เดปอร์พลาดแชมป์1994 ถูกจดจำผ่านลูกจุดโทษของมิโรสลาฟ จูคิชที่โฆเซ ลุยส์ กอนซาเลซรับไว้ได้ แต่ภาพท้ายเกมกับบาเลนเซียเป็นเพียงปลายทางของการแข่งขัน 38 นัด เดปอร์ติโบ ลา กอรุนญาเสียประตูน้อยมาก นำตารางอยู่หลายเดือน และเข้าวันสุดท้ายโดยยังเป็นฝ่ายได้เปรียบ ก่อนผลสองสนามจะทำให้ตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของบาร์เซโลนา การกลับไปดูทั้งฤดูกาลช่วยให้เข้าใจว่าเหตุใดโอกาสเพียงครั้งเดียวจึงมีน้ำหนักมากขนาดนั้น
ก่อนเดปอร์พลาดแชมป์1994 ทีมสร้างโอกาสด้วยเกมรับ
เดปอร์ติโบของอาร์เซนิโอ อิเกลเซียสขึ้นนำลีกในนัดที่ 14 และเมื่อถึงนัดที่ 25 ยังนำเรอัล มาดริดห้าคะแนนและบาร์เซโลนาหกคะแนน ในระบบที่ชนะได้สองคะแนน ระยะห่างจากบาร์ซาเทียบได้กับชัยชนะสามนัดเต็ม ทีมจึงมีโอกาสจริงที่จะเป็นแชมป์ ไม่ใช่เพิ่งเข้ามาลุ้นเพราะผลการแข่งขันช่วงสุดท้ายไม่กี่สัปดาห์
พื้นฐานสำคัญคือการเสียเพียง 18 ประตูตลอด 38 นัด โดยปาโก ลิอาโญได้รับรางวัลซาโมราเป็นปีที่สองติดต่อกัน แนวรับที่มีจูคิชร่วมอยู่ด้วยช่วยให้ทีมแพ้เพียงสี่ครั้ง ผลงานนี้ทำให้เดปอร์ติโบอยู่ในการแข่งขันเพื่อแชมป์ได้ แม้จำนวนประตูที่ยิงจะห่างจากบาร์เซโลนาอย่างมาก
แต่การไม่เสียประตูไม่ได้ให้ผลเป็นชัยชนะทุกครั้ง เดปอร์ติโบเสมอ 12 นัด และถึง 11 นัดจบด้วยสกอร์ 0–0 มีเพียงเกมเสมอซาราโกซา 1–1 ที่ทั้งสองทีมยิงได้ ตัวเลขนี้เผยอีกด้านของฤดูกาล ทีมรักษาคะแนนไว้ได้บ่อยด้วยเกมรับ ทว่าหลายครั้งก็ไม่สามารถเพิ่มจากหนึ่งคะแนนเป็นสองคะแนนด้วยประตูชัยได้
สองเกมพบกันเองกลายเป็นเงื่อนไขตัดสิน
เดปอร์ติโบชนะบาร์เซโลนา 1–0 ที่ริอาซอร์ในครึ่งแรกของฤดูกาล แต่เกมกลับที่คัมป์นูจบด้วยชัยชนะของบาร์ซา 3–0 แม้ทั้งสองทีมชนะคนละนัด ผลต่างประตูจากการพบกันเองจึงอยู่ข้างบาร์เซโลนา เงื่อนไขนี้สำคัญเมื่อคะแนนรวมเท่ากัน และจะกลับมามีผลในวันสุดท้าย

ผลเสมอช่วงปลายทำให้ระยะห่างหดลง
ในนัดที่ 35 และ 36 เดปอร์ติโบเสมอเยย์ดากับราโย บาเยกาโนแบบไม่มีประตูทั้งสองเกม ทั้งที่สองสโมสรนี้จะตกชั้นเมื่อจบฤดูกาล ผลเสมอทำให้การนำที่เคยกว้างเหลือพื้นที่ให้พลาดน้อยลง และย้ำปัญหาเดิมว่าการรักษาประตูของตนเองอย่างเดียวอาจไม่พอสำหรับการปิดการแข่งขันเพื่อแชมป์
เดปอร์ติโบกลับมาชนะโลโกรเญส 2–0 ในนัดรองสุดท้าย จึงเข้าวันตัดสินด้วย 55 คะแนน เหนือบาร์เซโลนาที่มี 54 คะแนน ภารกิจที่แน่นอนที่สุดคือชนะบาเลนเซียที่ริอาซอร์ เพราะชัยชนะจะทำให้มี 57 คะแนน ขณะที่บาร์ซาต่อให้ชนะเซบียาก็ไปได้สูงสุดเพียง 56 คะแนน
หากเดปอร์ติโบเสมอ สถานการณ์จะเปลี่ยนไปตามผลอีกสนาม ถ้าบาร์เซโลนาชนะ ทั้งสองทีมจะจบที่ 56 คะแนนและบาร์ซาได้แชมป์จากผลการพบกันเอง แต่หากบาร์ซาไม่ชนะ ผลเสมอก็เพียงพอสำหรับเดปอร์ติโบ ความแตกต่างระหว่างการเล่นเพื่อชัยชนะกับการรอฟังข่าวจึงมีผลโดยตรงต่อความกดดันในสนาม
วันที่ 14 พฤษภาคม ความหวังเปลี่ยนตามสองสนาม
ขณะที่เดปอร์ติโบยังยิงบาเลนเซียไม่ได้ เซบียาขึ้นนำบาร์เซโลนาจากดีเอโก ซิเมโอเน ก่อนฮริสโต สตอยช์คอฟตีเสมอ จากนั้นดาวอร์ ชูเคอร์ทำให้เซบียากลับไปนำ 2–1 ก่อนพักครึ่ง ช่วงที่สกอร์เป็นเช่นนั้น ผล 0–0 ที่ริอาซอร์ยังพาเดปอร์ติโบไปถึงแชมป์ได้
แต่บาร์เซโลนาพลิกสถานการณ์ในครึ่งหลัง สตอยช์คอฟตีเสมออีกครั้ง แล้วโรมาริโอทำให้เจ้าบ้านนำ 3–2 ก่อนเลาดรู๊ปกับบาเกโรเพิ่มสกอร์จนชนะ 5–2 เมื่อบาร์ซาทำคะแนนได้เต็ม เดปอร์ติโบจึงต้องชนะเช่นกัน การเสมอที่เคยดูเพียงพอในครึ่งแรกไม่เพียงพออีกต่อไป
ในช่วงท้ายเกมที่ริอาซอร์ นันโดถูกทำฟาวล์จนเดปอร์ติโบได้จุดโทษ นี่คือโอกาสเปลี่ยนผลเสมอเป็นชัยชนะขณะเหลือเวลาเพียงเล็กน้อย จูคิชเป็นคนเดินไปรับหน้าที่ยิง แต่กอนซาเลซผู้รักษาประตูบาเลนเซียป้องกันไว้ได้ เกมจึงจบ 0–0 และไม่มีประตูถัดมาที่จะเปลี่ยนปลายทางของแชมป์

ทำไมจูคิชจึงเป็นผู้ยิง
โดนาโตซึ่งเป็นหนึ่งในผู้รับผิดชอบจุดโทษถูกเปลี่ยนออกไปแล้ว โดยอัลเฟรโดลงมาแทนก่อนเกิดเหตุ การที่นักเตะคนสำคัญไม่อยู่ในสนามทำให้ตัวเลือกสำหรับลูกตัดสินนี้ต่างจากช่วงเริ่มเกม จูคิชจึงไม่ได้เดินออกมาจากกลุ่มผู้เล่นซึ่งมีเงื่อนไขพร้อมเหมือนเดิมทุกอย่าง
เบเบโตอธิบายย้อนหลังว่า ช่วงนั้นผู้ยิงหลักคือโดนาโตกับจูคิช ส่วนตนไม่ได้ซ้อมจุดโทษตามปกติหลังมีปัญหาบาดเจ็บ เขายังยืนยันว่าจูคิชทำได้ดีมากในการฝึกซ้อม และยอมรับว่าหากตนเป็นผู้ยิงก็อาจพลาดเช่นกัน คำอธิบายนี้ต่างจากเรื่องเล่าที่สรุปว่าเบเบโตเพียงไม่กล้ารับภาระในนาทีสำคัญ
โดนาโตเองก็เล่าว่าเขา จูคิช และฟรานฝึกจุดโทษร่วมกันในสัปดาห์ก่อนเกม จึงมีการเตรียมตัวในเรื่องนี้อยู่แล้ว การพลาดจริงไม่ได้ลบสิ่งที่ผู้ยิงทำได้ระหว่างฝึก และการทำได้ดีระหว่างฝึกก็ไม่อาจรับประกันผลของลูกเดียวในเกมแข่งขันได้ การมองจูคิชเฉพาะช่วงที่ยิงไม่เข้าจึงตัดส่วนอื่นของการมีส่วนร่วมกับทีมออกไปมาก
รองแชมป์ที่มีคะแนนเท่าทีมชนะ
เดปอร์ติโบจบด้วยชัยชนะ 22 นัด เสมอ 12 และแพ้สี่ ยิง 54 ประตู เสีย 18 ส่วนบาร์เซโลนาชนะ 25 เสมอหก และแพ้เจ็ด ทั้งสองทีมมี 56 คะแนนเท่ากัน แต่เดินทางมาถึงตัวเลขเดียวกันด้วยผลงานคนละแบบ บาร์ซาชนะมากกว่าสามครั้งและแพ้มากกว่าสามครั้ง ขณะที่เดปอร์ติโบเสมอมากกว่าหกนัด

