มิลานยุคเนเรโอ ร็อกโก 1962 คว้าแชมป์ด้วยการปรับส่วนประกอบของทีมระหว่างฤดูกาล ก่อนเปลี่ยนผลงานที่ขึ้นลงให้กลายเป็นการเก็บคะแนนอย่างต่อเนื่อง จากอันดับสี่เมื่อผ่านครึ่งทาง มิลานจบด้วย53คะแนนและสคูเด็ตโต้สมัยที่แปด เรื่องสำคัญจึงอยู่ที่การเพิ่มความสมดุลรอบผู้เล่นแนวรุก แล้วรักษาระดับนั้นจนคู่แข่งไล่ไม่ทัน
มิลานยุคเนเรโอ ร็อกโก 1962 เริ่มจากทีมใหม่แบบใด
ร็อกโกเข้ามารับงานต่อจากเปาโล โตเดสคินีในปี1961 สโมสรเสริมจีโน ปิวาเตลลีกับจิมมี กรีฟส์ และเลื่อนโจวานนี โลเด็ตติขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เกิดขึ้นบนฐานของทีมที่มีโฮเซ อัลตาฟินี จานนี ริเวรา และเชซาเร มัลดินีอยู่แล้ว จึงเป็นการหาวิธีจัดผู้เล่นเดิมกับสมาชิกใหม่ให้ทำงานร่วมกัน
มิลานเริ่มลีกด้วยการชนะวิเชนซา3–0 อัลตาฟินียิงสองลูก ส่วนกรีฟส์ทำประตูจากจุดโทษ ในช่วงต้นฤดูกาลทีมยังเอาชนะอินเตอร์3–1และยูเวนตุส5–1 ผลเหล่านี้แสดงว่าแนวรุกมีคุณภาพพอจะเล่นงานคู่แข่งรายใหญ่ได้ตั้งแต่ก่อนช่วงเร่งเครื่องท้ายปี
ปัญหาคือชัยชนะนัดเด่นไม่ได้เกิดควบคู่กับคะแนนที่สม่ำเสมอเสมอไป เมื่อจบ17นัดแรก มิลานมี22คะแนน อยู่หลังอินเตอร์ที่นำด้วย27คะแนน และตามทั้งโบโลญญากับฟิออเรนตินาที่มี23คะแนน ตำแหน่งอันดับสี่จึงสะท้อนระยะห่างที่ยังต้องไล่คืนในระบบชนะได้สองคะแนน
ตัวเลขช่วงครึ่งแรกช่วยอธิบายโจทย์ของร็อกโกได้ตรงกว่าการมองว่าทีมขาดกองหน้าฝีเท้าดี มิลานยิงคู่แข่งได้มากในบางเกมอยู่แล้ว สิ่งที่ต้องเพิ่มคือความสามารถในการนำคุณภาพนั้นกลับมาใช้ซ้ำในทุกสัปดาห์ โดยเฉพาะเกมที่ไม่ได้เปิดพื้นที่ให้เข้าทำง่ายเหมือนวันที่ทีมชนะขาด
กรีฟส์ออกและซานีเข้ามา
กรีฟส์กลับอังกฤษไปอยู่กับท็อตแนม ฮอตสเปอร์ในเดือนธันวาคม1961 ประวัติฤดูกาลของมิลานระบุว่ามีความขัดแย้งบางส่วนกับผู้ฝึกสอน ขณะเดียวกันสโมสรนำดีโน ซานีเข้ามาระหว่างฤดูกาล การเปลี่ยนผู้เล่นต่างชาติครั้งนี้ทำให้ทีมได้คุณสมบัติในแดนกลางเพิ่มขึ้น แทนการหากองหน้าคนใหม่ที่เล่นเหมือนกรีฟส์ทุกอย่าง
ซานีเป็นกองกลางบราซิลที่มีประสบการณ์คว้าแชมป์โลกปี1958 จุดเด่นที่มิลานยกย่องคือความเข้าใจแท็กติก เขาเข้ามาช่วยเชื่อมการเล่นของทีมในช่วงที่ร็อกโกต้องการให้ผู้เล่นหลายส่วนสนับสนุนกันได้ดีขึ้น การมีคนอ่านจังหวะในแดนกลางจึงมีคุณค่าต่างจากการเพิ่มผู้จบสกอร์อีกคน

อย่างไรก็ตาม กรีฟส์ไม่ได้จากไปโดยไม่มีผลงาน เขาทำเก้าประตูในลีกจากสิบนัดให้มิลาน การย้ายของเขาจึงไม่ควรถูกอธิบายว่าเป็นเพียงการตัดนักเตะที่ยิงไม่ได้ออกจากทีม ประเด็นอยู่ที่ความเหมาะสมของผู้เล่นกับการจัดทีมของร็อกโก ซึ่งอาจต่างจากความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะ
ซานีเองลงเล่นลีก20นัดและยิงห้าประตูในฤดูกาลนั้น หนึ่งในเกมสำคัญคือชัยชนะ4–1เหนือวิเชนซาเมื่อเปิดครึ่งหลังของโปรแกรม เขาทำสองลูกในเกมดังกล่าว มิลานจึงได้ทั้งงานเชื่อมเกมและประตูจากผู้เล่นใหม่ โดยไม่ต้องให้บทบาทการทำประตูทั้งหมดตกอยู่กับศูนย์หน้า
ริเวราและแนวรุกในช่วงเร่งเครื่อง
ริเวราลงเล่นในลีก27นัดและทำสิบประตู เขายังเป็นผู้เล่นอายุน้อย แต่มีส่วนกับผลการแข่งขันอย่างชัดเจน เมื่อรวมกับกองกลางมากประสบการณ์อย่างซานี ทีมจึงมีทั้งความสามารถในการสร้างจังหวะและคนที่ช่วยประคองการตัดสินใจระหว่างเกม
อัลตาฟินีเป็นผู้ทำประตูหลักด้วย22ลูก และได้ตำแหน่งดาวซัลโวร่วมกับออเรลิโอ มิลานีของฟิออเรนตินา ผลงานของเขากับริเวรารวมกันเป็น32จาก83ประตูของทีม แสดงว่ามิลานมีแกนการจบสกอร์ที่เด่น แต่ยังได้รับประตูจากผู้เล่นอีกหลายคนด้วย

ปิวาเตลลีทำแปดประตู จานคาร์โล ดาโนวาทำเจ็ด และเปาโล บาริซอนทำหก การกระจายผลงานเช่นนี้มีความสำคัญต่อการลุ้นแชมป์ เพราะแม้คู่แข่งจะพยายามลดอิทธิพลของอัลตาฟินี มิลานก็ยังมีผู้เล่นคนอื่นที่เปลี่ยนโอกาสเป็นประตูได้
เกมรุกของร็อกโกในปีนี้จึงไม่ควรถูกจำผ่านภาพของฟุตบอลที่ระวังตัวเพียงอย่างเดียว มิลานยิงมากกว่าอินเตอร์รองแชมป์ซึ่งทำ59ประตูถึง24ลูก แต่ในอีกด้านหนึ่ง มิลานเสีย36ประตู มากกว่าอินเตอร์ที่เสีย31ลูกด้วย ความได้เปรียบในการทำประตูจึงมีส่วนสำคัญมากต่อผลรวมของฤดูกาล
ความสม่ำเสมอครึ่งหลัง
จาก17เกมหลัง มิลานเก็บ31คะแนนจากคะแนนเต็ม34 โดยชนะ15 เสมอหนึ่ง และแพ้หนึ่ง เทียบกับ22คะแนนในครึ่งแรกแล้ว ทีมเพิ่มผลผลิตได้เก้าคะแนนโดยลงเล่นจำนวนเกมเท่ากัน การเร่งเครื่องจึงเกิดจากชัยชนะจำนวนมากต่อเนื่องกัน ไม่ใช่เพียงเกมใหญ่ที่ถูกจดจำสองสามนัด
ช่วงดังกล่าวยังมีความพ่ายแพ้ในดาร์บีต่ออินเตอร์0–2 จึงไม่ใช่ครึ่งฤดูกาลที่ไร้จุดสะดุด แต่หลังจากนั้นมิลานตอบสนองด้วยการเดินหน้าเก็บชัยชนะ การแพ้คู่แข่งโดยตรงหนึ่งเกมไม่ได้ทำลายโอกาสแชมป์ เมื่อทีมสามารถชดเชยด้วยผลการแข่งขันในนัดอื่นได้อย่างต่อเนื่อง
นับจากชัยชนะ1–0ที่บ้านโรมา มิลานชนะติดต่อกันแปดนัด รวมเกมกับฟิออเรนตินาและยูเวนตุสในเดือนมีนาคม ช่วงนี้ทำให้การไล่ตามเปลี่ยนเป็นการสร้างระยะห่าง และทีมคว้าแชมป์ได้ก่อนโปรแกรมสิ้นสุดหนึ่งนัด
ตารางเมื่อจบฤดูกาลบันทึกมิลานชนะ24 เสมอ5 และแพ้5 มี53คะแนนเหนืออินเตอร์ห้าคะแนน ความสำเร็จของร็อกโกจึงมาจากการปรับคนให้เหมาะกับงาน แล้วเปลี่ยนความสามารถของแนวรุกให้เป็นชัยชนะที่เกิดซ้ำได้ตลอดช่วงสำคัญของการลุ้นแชมป์

