คันโตนาย้าย1992 ทำให้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีผู้เล่นที่รับบอลระหว่างกองกลางกับแนวรับคู่แข่งแล้วเปลี่ยนทิศทางเกมได้ทันที เอริก คันโตนาไม่ได้เพิ่มเพียงคนยิงประตู เขาเปิดทางให้กองหน้า ปีก และแบ็กวิ่งไปข้างหน้าโดยมีคนส่งบอลให้ในจังหวะที่แนวรับกำลังหันตัว บทบาทนี้เห็นชัดจากลูกจ่ายให้เดนิส เออร์วินยิงท็อตแนม และการมีส่วนกับเกมบุกที่นอริชในฤดูกาลแรกของพรีเมียร์ลีก
จากแฮตทริกลีดส์ถึงการย้ายทีม
คันโตนาย้าย1992 ในวันที่26พฤศจิกายน
ก่อนสวมเสื้อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด คันโตนาเล่นให้ลีดส์ ยูไนเต็ดและทำแฮตทริกแรกของพรีเมียร์ลีกในชัยชนะเหนือท็อตแนม 5–0 ภาพจำก่อนย้ายจึงมีทั้งความสามารถทำประตูและสถานะนักเตะของทีมแชมป์ลีกอังกฤษฤดูกาลก่อนหน้า เขาเข้ามาในทีมใหม่พร้อมประสบการณ์การแข่งขันระดับบนของอังกฤษอยู่แล้ว
การย้ายเกิดขึ้นวันที่ 26 พฤศจิกายน 1992 ระหว่างฤดูกาลที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดกำลังพยายามเปลี่ยนจากผู้ท้าชิงเป็นแชมป์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันมีมาร์ก ฮิวจ์สเป็นกองหน้าที่รับแรงปะทะได้ดี มีไรอัน กิกส์และลี ชาร์ปเพิ่มทางเลือกด้านข้าง การเข้ามาของคันโตนาจึงเป็นการเพิ่มความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นเหล่านี้ ไม่ได้หมายถึงการเริ่มสร้างแนวรุกจากศูนย์
ฮิวจ์สสามารถยืนใกล้เซ็นเตอร์แบ็กและพักบอลให้เพื่อน ส่วนคันโตนามีประโยชน์เมื่อถอยมารับในตำแหน่งที่มองเห็นทั้งคนครองบอลและคนกำลังวิ่ง เขาไม่จำเป็นต้องยืนบนเส้นเดียวกับกองหน้าอีกคนตลอดเวลา หากแนวรับตามออกมา พื้นที่ด้านหลังก็เปิด หากไม่ตาม เขาก็มีจังหวะเลือกจ่าย ความยากสำหรับคู่แข่งอยู่ที่ต้องตัดสินใจระหว่างสองทางนี้อย่างรวดเร็ว
รับบอลหลังแนวกองกลางคู่แข่ง
พื้นที่เชื่อมสู่ฮิวจ์สและคนเติมขึ้นมา
เกมที่โอลด์แทรฟฟอร์ดวันที่ 9 มกราคม 1993 ซึ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดชนะท็อตแนม 4–1 แสดงหน้าที่ดังกล่าวผ่านประตูของเออร์วินในครึ่งหลัง ฮิวจ์สมีส่วนกับการเก็บบอลทางฝั่งซ้าย ก่อนบอลมาถึงเออร์วินและถูกส่งเข้าไปหาคันโตนาบริเวณนอกกรอบเขตโทษ เส้นทางนี้พาบอลจากริมสนามเข้าหาพื้นที่ตรงกลางที่อันตรายกว่า
หลังจ่าย เออร์วินไม่ได้หยุดรอรับคืนที่เดิม เขาวิ่งทะลุเข้าไปด้านหลังแนวรับ คันโตนาใช้สัมผัสเดียวตักบอลข้ามผู้เล่นท็อตแนมเข้าสู่ทางวิ่งของแบ็กซ้าย เออร์วินจึงได้ควบคุมบอลและจบสกอร์ในเขตโทษ ความแม่นของลูกจ่ายสำคัญพอ ๆ กับการส่งตั้งแต่แนวรับยังไม่พร้อมหันกลับไปไล่
การถอยมาของคันโตนามีความหมายเพราะทำให้เขาอยู่ด้านหน้าของแนวรับและมองเห็นคนเติมจากด้านหลัง หากเขายืนรอในกรอบเหมือนเป้าหมายสุดท้ายอีกคน เออร์วินอาจต้องเลือกเปิดบอลหรือพาบอลออกด้านข้าง แต่ตำแหน่งรับบอลครั้งนี้สร้างทางผ่านตรงกลางและเปลี่ยนแบ็กให้เป็นผู้เล่นที่เข้าถึงประตู

ตัวจ่ายกับคนวิ่งจากริมเส้น
จากเออร์วินถึงกิกส์ที่แคร์โรว์โรด
การเติมของเออร์วินเป็นการวิ่งจากด้านหลังคันโตนา ส่วนไรอัน กิกส์ให้ทางเลือกอีกแบบด้วยความเร็วที่พาบอลหนีแนวรับได้ วันที่ 5 เมษายน 1993 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดบุกชนะนอริช 3–1 ที่แคร์โรว์โรด เกมนี้ฮิวจ์สติดโทษแบน เฟอร์กูสันส่งอันเดรย์ คันเชลสกีส์ลงเล่นร่วมกับกิกส์ ชาร์ป และไบรอัน แม็คแคลร์ จึงมีคนวิ่งเร็วหลายทิศทางรอบตัวคันโตนา
ประตูแรกเริ่มจากปีเตอร์ ชไมเคิลออกบอลให้ชาร์ป ก่อนคันโตนาส่งกิกส์หลุดไปเลี้ยงผ่านไบรอัน กันน์แล้วยิงเข้า การจ่ายของคันโตนาช่วยให้ความเร็วของกิกส์เกิดประโยชน์ในพื้นที่หลังแนวรับ แต่กิกส์ยังต้องพาบอลต่อและผ่านผู้รักษาประตูด้วยตัวเอง ผู้จ่ายเปิดสถานการณ์ให้ ส่วนผู้รับเป็นคนทำให้สถานการณ์นั้นจบลงด้วยประตู
อีกสองประตูแสดงว่าคันโตนาไม่ได้เป็นผู้สร้างเกมทุกจังหวะ แม็คแคลร์ส่งคันเชลสกีส์หลุดไปยิงลูกที่สอง จากนั้นพอล อินซ์พาบอลขึ้นมาผ่านแดนกลางแล้วจ่ายให้คันโตนาจบลูกที่สาม คราวนี้เขาเป็นคนรอรับในพื้นที่สุดท้าย แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนำ 3–0 ภายในนาทีที่ 21 ก่อนมาร์ก โรบินส์ยิงคืนให้นอริชในครึ่งหลัง
ความสลับกันระหว่างคนจ่ายกับคนยิงทำให้การประกบคันโตนาเพียงคนเดียวไม่เพียงพอ คู่แข่งยังต้องระวังการพาบอลของอินซ์ การจ่ายของแม็คแคลร์ และความเร็วของปีกด้วย เกมนี้จึงแสดงทั้งคุณค่าของคันโตนาและเหตุผลที่เขาต้องมีเพื่อนร่วมทีมซึ่งอ่านจังหวะเดียวกัน

ผลงานใหม่ไม่ได้มาจากคนเดียว
ตัวเลข16แอสซิสต์กับงานของเพื่อนร่วมทีม
คันโตนาจบพรีเมียร์ลีกฤดูกาล1992–93 ด้วย 16 แอสซิสต์ ตัวเลขนี้รวมผลงานของเขากับลีดส์และแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ใช่ยอดที่ทำให้ทีมใหม่ทั้งหมด ถึงกระนั้นก็สะท้อนว่าการสร้างโอกาสเป็นส่วนสำคัญของผลงานตลอดฤดูกาล ไม่ได้จำกัดอยู่กับภาพกองหน้าผู้รอจบสกอร์
เออร์วินต้องกล้าวิ่งต่อหลังจ่ายบอล กิกส์ต้องเลือกทางวิ่งและควบคุมบอลด้วยความเร็ว แม็คแคลร์ต้องมองเห็นคันเชลสกีส์ ส่วนอินซ์ต้องพาบอลผ่านพื้นที่กลางสนามให้สำเร็จ รายละเอียดเหล่านี้ทำให้ตำแหน่งรับบอลของคันโตนามีทางเลือกจริง หากคนรอบข้างหยุดอยู่กับที่ ต่อให้มองเห็นช่อง เขาก็ไม่มีผู้รับที่จะใช้ช่องนั้น
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้แชมป์ในท้ายที่สุด แต่การเปลี่ยนทีมช่วงกลางฤดูกาลกับผลการแข่งขันที่ดีขึ้นไม่ได้พิสูจน์ว่าแชมป์เกิดจากคนเดียว สิ่งที่สองเกมนี้แสดงได้ชัดกว่าคือคันโตนาเพิ่มจุดเชื่อมให้แนวรุก เขารับบอลก่อนถึงแนวรับ เปลี่ยนผู้เล่นด้านข้างให้เป็นคนเข้าทำ และยังขยับไปเป็นผู้จบสกอร์เมื่อเพื่อนพาบอลขึ้นมาเองได้ พื้นที่ใหม่ของเขาจึงเป็นพื้นที่ที่เพื่อนร่วมทีมเข้ามาใช้ร่วมกันด้วย

