กาบาร์ราฉลองแชมป์ เมื่อการฉลองเล่าประวัติเมืองบิลเบา

เรือกาบาร์ราฉลองแชมป์ของแอธเลติก บิลเบา บนแม่น้ำในเมืองบิลเบา

กาบาร์ราฉลองแชมป์ทำให้ชัยชนะของแอธเลติกมีเส้นทางของตัวเอง เมื่อทีมคว้าแชมป์ลีกในปี 1983 นักเตะไม่ได้พบแฟนบอลเฉพาะหน้าอัฒจันทร์ซานมาเมส แต่ขึ้นเรือท้องแบนซึ่งถูกลากมาตามลำน้ำบิลเบา ผู้คนเฝ้ารอตลอดสองฝั่งและบนสะพาน เส้นทางที่เคยรองรับสินค้าและแรงงานจึงกลายเป็นพื้นที่ร่วมฉลองของเมือง

เรือลำนี้ทำงานให้ท่าเรือมานานกว่ายี่สิบปีก่อนถูกนำมาฉลองแชมป์ และดำเนินต่อหลังเสียงฉลองสงบลง การรู้ว่าใครสร้างมัน ใช้ทำงานอะไร และเหตุใดสโมสรจึงเลือกมัน ช่วยอธิบายว่าทำไมภาพนักเตะเสื้อแดงขาวกลางแม่น้ำจึงมีความหมายต่อบิลเบามากกว่าขบวนรับถ้วยทั่วไป

ก่อนเป็นกาบาร์ราฉลองแชมป์ มันคือเรือทำงานของท่าเรือ

คำว่ากาบาร์ราหมายถึงเรือบรรทุกท้องแบน เรือประเภทนี้ไม่มีเครื่องยนต์ของตัวเองและต้องอาศัยเรือลากจูง ในเขตอุตสาหกรรมรอบบิลเบา มันขนแร่เหล็ก ถ่านหิน และวัสดุระหว่างพื้นที่ริมลำน้ำ รูปร่างกว้างและพื้นดาดฟ้าที่ใช้วางของทำให้มันเหมาะกับงานขนส่งมากกว่าการเดินทางของผู้โดยสาร

เรือที่แอธเลติกนำมาใช้มีชื่อเดิมว่ากาบาร์ราหมายเลขหนึ่ง การท่าเรือบิลเบาว่าจ้างอู่เซลายาในเอรันดิโอสร้างในปี 1960 เพื่อช่วยงานบำรุงรักษาท่าเรือ ลำเรือยาว 18.5 เมตร กว้าง 8.5 เมตร ขนาดดังกล่าวทำให้มันดูคล้ายพื้นที่ทำงานที่ลอยน้ำได้ มากกว่าเรือโดยสารที่มีห้องพักหรือดาดฟ้าหลายชั้น

การเลือกเรือลำนี้จึงนำสิ่งที่คนริมฝั่งคุ้นตาเข้ามาอยู่กลางพิธีฉลอง วัสดุที่เคยขนผ่านท่าเรือถูกแทนที่ด้วยนักเตะและถ้วยรางวัล ขณะที่คนทำงานและครอบครัวมองเห็นทีมฟุตบอลอยู่บนพาหนะซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเมืองอยู่แล้ว

ความคิดจากเพลงเก่าและสโมสรริมแม่น้ำ

การฉลองฟุตบอลบนเรือมีร่องรอยก่อนปี 1983 พิพิธภัณฑ์ทางทะเลอิตซัสมูเซอุมบันทึกว่า สโมสรอาเซโรจากย่านโอลาเบอากาเคยฉลองบนเรือกาบาร์ราในปี 1924 เหตุการณ์นั้นเกี่ยวพันกับเพลงที่เล่าถึงนักฟุตบอลเดินทางมาตามแม่น้ำ จึงมีทั้งความทรงจำของฟุตบอลท้องถิ่นและภาษาของคนริมน้ำอยู่เบื้องหลังแนวคิดนี้

เมื่อแอธเลติกได้แชมป์ลีกสมัยที่เจ็ดหลังรอมา 27 ปี เซซิลิโอ เกร์ริกาเบอิเตีย กรรมการสโมสร เห็นว่าการปรากฏตัวบนระเบียงศาลาว่าการอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เขานำแรงบันดาลใจจากเพลงมาสู่ข้อเสนอให้ทีมใช้เรือ ส่วนเฟร์นันโด โอโชอา ผู้จัดการสโมสรซึ่งเข้าทำงานในปี 1982 ก็มีส่วนร่วมอย่างจริงจังในการเตรียมความคิดนี้ให้เกิดขึ้น

การฉลองเกิดในช่วงที่อุตสาหกรรมของบิสกายากำลังปรับโครงสร้างและมีปัญหาการว่างงานสูง ฟุตบอลไม่ได้ขจัดความยากลำบากเหล่านั้น แต่ทำให้ผู้คนมีเหตุการณ์แห่งความยินดีร่วมกัน การพาทีมผ่านพื้นที่ริมแม่น้ำจึงเชื่อมชัยชนะกับชุมชนที่อยู่ไกลจากประตูสนามด้วย

สะพานคนเดินสีขาวทอดข้ามแม่น้ำในบิลเบา
สะพานซูบิซูริและพื้นที่ริมแม่น้ำในบิลเบายุคปัจจุบัน

วันที่ 3 พฤษภาคม 1983 สองฝั่งน้ำกลายเป็นอัฒจันทร์

สองวันหลังคว้าแชมป์ เรือซึ่งได้รับชื่อแอธเลติกออกเดินทางในวันที่ 3 พฤษภาคม 1983 เรืออามายาทำหน้าที่ลากจูง ขบวนเคลื่อนจากบริเวณลาสอาเรนาสในเก็ตโชใกล้ปากน้ำเข้าสู่บิลเบา มีเรือชนิดอื่นร่วมเดินทาง รวมถึงเรือพายแบบตราอิเนราซึ่งผูกพันกับวัฒนธรรมชายฝั่งบาสก์

ผู้ชมไม่ได้กระจุกตัวที่จุดรับถ้วยจุดเดียว พวกเขายืนตามฝั่งแม่น้ำและสะพาน เช่น เดอุสโต ลาซัลเบ และบริเวณศาลาว่าการ คนที่มองจากคนละย่านจึงได้เห็นขบวนเดียวกันผ่านหน้า พื้นที่ยาวตลอดลำน้ำทำให้การฉลองเคลื่อนเข้าไปหาผู้ชม แทนที่จะให้ทุกคนเดินทางมารวมตัวที่สนาม

ความแตกต่างนี้อธิบายพลังของภาพถ่ายวันนั้นได้ดี เรือบรรทุกนักเตะมีขนาดเล็กเมื่อเทียบกับแนวฝูงชนและอาคารที่ล้อมอยู่รอบ แม้ผู้ชมจำนวนมากจะไม่อยู่ใกล้พอพูดคุยกับผู้เล่น แต่การเห็นเรือเคลื่อนผ่านก็ทำให้แต่ละฝั่งรู้สึกว่าเป็นส่วนหนึ่งของเหตุการณ์เดียวกัน

การกลับมาในปี 1984 ทำให้เกิดธรรมเนียม

แอธเลติกรักษาแชมป์ลีกและได้โกปาเดลเรย์ในปีถัดมา วันที่ 7 พฤษภาคม 1984 เรือจึงกลับมารับนักเตะเพื่อฉลองอีกครั้ง การทำซ้ำเปลี่ยนความคิดที่ใช้กับชัยชนะครั้งหนึ่งให้เป็นภาพประจำสโมสร แชมป์กับเรือกาบาร์ราเริ่มถูกจดจำคู่กัน

สองปีนั้นไม่ได้มีความหมายเหมือนกันทั้งหมด ปี 1983 ปิดการรอแชมป์ลีกที่ยาวนาน ส่วนปี 1984 ยืนยันว่าทีมชุดเดิมสามารถไปไกลถึงสองรายการ การใช้พาหนะและลำน้ำสายเดิมเปิดโอกาสให้เมืองเปรียบเทียบความทรงจำของสองฤดูกาลผ่านสถานที่ที่รู้จักดี

แต่หลังงานฉลอง เรือไม่ได้ถูกเก็บไว้เป็นเครื่องประดับทันที มันกลับไปช่วยขนของ ซ่อมท่าเทียบเรือ และวางทุ่น งานประจำกับความทรงจำเรื่องฟุตบอลจึงอยู่ในลำเรือเดียวกันต่อไปอีกหลายสิบปี ก่อนสิ้นสุดชีวิตการทำงานในปี 2013

จากเครื่องมือทำงานสู่มรดกที่ยังลอยน้ำได้

การท่าเรือยกเรือให้พิพิธภัณฑ์ทางทะเลบิลเบาในปี 2013 โดยจัดวางในบริเวณอู่แห้งของอู่เรือเออุสกัลดูนาเดิม การย้ายต้องลากเรือจากซานตูร์ตซี ใช้เครนขนาดใหญ่สองตัว และเตรียมฐานรองบนบก พร้อมทำความสะอาดและทาสีลำเรือ พื้นที่จัดแสดงอยู่ใกล้ซานมาเมสรุ่นใหม่ ทำให้ประวัติการต่อเรือกับสโมสรฟุตบอลปรากฏอยู่ในภูมิทัศน์เดียวกัน

สนามซานมาเมสแห่งใหม่เหนือแนวอาคารริมแม่น้ำ
ซานมาเมสแห่งใหม่และย่านริมแม่น้ำในบิลเบายามค่ำ

ในเดือนกรกฎาคม 2020 พิพิธภัณฑ์กับแอธเลติกตกลงร่วมกันบูรณะเรือ งานเสร็จในเดือนมีนาคม 2021 และมีการทดสอบการลอยตัว การรักษาเรือจึงครอบคลุมทั้งคุณค่าของวัตถุพิพิธภัณฑ์และความเป็นไปได้ที่จะใช้งานอีกครั้ง ไม่ใช่เพียงเก็บผิวภายนอกให้เหมือนภาพเก่า

เมื่อแอธเลติกได้แชมป์ถ้วยในปี 2024 เรือกลับมาร่วมฉลองวันที่ 11 เมษายน ผู้ที่เคยเห็นขบวนในทศวรรษ 1980 จึงมีโอกาสแบ่งปันประสบการณ์กับคนรุ่นหลัง ลำเรือจากปี 1960 พาเรื่องของท่าเรือ อุตสาหกรรม และฟุตบอลกลับมาอยู่ต่อหน้าคนเมืองอีกครั้ง ความต่อเนื่องนี้เองทำให้กาบาร์ราเป็นมากกว่าพาหนะรับแชมป์ของแอธเลติก

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO