แมนซิตี้ย้ายสนาม 2003 จากเมนโรดสู่บ้านหลังใหม่

สนามเอติฮัด สเตเดียม ของแมนเชสเตอร์ ซิตี้

แมนซิตี้ย้ายสนาม 2003 เป็นการอำลาเมนโรดหลังใช้งานแปดสิบปี แล้วเริ่มฤดูกาลใหม่ที่ซิตีออฟแมนเชสเตอร์สเตเดียม สโมสรเล่นนัดสุดท้ายที่บ้านเก่าในวันที่ 11 พฤษภาคม ก่อนเปิดบ้านใหม่ด้วยเกมอุ่นเครื่องกับบาร์เซโลนาในเดือนสิงหาคม สนามแห่งใหม่นี้ดัดแปลงจากสถานที่จัดกีฬาเครือจักรภพปี 2002 และยังไม่ได้ใช้ชื่อเอติฮัดในวันที่ย้ายเข้า เรื่องราวจึงมีทั้งการปิดฉากสถานที่เก่า การปรับอาคารให้เหมาะกับฟุตบอล และการเริ่มสร้างความทรงจำของแฟนบอลอีกชุดหนึ่ง

เกมอำลาเมนโรดเกิดเมื่อใด

วันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2003 แมนเชสเตอร์ ซิตี้ต้อนรับเซาแธมป์ตันในเกมลีกนัดสุดท้ายของฤดูกาล และเป็นนัดสุดท้ายของทีมที่เมนโรดด้วย ผู้ชมเต็มสนามมาร่วมอำลาสถานที่ซึ่งเป็นบ้านของสโมสรตลอดแปดทศวรรษ แต่ผลการแข่งขันไม่ได้เป็นไปตามความหวัง เจ้าบ้านแพ้ 0–1 ทำให้วันแห่งการลาจบลงโดยไม่มีประตูของซิตี้ให้ฉลอง

ชอน โกเตอร์สวมปลอกแขนกัปตันในเกมสุดท้ายของเขากับสโมสร ภาพบันทึกของซิตี้แสดงซิลแว็ง ดิสแต็งส่งปลอกแขนให้กองหน้ารายนี้ก่อนการแข่งขัน จึงเป็นการอำลาทั้งสนามและผู้เล่นที่แฟนบอลผูกพันในวันเดียวกัน การให้โกเตอร์นำทีมเป็นรายละเอียดที่ทำให้เกมนี้มีความหมายเกินกว่าตำแหน่งในตารางเมื่อสิ้นฤดูกาล

การแพ้เซาแธมป์ตันไม่ได้ทำให้พิธีอำลาถูกยกเลิก บันทึกของสโมสรเล่าถึงการเดินรอบสนามครั้งสุดท้ายและเสียงเพลงบลูมูนจากแฟนบอล หลังจบการแข่งขัน ผู้คนไม่ได้เพียงรอทราบผลแล้วแยกย้ายเหมือนวันธรรมดา แต่กำลังใช้เวลาร่วมกับสถานที่ซึ่งฤดูกาลหน้าจะไม่ใช่บ้านของทีมอีกต่อไป ความทรงจำเรื่องวันสุดท้ายจึงอยู่ทั้งในเก้าสิบนาทีและช่วงหลังเสียงนกหวีด

สนามใหม่มีที่มาอย่างไร

แมนซิตี้ย้ายสนาม 2003 หลังเปลี่ยนลู่กรีฑาเป็นพื้นที่ฟุตบอล

บ้านใหม่สร้างขึ้นสำหรับกีฬาเครือจักรภพปี 2002 โดยวางแผนให้ปรับใช้กับฟุตบอลภายหลัง การก่อสร้างระยะแรกมีอัฒจันทร์ถาวรสามด้านและที่นั่งชั่วคราวอีกด้านเพื่อรองรับการแข่งขัน เมื่อมหกรรมกีฬาจบลง ทีมงานจึงเข้าสู่ขั้นตอนดัดแปลงที่ต่างจากการนำประตูฟุตบอลมาตั้งบนสนามกรีฑาเดิม

อารัปซึ่งทำงานออกแบบและวิศวกรรมอธิบายว่ามีการรื้อลู่วิ่ง ลดระดับพื้นลงหกเมตร และเพิ่มที่นั่งชั้นล่างยี่สิบสี่แถว พร้อมแทนอัฒจันทร์ชั่วคราวด้วยโครงสร้างถาวรด้านเหนือ พื้นที่ชมซึ่งเดิมเปิดเป็นรูปเกือกม้าจึงกลายเป็นอัฒจันทร์ล้อมสนามฟุตบอล การลดระดับทำให้สร้างที่นั่งเพิ่มใกล้พื้นที่เล่นได้ แทนการปล่อยระยะห่างของลู่วิ่งคั่นผู้ชมไว้

พื้นสนามสีเขียวและอัฒจันทร์สีฟ้าภายในเอติฮัด
อัฒจันทร์ล้อมสนามฟุตบอลภายในเอติฮัดในยุคหลังการย้ายสนามปี 2003

ความจุจึงต้องอ่านตามช่วงใช้งาน ประวัติของสโมสรระบุประมาณสามหมื่นแปดพันที่นั่งในช่วงกีฬาเครือจักรภพ และประมาณสี่หมื่นแปดพันที่นั่งหลังเปลี่ยนเป็นสนามฟุตบอล ตัวเลขเหล่านี้อธิบายบ้านใหม่ในช่วงเริ่มต้นของซิตี้ ไม่ใช่ความจุหลังการขยายอัฒจันทร์ในยุคต่อมา ขนาดสนามที่แฟนบอลเห็นในภาพต่างปีจึงอาจไม่ตรงกับรูปลักษณ์วันที่ทีมย้ายเข้า

สามวันเปิดตัวที่ทำหน้าที่ต่างกัน

วันที่ 10 สิงหาคม 2003 ซิตี้ชนะบาร์เซโลนา 2–1 ในเกมอุ่นเครื่องเปิดสนาม นิโกลาส์ อเนลกาและเทรเวอร์ ซินแคลร์ทำประตูให้ทีมของเควิน คีแกน นี่เป็นโอกาสให้แฟนบอลเริ่มรู้จักบ้านใหม่ผ่านคู่แข่งจากสเปน แต่ยังไม่ใช่การแข่งขันทางการที่มีผลต่อการผ่านรอบหรือคะแนนลีก

เกมทางการนัดแรกตามมาในวันที่ 14 สิงหาคม เมื่อซิตี้ชนะโททัล เน็ตเวิร์ก โซลูชันส์ 5–0 ในยูฟ่าคัพรอบคัดเลือก ซินแคลร์ยิงประตูแรกของเกม ก่อนชอน ไรต์ฟิลลิปส์ ซุน จีไห่ ดาวิด ซอมเมย และอเนลกาทำเพิ่ม สนามจึงเริ่มประวัติการแข่งขันยุโรปของซิตี้ก่อนจะมีเกมพรีเมียร์ลีกเสียอีก

นัดเหย้าแรกในพรีเมียร์ลีกเกิดวันที่ 23 สิงหาคมกับพอร์ตสมัธและจบ 1–1 ซอมเมยทำประตูช่วงท้ายช่วยเจ้าบ้านแบ่งแต้ม ดังนั้นประตูแรกของซิตี้ที่สนามใหม่ในเกมอุ่นเครื่อง ประตูแรกในรายการทางการ และประตูแรกในพรีเมียร์ลีกจึงอยู่คนละเหตุการณ์ ชัยชนะเปิดบ้านกับบาร์เซโลนาไม่ได้หมายความว่าทีมเริ่มเกมลีกที่นี่ด้วยสามคะแนนเช่นกัน

ชื่อสนามในปี2003ต่างจากชื่อภายหลัง

ชื่อที่ใช้ตอนย้ายเข้าคือซิตีออฟแมนเชสเตอร์สเตเดียม ส่วนอีสต์แลนด์สเป็นอีกชื่อที่ใช้เรียกบ้านใหม่ทางฝั่งตะวันออกของเมือง เมื่ออ่านเรื่องเกมกับบาร์เซโลนาหรือทีเอ็นเอสในปี 2003 ชื่อนี้จึงตรงกับบริบทของช่วงเปิดใช้งานสำหรับสโมสร ขณะที่เมนโรดหมายถึงบ้านเก่าที่อำลาไปในเดือนพฤษภาคม

ชื่อเอติฮัดสเตเดียมเริ่มใช้ในเดือนกรกฎาคม 2011 หลังสโมสรประกาศความร่วมมือสิบปีกับสายการบินเอติฮัด ข้อตกลงรวมสิทธิ์ชื่อสนามและพื้นที่โดยรอบ การเปลี่ยนชื่อเกิดหลังย้ายบ้านประมาณแปดปี และไม่ได้หมายความว่าซิตี้ย้ายไปสนามอีกแห่งในปีนั้น อาคารที่เริ่มใช้ชื่อซิตีออฟแมนเชสเตอร์สเตเดียมจึงเป็นสถานที่เดียวกับที่คนรุ่นหลังรู้จักในชื่อเอติฮัด

ผู้ชมเต็มอัฒจันทร์และชื่อเอติฮัดบนหลังคาสนาม
ชื่อเอติฮัดบนหลังคาสนามและอัฒจันทร์ที่มีผู้ชมในภาพถ่ายยุคหลัง

สองเหตุการณ์นี้เปลี่ยนประสบการณ์ของสโมสรคนละด้าน ปี 2003 ผู้เล่นและแฟนบอลต้องไปยังบ้านใหม่จริง ขณะที่ปี 2011 ชื่อทางการของสถานที่เดิมเปลี่ยนไปตามข้อตกลงเชิงพาณิชย์ การเรียกสนามด้วยชื่อเอติฮัดในบทความย้อนหลังช่วยให้คนปัจจุบันรู้จักสถานที่ แต่ไม่ควรทำให้เข้าใจว่าชื่อนั้นอยู่บนบ้านใหม่ตั้งแต่วันแรก

แฟนบอลพกความทรงจำอะไรไปด้วย

พอล เฟลตเชอร์ซึ่งเคยเป็นเด็กเก็บบอลและเจ้าหน้าที่ดูแลสื่อของซิตี้เล่าผ่านเว็บไซต์สโมสรถึงวันสุดท้ายที่เมนโรด หลังเสร็จหน้าที่ เขาออกไปยังสนามอีกครั้งเพื่อระลึกถึงผู้เล่นที่เคยเห็นที่นั่น ความผูกพันของเขามีทั้งประสบการณ์เชียร์และการทำงาน จึงไม่ได้สิ้นสุดลงพร้อมผลแพ้เซาแธมป์ตันในวันนั้น

ครอบครัวเฟลตเชอร์ยังเชื่อมสองสนามเข้าด้วยกัน ปีเตอร์ผู้เป็นพ่อเป็นเจ้าหน้าที่ความปลอดภัยคนสุดท้ายของเมนโรดและคนแรกของบ้านใหม่ ส่วนพอลทำงานดูแลสื่อต่อเมื่อทีมย้ายในปี 2003 การเปลี่ยนอาคารจึงมีคนเดิมพาทักษะและความทรงจำไปด้วย เรื่องเล่าของเขาแสดงความต่อเนื่องที่มองไม่เห็นจากแผนผังสนาม แม้ที่นั่ง ทางเดิน และทางเข้าสนามจะเปลี่ยนทั้งหมด ความสัมพันธ์ระหว่างคนกับสโมสรยังเดินทางต่อไปได้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO