อองรีกับเกมรุก 2004 กองหน้าที่สร้างอันตรายจากฝั่งซ้าย

ตีแยรี อองรี ในสีเสื้ออาร์เซนอล

อองรีกับเกมรุก 2004 อันตรายเพราะการออกไปรับบอลฝั่งซ้ายเปิดทางเลือกให้มากกว่าการยืนรอในกรอบเขตโทษ เขาพาบอลเข้าหาประตูเองได้ จ่ายให้เพื่อนที่วิ่งผ่านได้ และกลับมาเป็นคนจบสกอร์เมื่อแนวรับหันไปสนใจผู้เล่นอื่น สามสิบประตูในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2003/04 จึงเป็นปลายทางของบทบาทที่เปลี่ยนไปตามจังหวะบอล เกมกับลิเวอร์พูล ลีดส์ และท็อตแนมในเดือนเมษายนแสดงการตัดสินใจเหล่านี้ได้ชัด โดยไม่ต้องถือว่าอองรีเริ่มทุกการโจมตีจากตำแหน่งเดียวกัน

เหตุใดกองหน้าจึงออกไปรับบอลด้านข้าง

อองรีกับเกมรุก 2004 เริ่มจากพื้นที่ที่หันหน้าเล่นได้

อาร์แซน เวนเกอร์เปลี่ยนอองรีจากผู้เล่นริมเส้นมาเป็นกองหน้า แต่ความคุ้นเคยกับฝั่งซ้ายยังเป็นส่วนสำคัญของเกม เมื่อเขาออกจากบริเวณที่เซ็นเตอร์แบ็กยืนคุม การรับบอลอาจเกิดขึ้นในพื้นที่ที่สามารถหันหน้าเร่งความเร็วได้ คู่แข่งจึงต้องเลือกระหว่างตามออกมาหรือปล่อยให้เขาพาบอลเข้าใกล้ประตู

เกมเยือนท็อตแนมวันที่ 25 เมษายนเป็นตัวอย่างที่เริ่มไกลจากกรอบเขตโทษอาร์เซนอล หลังสกัดอันตรายจากลูกเตะมุมของเจ้าบ้าน อองรีนำบอลขึ้นทางซ้ายแล้วส่งให้เดนนิส เบิร์กแคมป์วิ่งต่อ กองหน้าชาวดัตช์เปิดบอลต่ำและปาทริค วิเอราสไลด์เข้าทำประตูในนาทีที่สาม อองรีไม่ได้เป็นผู้ยิงหรือผู้จ่ายสุดท้าย แต่การพาบอลออกจากแดนรับทำให้การป้องกันลูกนิ่งเปลี่ยนเป็นโอกาสทำประตู

อัฒจันทร์สีแดงและสนามหญ้าเอมิเรตส์สเตเดียม
เอมิเรตส์สเตเดียม สนามเหย้าของอาร์เซนอลในยุคหลังไฮบิวรี

การวิ่งของคู่ขาเปิดช่องใด

เบิร์กแคมป์ไม่ได้มีหน้าที่รอรับลูกส่งในตำแหน่งเดิม ประตูแรกที่ท็อตแนมแสดงการวิ่งไปรับบอลก่อนเปิดให้เพื่อน ส่วนประตูที่สองของอาร์เซนอลในเกมเดียวกันเริ่มจากบอลของเขาไปยังวิเอราที่เข้าสู่เขตโทษ จากนั้นวิเอราตบกลับให้โรแบร์ ปิแรสยิง ทั้งสองประตูสลับคนทำหน้าที่พาบอล จ่าย และจบสกอร์ จึงไม่อาจอธิบายเกมรุกทั้งหมดด้วยการจับคู่กองหน้าสองคนเพียงอย่างเดียว

ปิแรสมีส่วนสำคัญเพราะเขาเข้าถึงพื้นที่ยิงได้แม้เป็นผู้เล่นที่เกี่ยวข้องกับฝั่งซ้ายเช่นกัน การที่อองรีออกมาด้านนั้นไม่ได้แปลว่าปิแรสต้องยืนทับตำแหน่งอยู่ข้างเขา ในจังหวะประตูที่สองกับท็อตแนม ปิแรสรอรับบอลตบกลับแล้วจบสกอร์ ขณะที่อองรีไม่ใช่ผู้สัมผัสบอลสุดท้ายในชุดการส่งดังกล่าว อาร์เซนอลจึงยังสร้างอันตรายได้เมื่อคู่แข่งต้องเฝ้ากองหน้าดาวยิงของทีม

เกมชนะลีดส์ 5–0 วันที่ 16 เมษายนแสดงอีกด้านหนึ่ง อองรีทำสี่ประตู แต่ลูกเปิดสกอร์เป็นของปิแรสจากบอลทะลุช่องของเบิร์กแคมป์ ต่อมาอองรีเองวิ่งไปรับบอลของจิลแบร์โต ซิลวาเพื่อทำประตูแรกของเขา และหลังพักครึ่งซิลแว็ง วิลตอร์ดส่งให้เขาหลุดไปยิงอีกครั้ง การเป็นคนวิ่งหลังแนวรับจึงอยู่ในชุดทักษะเดียวกับการถอยออกมารับบอล

ยิงเองกับจ่ายต่อเลือกจากอะไร

วันที่ 9 เมษายน อาร์เซนอลตามลิเวอร์พูล 1–2 เมื่อจบครึ่งแรก ก่อนกลับมาชนะ 4–2 อองรีทำแฮตทริก แต่บทบาทของเขาในประตูตีเสมอ 2–2 น่าสนใจไม่แพ้ประตูที่ยิงเอง อองรีกับเฟรดริก ลุงเบิร์กมีส่วนในการสร้างโอกาสให้ปิแรสจบสกอร์ โดยลุงเบิร์กเป็นผู้ส่งบอลสุดท้าย การจ่ายก่อนแอสซิสต์จึงช่วยให้ทีมทำประตูได้ แม้จะไม่ถูกบันทึกเป็นแอสซิสต์ของอองรี

จากนั้นอองรีเลือกพาบอลเองในประตูขึ้นนำ 3–2 เขาเริ่มจากพื้นที่ในครึ่งสนามลิเวอร์พูล เร่งผ่านคู่แข่ง เปลี่ยนทิศหลบผู้เล่นอีกคน แล้วจบสกอร์ผ่านเยอร์ซี ดูเด็ค จังหวะนี้ต่างจากประตูแรกที่ท็อตแนม เพราะเขาพาบอลต่อจนถึงตำแหน่งยิงและทำสำเร็จ ความเร็วทำให้เข้าใกล้ประตูได้ แต่การเปลี่ยนทิศและควบคุมบอลทำให้การวิ่งไม่จบลงเพียงการไล่ตามบอลที่แตะยาวเกินไป

เมื่อเทียบสามจังหวะ ทางเลือกของอองรีจึงมีเหตุผลที่มองเห็นได้ ที่ท็อตแนมเขาปล่อยให้เบิร์กแคมป์รับช่วงก่อนเปิดเข้ากลาง ในประตูของปิแรสกับลิเวอร์พูลบอลเดินต่อผ่านลุงเบิร์ก ส่วนประตูขึ้นนำลิเวอร์พูลเขาพาบอลผ่านแนวรับจนยิงเองได้ ไม่มีจังหวะใดพิสูจน์ว่าเขาควรเลือกแบบเดียวกันเสมอ แต่ทั้งหมดแสดงว่าการตัดสินใจของเขารองรับทั้งการใช้เพื่อนและความสามารถเฉพาะตัว

ประตูของเขากับลีดส์เพิ่มทางเลือกที่สี่ คือเริ่มด้วยการวิ่งรับแทนการครองบอลรอ เมื่อบอลทะลุช่องมาถึง เขาจึงใช้ความเร็วสร้างระยะห่างก่อนเผชิญผู้รักษาประตู การเคลื่อนที่โดยไม่มีบอลเช่นนี้ทำให้ผู้จ่ายอย่างจิลแบร์โตและวิลตอร์ดมีเป้าหมาย และทำให้แนวรับไม่สามารถเฝ้ารอเฉพาะจังหวะที่อองรีถอยมารับบอลทางซ้าย

ทางเดินสีแดงที่เชื่อมสู่สนามเอมิเรตส์สเตเดียม
ทางเดินเข้าสู่สนามเอมิเรตส์สเตเดียม บ้านของอาร์เซนอลในยุคหลังไฮบิวรี

ตัวเลขใดช่วยอธิบายและตัวเลขใดไม่มี

พรีเมียร์ลีกบันทึกว่าอองรีลงเล่น 37 นัดและยิง 30 ประตูในฤดูกาล 2003/04 คิดเป็นประมาณร้อยละ 41 ของ 73 ประตูที่อาร์เซนอลทำได้ ตัวเลขนี้อธิบายว่าทีมพึ่งผลผลิตการยิงของเขามากเพียงใด แต่ไม่ได้บอกว่าทั้งสามสิบลูกเริ่มจากริมเส้น หรือว่าเขาใช้เวลาอยู่ด้านซ้ายมากกว่าตรงกลางเท่าไร

ฐานข้อมูลบีดีฟุตบอลระบุเวลาเล่นในลีก 3,330 นาที จึงเทียบได้กับหนึ่งประตูต่อ 111 นาที ส่วนแอสซิสต์ต้องระบุผู้ให้ข้อมูล สแตตมิวส์ให้หกครั้ง ขณะที่ทรานสเฟอร์มาร์คท์ให้เก้าครั้ง ตัวเลขจากสองแหล่งนี้จึงไม่ควรถูกสลับใช้เสมือนเป็นชุดเดียวกัน และยี่สิบแอสซิสต์ที่มักกล่าวถึงในประวัติอองรีเป็นผลงานฤดูกาล 2002/03 ก่อนหน้านี้หนึ่งปี

แม้เลือกฐานข้อมูลเดียว จำนวนแอสซิสต์ก็ยังไม่ครอบคลุมการพาบอลเปิดเกมที่ท็อตแนมหรือการมีส่วนก่อนบอลสุดท้ายถึงปิแรสกับลิเวอร์พูล ส่วนจำนวนประตูไม่แยกว่าจังหวะใดเกิดจากการเลี้ยง การวิ่งรับ หรือจุดโทษ อองรีในปี 2004 จึงเป็นทั้งผู้จบสกอร์ที่มีผลผลิตสูงและกองหน้าที่เชื่อมการโจมตี ฝั่งซ้ายเป็นหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาเลือกวิธีเข้าถึงประตูได้หลายแบบ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO