สปอร์ติงกิฆอนรองแชมป์ ในฤดูกาล1978–79 เป็นความสำเร็จที่เริ่มจากการกลับขึ้นมาจากดิวิชันสองเพียงสองปีก่อน ทีมจากอัสตูเรียสไม่ได้อาศัยชัยชนะเหนือยักษ์ใหญ่เพียงวันเดียวเพื่อสร้างชื่อ แต่ขยับจากแชมป์ระดับรอง สู่อันดับห้าของลีกสูงสุด แล้วขึ้นเป็นคู่แข่งสำคัญของเรอัล มาดริด เส้นทางนี้เกิดขึ้นในช่วงที่บิเซนเต มิเอราคุมทีม กีนีเป็นกำลังในแดนหน้า และเอลโมลินอนกลายเป็นสนามที่คู่แข่งเก็บคะแนนได้ยาก
สปอร์ติงกิฆอนรองแชมป์ เริ่มต้นจากการตกชั้น
ฤดูกาล1975–76 สปอร์ติงจบอันดับสุดท้ายและตกชั้น แม้กีนีจะเป็นดาวซัลโวของลีกสูงสุดก็ตาม การมีผู้ทำประตูชั้นนำจึงยังไม่เพียงพอจะรักษาสถานะของทีมไว้ ประวัติสโมสรบันทึกว่าในเดือนพฤษภาคม1976 อังเคล บีเอโฆ เฟลิอู ประธานสโมสร ตกลงกับมิเอราให้เข้ามารับงาน สถานการณ์ที่โค้ชคนใหม่ต้องจัดการคือการพาทีมกลับขึ้นไปแข่งขันระดับเดิมโดยใช้กลุ่มนักเตะที่ยังมีอนาคต
สโมสรเผชิญการตัดสินใจเรื่องขุมกำลังด้วย บาร์เซโลนาสนใจกีนี ขณะที่แอธเลติกต้องการชูร์รูกา ท้ายที่สุดชูร์รูกาย้ายออกไป และรายได้จากการขายช่วยสนับสนุนโครงการมาเรโอ ส่วนกีนียังอยู่ร่วมเส้นทางฟื้นตัว การเก็บผู้เล่นสำคัญไว้พร้อมลงทุนในสถานที่ฝึกจึงเป็นการจัดสรรทรัพยากรที่มีผลต่อทั้งทีมปัจจุบันและโครงสร้างในอนาคต
ฤดูกาล1976–77 จบด้วยแชมป์ดิวิชันสองเหนือกาดิซหนึ่งคะแนน และกีนีเป็นผู้นำตารางดาวซัลโวของระดับนั้นด้วย สปอร์ติงใช้เวลาเพียงฤดูกาลเดียวกลับสู่ลีกสูงสุด แต่ความก้าวหน้าที่น่าจับตามองยิ่งกว่าเกิดหลังเลื่อนชั้น เมื่อทีมจบฤดูกาล1977–78 ในอันดับห้าและได้สิทธิเล่นยูฟ่าคัพเป็นครั้งแรก
| ฤดูกาล | ระดับแข่งขัน | ผลงาน |
|---|---|---|
| 1976–77 | ดิวิชันสอง | แชมป์และเลื่อนชั้น |
| 1977–78 | ลีกสูงสุด | อันดับห้า ได้ไปยูฟ่าคัพ |
| 1978–79 | ลีกสูงสุด | รองแชมป์ มี43คะแนน |
กีนีกับเพื่อนร่วมทีมที่ทำให้ความหวังเดินต่อ
มิเอรามีกีนีเป็นจุดหมายของเกมรุก แต่ทีมที่เติบโตขึ้นรอบตัวเขามีหน้าที่หลากหลาย เอ็นโซ เฟร์เรโรเพิ่มความอันตรายจากด้านข้าง ขณะที่โมรันเป็นอีกตัวเลือกในการเร่งเกม กลุ่มผู้เล่นอย่างกาสโตร มาเซดา กุนดี เมซา และโฆอากินทำให้ทีมมีแกนที่ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะแนวหน้า การจบอันดับห้าจึงมีฐานจากการเล่นร่วมกันมากกว่าการรอให้ดาวยิงแก้ปัญหาทุกอย่าง
ก่อนฤดูกาลรองแชมป์ สปอร์ติงได้เรซซา กองหลังชาวอาร์เจนตินาจากซาลามังกามาช่วยเสริมแนวรับ เมื่อครบ34นัด ทีมเสีย35ประตู น้อยที่สุดในลีก ขณะที่ยิงได้50ประตู ตัวเลขนี้อธิบายความต่างจากปีตกชั้นได้ดีขึ้น กีนียังเป็นคนสำคัญ แต่คราวนี้ทีมมีการป้องกันประตูที่ทำให้ผลงานเกมรุกเปลี่ยนเป็นคะแนนได้อย่างต่อเนื่อง
ระหว่างการก้าวขึ้นหัวตาราง สโมสรยังเปิดโรงเรียนฟุตบอลมาเรโอเมื่อวันที่28มีนาคม1978 ที่เลโอริโอ การเปิดศูนย์เกิดขึ้นในช่วงที่ผู้เล่นชุดนี้เป็นกำลังของทีมอยู่แล้ว จึงไม่ใช่ว่านักเตะรองแชมป์ทั้งหมดเพิ่งถูกสร้างขึ้นภายในปีเดียว สิ่งที่สโมสรได้คือสถานที่สำหรับต่อยอดงานฝึกและเตรียมรุ่นถัดไป ขณะทีมชุดใหญ่กำลังยกระดับความคาดหวังของผู้ชม
เอลโมลินอนเป็นฐานทั้งในลีกและยุโรป
สปอร์ติงชนะเกมเหย้าในลีก14นัด เสมอสอง และแพ้เพียงนัดเดียวจาก17เกม รวมเป็น30คะแนนภายใต้ระบบชนะได้สองคะแนน นอกบ้านทีมชนะสาม เสมอเจ็ด และแพ้เจ็ด ได้อีก13คะแนน ผลงานสองส่วนนี้ทำให้เห็นว่าฐานของการลุ้นแชมป์อยู่ที่เอลโมลินอนอย่างชัดเจน การเล่นนอกบ้านยังมีแต้มกลับมา แต่ไม่สม่ำเสมอเท่าเวลาลงสนามต่อหน้าแฟนของตัวเอง

วันที่13กันยายน1978 สนามแห่งนี้ยังเป็นเวทีเปิดตัวยูฟ่าคัพของสโมสร สปอร์ติงเอาชนะโตริโน3–0 โดยเฟร์เรโรเป็นผู้ทำประตูแรกของทีมในรายการยุโรป ชัยชนะเหนือคู่แข่งจากอิตาลีทำให้ฤดูกาลมีความหมายมากกว่าการรักษาพื้นที่หัวตารางภายในประเทศ แฟนบอลได้เห็นทีมที่เพิ่งกลับจากดิวิชันสองออกไปทดสอบตัวเองในอีกระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม นัดที่แพ้ในบ้านเพียงครั้งเดียวกลับเกิดกับคู่แข่งโดยตรง วันที่15เมษายน1979 เรอัล มาดริดบุกชนะ1–0 จากประตูของซานติยานาในเกมนัดที่27 สปอร์ติงขาดโดเรียและเฟร์เรโรซึ่งติดโทษหลังถูกเตือนในนัดก่อนหน้า ความพร้อมของทีมจึงลดลงในวันที่ผลการแข่งขันมีน้ำหนักต่อการแย่งอันดับสูงสุด
สี่คะแนนที่แยกทีมออกจากแชมป์
สปอร์ติงจบฤดูกาลด้วย43คะแนน ส่วนเรอัล มาดริดมี47คะแนน แม้ทีมจากกิฆอนชนะ17นัด มากกว่าแชมป์หนึ่งนัด แต่การแพ้แปดครั้งทำให้เสียโอกาสเก็บแต้มมากกว่า มาดริดชนะ16 เสมอ15 และแพ้เพียงสามนัด ขณะที่สปอร์ติงเสมอเก้านัด ความสามารถในการรักษาเกมที่ไม่ชนะให้ยังมีคะแนนจึงช่วยให้มาดริดอยู่เหนือกว่าเมื่อรวมทั้งฤดูกาล

นัดที่เอลโมลินอนมีความสำคัญเพราะเป็นการแข่งขันระหว่างสองฝ่ายโดยตรง แต่ฤดูกาลไม่ได้จบลงในวันนั้น ยังมีอีกเจ็ดเกมหลังนัดที่27 ตารางคะแนนสุดท้ายจึงรวมทั้งช่วงที่สปอร์ติงทำผลงานได้ดีและช่วงที่ปล่อยแต้มหลุดมือ การยกเกมเดียวมาอธิบายทุกอย่างจะทำให้มองไม่เห็นความต่างระหว่างสถิติในบ้านกับนอกบ้านของทีม
เมื่อมิเอราย้ายไปรับงานที่เอสปันญอลหลังจบฤดูกาล สโมสรเลือกโฆเซ มานูเอล ดิอาซ โนโบอาจากภายในมารับช่วงต่อ สปอร์ติงได้สร้างมาตรฐานใหม่ไว้แล้ว จากทีมเลื่อนชั้นกลายเป็นทีมที่ผู้ชมคาดหวังให้แข่งขันกับแถวหน้าของสเปน รองแชมป์ปี1979 จึงเป็นหลักฐานของการฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว และของทีมที่เชื่อมดาวยิง แนวรับ สนามเหย้า และงานสร้างผู้เล่นเข้าด้วยกันในช่วงเวลาสำคัญ

