ฟัคเคตตีเติมเกมเป็นอาวุธที่ทำให้อินเตอร์มีผู้เล่นเข้าทำเพิ่มจากด้านหลัง จาชินโต ฟัคเคตตีเริ่มต้นจากแบ็กซ้าย แต่สามารถขึ้นไปจบสกอร์จนทำได้สิบประตูในเซเรีย อาฤดูกาล1965/66 ความอันตรายของเขาอยู่ที่จุดเริ่มต้นและจังหวะเคลื่อนที่ เพราะคู่แข่งต้องรับมือกับคนที่ไม่ได้ยืนรออยู่ในแนวหน้าตลอดเวลา
ฟัคเคตตีเติมเกมจากพื้นที่เริ่มต้นของแบ็กซ้าย
ก่อนมาเป็นกองหลังของอินเตอร์ ฟัคเคตตีเคยเล่นกองหน้าให้เตรวิลเยเซในวัยเยาว์ บันทึกครอบครัวระบุประสบการณ์นั้นตั้งแต่ปี1957 พื้นฐานการเข้าหาประตูจึงมีอยู่ก่อนที่เอเลนิโอ เอร์เรราจะนำเขาเข้าสู่ทีมชุดใหญ่ในปี1961 และพัฒนาบทบาทที่ใช้ทั้งความสามารถเกมรับกับการวิ่งขึ้นหน้า
ตำแหน่งแบ็กซ้ายทำให้เขามองเห็นจังหวะก่อตัวของเกมจากด้านหลัง เมื่อบอลยังอยู่กับคู่แข่ง เขาเป็นส่วนหนึ่งของแนวรับ แต่เมื่ออินเตอร์ได้บอลคืน พื้นที่ริมเส้นสามารถกลายเป็นเส้นทางเข้าร่วมเกมรุก ความต่างจากปีกอยู่ที่ระยะทางและเวลาที่เขาปรากฏตัวในแดนคู่แข่ง
สำหรับฝ่ายรับ การตามกองหน้าที่ประจำตำแหน่งอยู่แล้วกับการรับผู้เล่นที่วิ่งขึ้นมาทีหลังเป็นโจทย์คนละแบบ หากคนที่ดูแลริมเส้นขยับตามฟัคเคตตี พื้นที่อีกส่วนอาจเปิดให้เพื่อนร่วมทีม หากปล่อยให้เขาขึ้นไปโดยไม่มีคนรับต่อ อินเตอร์ก็ได้ทางเลือกเพิ่มใกล้เขตโทษ นี่คือการอ่านผลของบทบาท ไม่ใช่รูปแบบที่เกิดเหมือนกันทุกครั้ง
ผลงานก่อนฤดูกาลสิบประตูแสดงว่าการขึ้นไปยิงไม่ใช่สิ่งที่เพิ่งเกิดในปี1966 เขาทำสี่ประตูลีกในฤดูกาล1962/63 และอีกสี่ในฤดูกาล1963/64 ก่อนทำสองประตูในฤดูกาล1964/65 ตัวเลขขึ้นลงตามฤดูกาล แต่ยืนยันว่าอินเตอร์ใช้อันตรายจากแบ็กซ้ายต่อเนื่องมาหลายปี
การเติมหลังจังหวะรับบอลคืน
เกมเปลี่ยนจากรับเป็นรุกของอินเตอร์มีลุยส์ ซัวเรซเป็นตัวเชื่อมสำคัญ เขารับบอลใกล้กองหลังและสามารถส่งบอลระยะไกลไปยังผู้เล่นที่วิ่งเร็ว การเติมของฟัคเคตตีจึงเกิดในทีมที่มีคนพาบอลออกจากแดนลึกได้ โดยไม่จำเป็นต้องให้แบ็กเลี้ยงผ่านคู่แข่งทุกคนด้วยตัวเอง
จังหวะขึ้นหน้าต้องสัมพันธ์กับคุณภาพของบอลที่ทีมครองอยู่ หากเพื่อนพร้อมส่งต่อ การวิ่งช่วยสร้างทางเลือกทันที แต่หากบอลยังแย่งกันอยู่ การออกจากตำแหน่งย่อมเพิ่มพื้นที่ให้คู่แข่งสวนกลับ ความสามารถของแบ็กเติมเกมจึงไม่ได้วัดเฉพาะความเร็ว ยังรวมถึงการเลือกว่าช่วงใดควรเข้าร่วมและช่วงใดควรคงตำแหน่งไว้

ประตูในฤดูกาล1965/66 ไม่ได้กระจุกอยู่เฉพาะเกมที่อินเตอร์ชนะขาด เขายิงประตูเดียวในชัยชนะเหนือกายารีที่ซาร์ดิเนียเมื่อ14พฤศจิกายน1965 และทำประตูตีเสมอซามพ์โดเรีย1–1ในวันที่24เมษายน1966 ทั้งสองนัดแสดงว่าผลงานของแบ็กซ้ายมีน้ำหนักต่อคะแนนในเกมที่ระยะห่างน้อยด้วย
ส่วนวันที่8พฤษภาคม1966 ฟัคเคตตียิงสองประตูในช่วงหกนาที ช่วยอินเตอร์ชนะยูเวนตุส3–1 และเพิ่มยอดลีกของตัวเองเป็นสิบประตู การมาถึงตำแหน่งจบสกอร์จึงเป็นส่วนที่คู่แข่งต้องคำนึงถึงจริง แม้รายชื่อก่อนแข่งจะจัดเขาไว้ในแนวรับก็ตาม
ผู้เล่นที่คุมพื้นที่เมื่อแบ็กขึ้น
อาร์มันโด ปิคคีทำหน้าที่ลิเบโรอยู่ด้านหลังผู้เล่นที่ประกบคู่แข่ง บทบาทนี้ช่วยคุ้มกันเมื่อแนวรับถูกผ่านและทำให้อินเตอร์มีคนอ่านสถานการณ์จากด้านหลัง ยูฟ่าอธิบายโครงสร้างของเอร์เรราว่าใช้การประกบตัวร่วมกับผู้เล่นอิสระ และเปิดให้แบ็กเข้าร่วมเกมรุกได้
การมีปิคคีไม่ได้หมายความว่าเขาต้องวิ่งไปยืนแบ็กซ้ายแทนทุกครั้ง สิ่งสำคัญคือทีมยังมีชั้นป้องกันและคนประเมินอันตรายหลังการเคลื่อนที่ เมื่อฟัคเคตตีขึ้นหน้า เพื่อนที่อยู่กับบอลและผู้เล่นที่คงตำแหน่งต้องช่วยให้ทีมไม่แยกเป็นสองส่วนจนรับมือกับการเสียบอลไม่ได้

ความสมดุลเช่นนี้ทำให้การเติมเป็นงานร่วมของทั้งทีม ฟัคเคตตีต้องกลับมามีส่วนในเกมรับ ขณะที่คนจ่ายบอลต้องเลือกทางที่เพื่อนเล่นต่อได้ การวิ่งขึ้นไปโดยไม่มีความสัมพันธ์กับคนอื่นย่อมต่างจากการเข้าทำที่มีผู้ส่งบอลและแนวคุ้มกันรองรับอยู่แล้ว
เหตุการณ์ที่โบโลญญาเมื่อ1พฤษภาคม1966 ช่วยแยกการเติมของแบ็กออกจากการย้ายไปยืนปีก เอร์เรราทดลองใช้ฟัคเคตตีเป็นปีกซ้ายในเกมที่อินเตอร์แพ้2–1 แล้วระบุว่าจะส่งเขากลับไปเล่นแบ็กในนัดถัดไป การเปลี่ยนจุดเริ่มต้นถาวรจึงไม่ได้ให้ผลเหมือนการปล่อยให้เขาเลือกขึ้นมาจากแนวรับ
สิบประตูลีกบอกอะไรและไม่บอกอะไร
ฟัคเคตตีลงเล่นลีก32นัดและยิงสิบประตูในฤดูกาล1965/66 หากรวมการแข่งขันทางการทุกรายการ เขาลง40นัดและยิง12ประตู โดยอีกสองประตูมาจากถ้วยยุโรป จำนวนสิบจึงเป็นผลงานเฉพาะเซเรีย อา ไม่ใช่ยอดรวมทั้งฤดูกาล
ในทีมแชมป์ปีนั้น ซานโดร มาซโซลาทำ19ประตูลีก อันเจโล โดเมงกินีทำ12 และฟัคเคตตีทำสิบ แนวรับจึงเพิ่มแหล่งประตูที่มีขนาดใกล้เคียงผู้เล่นรุกคนสำคัญบางคน ทำให้การป้องกันเฉพาะผู้เล่นด้านหน้าไม่เพียงพอจะตัดอันตรายของอินเตอร์ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม จำนวนประตูไม่ได้บอกว่าการเติมทุกครั้งสำเร็จ หรือยืนยันว่าทีมไม่เคยเปิดพื้นที่เสียหาย สิ่งที่เห็นได้ชัดคือแบ็กซ้ายคนนี้สร้างผลผลิตในเกมรุกได้มาก ขณะยังอยู่ในโครงสร้างของทีมที่คว้าแชมป์ลีก และไม่ได้จำเป็นต้องเปลี่ยนไปเป็นกองหน้าเต็มตัวเพื่อทำเช่นนั้น
อินเตอร์ยืนยันแชมป์ด้วยชัยชนะเหนือลาซิโอ4–1เมื่อ15พฤษภาคม1966 เป็นแชมป์ลีกสมัยที่สิบและทำให้สโมสรได้ดาวดวงแรกบนเสื้อ ผลงานของฟัคเคตตีจึงอยู่ในฤดูกาลสำคัญของทีม ทั้งในฐานะผู้เล่นแนวรับและคนจบสกอร์ที่เข้ามาเพิ่มภาระให้คู่แข่งจากอีกทิศทางหนึ่ง

