าฤดูกาลไร้พ่าย เขาทำแอสซิสต์ได้ 20 ครั้ง เป็นสถิติที่พรีเมียร์ลีกบันทึกไว้ นั่นแปลว่าคนคนเดียวกันเคยเป็นทั้งผู้ทำประตูสูงสุดและผู้จ่ายบอลชั้นนำของลีกในช่วงเวลาใกล้กัน
ชั้นที่สองคือคำพูดของตัวเขาเอง อองรีเคยบอกว่าเขาสนุกกับการจ่ายบอลให้เพื่อนทำประตูมากกว่าการยิงเอง คำพูดนี้ไม่ได้พิสูจน์ว่าเขาเลือกจ่ายบ่อยกว่าเลือกยิงในสนาม แต่มันสอดคล้องกับการยืนในตำแหน่งที่มองเห็นทั้งสนามมากกว่าการปักหลักรอบอลในกรอบ ตำแหน่งริมเส้นฝั่งซ้ายเปิดทางเลือกสามทางพร้อมกัน คือเลี้ยงตัดเข้าในเพื่อยิง จ่ายทะลุช่องให้คนที่วิ่งสวนเข้ากลาง หรือหน่วงจังหวะรอให้แบ็กเติมขึ้นมา
สิ่งที่ควรระวังคือการเหมารวมว่ามีสูตรตายตัว จากเหตุการณ์ที่มีบันทึก เราบอกได้แค่ว่าในนัดนั้นเขาเลือกอะไรและผลเป็นอย่างไร เช่น สี่ประตูกับลีดส์ที่มาจากทั้งจังหวะวิ่งทะลุแนวรับและลูกจุดโทษ
ตัวเลขใดช่วยอธิบายและตัวเลขใดไม่มี

ตัวเลขที่ตรวจสอบได้จากแหล่งทางการมีไม่มากแต่หนักแน่น รองเท้าทองคำของเขาสี่ครั้งเรียงตามฤดูกาลได้ดังนี้
| ฤดูกาล | ประตูในลีก |
|---|---|
| 2001/02 | 24 |
| 2003/04 | 30 |
| 2004/05 | 25 |
| 2005/06 | 27 |
เขายังได้รางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมจากสมาคมผู้สื่อข่าวฟุตบอลอังกฤษในปี 2003, 2004 และ 2006 ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลระดับผลลัพธ์ ไม่ใช่ระดับจังหวะเล่น
ส่วนตัวเลขที่คนมักอยากได้กลับไม่มีให้ใช้ ค่าคาดหวังประตู แผนที่การสัมผัสบอล และข้อมูลตำแหน่งยืนรายนาทีของฤดูกาล 2003/04 ไม่มีเผยแพร่แบบสาธารณะ เว็บสถิติอย่างอันเดอร์สแตทให้ข้อมูลพรีเมียร์ลีกย้อนหลังไกลสุดเพียงฤดูกาล 2014/15 เท่านั้น ดังนั้นประโยคแบบว่าเขารับบอลในครึ่งพื้นที่ฝั่งซ้ายกี่เปอร์เซ็นต์ของการสัมผัสบอลทั้งหมด จึงไม่มีฐานข้อมูลรองรับ
ในทำนองเดียวกัน ยอดแอสซิสต์รายฤดูกาลปี 2003/04 และจำนวนนัดที่เขาลงสนามในฤดูกาลนั้น ไม่พบแหล่งทางการที่เปิดตรวจสอบได้ขณะเขียน บทความนี้จึงไม่ใส่ไว้ สรุปที่ยืนอยู่ได้คือ หลักฐานเชิงผลลัพธ์ยืนยันว่าเขายิงมากและจ่ายเก่งในช่วงเวลาใกล้กัน ส่วนคำอธิบายเรื่องการยืนฝั่งซ้ายมาจากการอ่านรูปแบบการเล่น ไม่ใช่จากชุดข้อมูลที่วัดได้

