แอตเลติโกสองแชมป์ในปี1996เกิดจากทีมของราโดเมียร์ อันติชที่มีทางทำประตูหลายแบบและมีฐานเกมรับรองรับ ลูโบ เปเนฟกับกิโกเป็นคู่หน้า แต่กองกลางอย่างดิเอโก ซิเมโอเนและมิลินโก ปันติชก็ทำประตูสำคัญ ขณะที่โฆเซ ฟรันซิสโก โมลินาช่วยรักษาความมั่นคงในประตู การได้ทั้งลีกและโกปาเดลเรย์จึงเป็นผลจากการแบ่งหน้าที่ซึ่งใช้ได้ตลอดฤดูกาลและในเกมตัดสิน
แอตเลติโกสองแชมป์กับขุมกำลังใหม่ของอันติช
ปันติชเติมทักษะเฉพาะ
ก่อนฤดูกาลแชมป์ แอตเลติโกจบลีก1994/95อันดับ14 การมาถึงของอันติชจึงไม่ได้เป็นเพียงการรับช่วงทีมที่ครองหัวตารางอยู่แล้ว เขาต้องสร้างผลงานใหม่จากกลุ่มผู้เล่นเดิมและกำลังที่เข้ามาเพิ่มเติม หนึ่งในคนสำคัญคือปันติช ซึ่งย้ายจากพานิโอนิออสในกรีซมาร่วมทีมปี1995
ปันติชเล่าภายหลังว่าอันติชติดตามผลงานของเขาและขอวิดีโอการเล่น ก่อนดึงมาร่วมงานในมาดริด ความสัมพันธ์นี้ช่วยอธิบายการเลือกนักเตะที่ยังไม่เป็นชื่อคุ้นหูของผู้ชมสเปน โค้ชมองเห็นทักษะที่นำมาใช้กับทีมได้ มากกว่าจะอาศัยชื่อเสียงในลีกสเปนเป็นเงื่อนไขเดียว
สโมสรยกความสามารถด้านลูกตั้งเตะของปันติชเป็นส่วนสำคัญของสองแชมป์ เขาช่วยสร้างอันตรายจากจังหวะที่บอลหยุดนิ่ง เพิ่มอีกทางเลือกเมื่อทีมผ่านแนวรับด้วยการเล่นต่อเนื่องได้ยาก การมีผู้ส่งบอลและยิงจากจังหวะเหล่านี้จึงทำให้คู่แข่งต้องระวังมากกว่าการประกบกองหน้าในเขตโทษ
ด้านหลัง โมลินาลงครบ42นัดในลีกและเสีย32ประตู พร้อมได้รางวัลซาโมรา แผงหลังชุดที่สโมสรระบุเป็นแกนมีเดลฟี เกลี ซานติ เดเนีย โรเบร์โต โซโลซาบัล และโตนี การมีผู้รักษาประตูต่อเนื่องกับกลุ่มกองหลังหลักช่วยให้ทีมไม่ได้ฝากความหวังไว้กับการยิงมากกว่าคู่แข่งทุกนัดเพียงอย่างเดียว
อันติชเริ่มเกมทางการกับแอตเลติโกด้วยชัยชนะเหนือเรอัลโซเซียดัด4–1วันที่3กันยายน1995 สโมสรอธิบายทีมชุดนี้ผ่านการสวนกลับรวดเร็ว คุณภาพของแดนกลาง และความแม่นยำของผู้ทำประตู องค์ประกอบเหล่านั้นจึงอยู่ร่วมกับลูกตั้งเตะ ไม่ได้ถูกแทนที่ด้วยความสามารถของปันติชคนเดียว
เกมรุกที่มากกว่าคู่หน้า
กิโกกับกองกลางที่เติมขึ้นมา
เปเนฟเป็นดาวยิงสูงสุดของทีมในลีกด้วย16ประตู ส่วนกิโกยิง11ประตู แต่ซิเมโอเนทำได้12 ปันติชสิบ และโฆเซ หลุยส์ กามิเนโรเก้าประตู จำนวนประตูจากกองกลางจึงเป็นส่วนใหญ่ที่ไม่อาจมองข้าม หากอธิบายแนวรุกด้วยคู่หน้าอย่างเดียวจะขาดผู้เล่นที่ช่วยเปลี่ยนโอกาสเป็นผลการแข่งขันอีกหลายคน

| ผู้เล่น | ประตูลีก |
|---|---|
| เปเนฟ | 16 |
| ซิเมโอเน | 12 |
| กิโก | 11 |
| ปันติช | 10 |
| กามิเนโร | 9 |
ซิเมโอเนเป็นตัวอย่างชัดของกองกลางที่มีผลต่อสกอร์ ปันติชกล่าวถึงความมุ่งมั่นในการแข่งขันของเพื่อนร่วมทีมคนนี้ และยอมรับว่าปีสองแชมป์เขาทำประตูได้มากแม้การยิงไม่ใช่ความเชี่ยวชาญหลัก การเติมผลลัพธ์จากตำแหน่งอื่นจึงลดภาระที่คู่หน้าต้องเป็นผู้ตัดสินทุกเกม
การมีผู้เชี่ยวชาญลูกนิ่งไม่ได้ทำให้ทุกเกมง่าย รายงานร่วมสมัยของเกมเสมอเมรีดา1–1ปลายเดือนตุลาคม1995บรรยายว่าแอตเลติโกขาดกามิเนโร กิโก และซิเมโอเน จนเกมรุกพึ่งปันติชมากขึ้น ประตูตีเสมอมาจากการทำเข้าประตูตัวเองของคู่แข่งในจังหวะเตะมุม
เกมดังกล่าวทำให้เห็นทั้งประโยชน์และข้อจำกัดของทางเลือกนี้ ลูกนิ่งช่วยให้ทีมยังมีโอกาสเมื่อการเล่นติดขัด แต่ไม่ทดแทนความเชื่อมโยงของผู้เล่นที่หายไปได้ทั้งหมด ความสำเร็จตลอดฤดูกาลจึงต้องอาศัยการทำงานร่วมกัน มากกว่ารอให้จังหวะเฉพาะแก้ทุกปัญหา
สองถ้วยในช่วงท้าย
จากถ้วยที่ซาราโกซาสู่ลีกที่กัลเดรอน
วันที่10เมษายน1996 แอตเลติโกพบทีมบาร์เซโลนาของโยฮัน ครัฟฟ์ในนัดชิงโกปาเดลเรย์ที่ลารอมาเรดา เมืองซาราโกซา ทั้งสองฝ่ายทำประตูไม่ได้ใน90นาที ก่อนปันติชโหม่งบอลเปิดจากด้านข้างของเกลีในนาที102ให้แอตเลติโกชนะ1–0

จังหวะชนะถ้วยจึงมีการสลับผู้รับผิดชอบที่น่าสนใจ ปันติชซึ่งขึ้นชื่อเรื่องการส่งบอลจากลูกนิ่งเป็นคนเข้าไปจบด้วยศีรษะ ส่วนเกลีจากแผงหลังเป็นผู้เปิดบอล ประตูนี้ไม่ใช่ฟรีคิกยิงตรงของปันติช และไม่ควรถูกเล่ารวมกับความสามารถลูกตั้งเตะจนรายละเอียดของเกมจริงหายไป
แม้ได้ถ้วยแล้ว งานในลีกยังไม่เสร็จ การแข่งขันมี42นัดและทีมต้องเดินหน้าจนถึงปลายเดือนพฤษภาคม จากวันชนะบาร์เซโลนาไปถึงวันตัดสินลีกเป็นเวลาประมาณหกสัปดาห์ สองถ้วยจึงไม่ได้มาจากเกมเดียวหรือการฉลองครั้งเดียวที่ให้ผลกับทั้งสองรายการ
วันที่25พฤษภาคม1996 แอตเลติโกเปิดบิเซนเต กัลเดรอนรับอัลบาเซเตและชนะ2–0 โดยซิเมโอเนกับกิโกเป็นผู้ทำประตู คู่ผู้ยิงในวันนั้นเชื่อมบทบาทกองกลางกับกองหน้าเข้าด้วยกันอีกครั้ง ทีมจบด้วย87คะแนนจากชัยชนะ26นัด เสมอเก้า และแพ้เจ็ด
เมื่อมองสองเกมตัดสินร่วมกัน ผู้ยิงประตูสำคัญมีทั้งปันติช ซิเมโอเน และกิโก ขณะที่เปเนฟยังเป็นดาวยิงลีกสูงสุดของทีม ภาพนี้อธิบายได้ว่าความสำเร็จของอันติชไม่ได้ผูกอยู่กับการให้คนเดียวเป็นผู้จบทุกโอกาส แต่เปิดให้ผู้เล่นหลายตำแหน่งช่วยกันสร้างผลลัพธ์

