กำเนิดลามาเซีย เมื่อวันที่20ตุลาคม1979 คือการเปิดบ้านพักสำหรับนักฟุตบอลเยาวชนที่อยู่ไกลจากบาร์เซโลนา อาคารเก่าข้างคัมป์นูช่วยให้เด็กต่างถิ่นมีที่อยู่อาศัยระหว่างพัฒนาฝีเท้ากับสโมสร ก่อนที่ชื่อลามาเซียจะขยายความหมายไปถึงแนวทางสร้างผู้เล่นทั้งระบบ การเปลี่ยนบ้านหนึ่งหลังเป็นที่พักจึงแก้ปัญหาชีวิตประจำวันของเยาวชน และช่วยให้เส้นทางสู่ทีมชุดใหญ่ดำเนินต่อได้นานพอจะเห็นผล
กำเนิดลามาเซีย ก่อนเป็นบ้านของนักเตะ
อาคารลามาเซียเดิมเป็นบ้านชนบทที่สร้างในปี1702 เมื่อบาร์เซโลนาก่อสร้างคัมป์นู พื้นที่นี้ถูกใช้ทำแบบจำลองและเป็นห้องทำงานของสถาปนิกกับผู้ก่อสร้าง รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับการเยี่ยมชมโครงการ หลังสนามเปิดในปี1957 อาคารจึงรอการใช้งานแบบใหม่ ประวัติของมันมีหลายบทบาทก่อนเด็กนักฟุตบอลจะเข้ามาอาศัย
ต่อมาในยุคประธานเอนริก เยาเดต สโมสรปรับปรุงและขยายอาคารเพื่อใช้เป็นสำนักงานใหญ่ ซึ่งเปิดเมื่อวันที่26กันยายน1966 แต่เมื่อหน่วยงานของสโมสรเพิ่มขึ้น พื้นที่ก็ไม่พอรองรับงานทั้งหมด ฝ่ายบริหารจึงย้ายสำนักงานไปบริเวณข้างลานสเกตน้ำแข็งในยุคอากุสตี มอนตัล บ้านหลังเดิมกลับมาว่างอีกครั้งและเปิดทางให้คิดถึงประโยชน์ด้านอื่น
คณะบริหารของโฆเซป ลุยส์ นูนเญซเลือกใช้สถานที่นี้เป็นบ้านของนักเตะเยาวชนที่ครอบครัวอยู่ห่างจากเมือง การปรับอาคารทำให้สโมสรมีจุดรับผิดชอบชีวิตของเด็กเหล่านี้โดยตรง เด็กไม่จำเป็นต้องอาศัยความพร้อมของครอบครัวในการย้ายมาอยู่ใกล้สนามทั้งหมด และสโมสรสามารถจัดการเรื่องที่พักควบคู่กับการฝึกได้
บ้านพักเปิดใหม่ แต่ฟุตบอลเยาวชนมีอยู่ก่อน
วันที่20ตุลาคม1979 จึงเป็นหมุดหมายของบ้านพัก ไม่ใช่วันแรกที่บาร์เซโลนามีนักเตะเยาวชน ประวัติสโมสรกล่าวถึงการจัดทีมลำดับสอง สาม และสี่โดยลุยส์ ดอสโซตั้งแต่ปี1901 ส่วนในยุคก่อนลามาเซียก็มีผู้เล่นที่เติบโตภายในสโมสรอย่างการ์เลส เรชัก อันโตนิโอ โอลโม และเตนเต ซานเชซ การฝึกนักเตะของตัวเองมีรากที่ยาวนานกว่าการใช้อาคารหลังนี้
อีกขั้นหนึ่งเกิดในปี1970 เมื่อบาร์เซโลนา อัตเลติกก่อตัวจากการรวมทีมกอนดัลกับอัตเลติก กาตาลุนยา ทีมสำรองเช่นนี้เป็นพื้นที่แข่งขันระหว่างฟุตบอลเยาวชนกับชุดใหญ่ เมื่อบ้านพักเปิดในอีกเก้าปีต่อมา เด็กที่เดินทางเข้ามาจึงมีโครงสร้างทีมให้พัฒนาอยู่แล้ว การเพิ่มที่อยู่อาศัยช่วยให้เข้าถึงเส้นทางเดิมได้สะดวกขึ้นและอยู่กับสโมสรได้นานขึ้น
รายชื่อที่สโมสรเชิญกลับมาร่วมรำลึกวาระ40ปีมีสมาชิกยุคแรก เช่น โรมา อัลบาร์ราน เป๊ป โบอาดา ออสการ์ เลาซิน และกิเยร์โม อามอร์ คนเหล่านี้ไม่ได้มีปลายทางฟุตบอลเหมือนกันทั้งหมด บ้านพักเป็นจุดร่วมของช่วงวัยหนึ่ง แต่เส้นทางหลังจากนั้นขึ้นอยู่กับการพัฒนาและโอกาสในแต่ละทีมด้วย
ชีวิตต่างถิ่นที่ต้องเรียนและฝึกไปพร้อมกัน
อามอร์มาจากเบนิดอร์มและเข้าร่วมสโมสรช่วงกลางฤดูกาล1979–80 ขณะอายุ12ปี เขาเป็นหนึ่งในผู้อาศัยรุ่นแรก แต่ไม่ได้หมายความว่าเข้าประตูพร้อมพิธีเปิดเดือนตุลาคม ในการย้อนความทรงจำที่สโมสรเผยแพร่ เขาเล่าถึงการอยู่ไกลครอบครัว ส่วนเลาซินมีญาติอยู่ใกล้บาร์เซโลนากว่า จึงได้พบครอบครัวบ่อยกว่าเพื่อนบางคน

เลาซินอธิบายกิจวัตรที่เรียงอย่างมีระเบียบ ตั้งแต่ตื่นนอน กินอาหารเช้า เรียน ฝึก กินอาหารเย็น และเข้านอน ภาพนี้ทำให้เห็นว่าการพัฒนานักเตะไม่ได้เกิดเฉพาะช่วงโค้ชสอนในสนาม เวลาพักและการศึกษาต้องอยู่ร่วมกับการฝึก การใช้ชีวิตเป็นกลุ่มยังทำให้เด็กต้องปรับตัวกับเพื่อนและข้อกำหนดของสถานที่ใหม่
คำว่าผู้เล่นที่ผ่านลามาเซียจึงอาจหมายถึงประสบการณ์ต่างกัน ปาโบล ซานซ์ซึ่งร่วมสนทนากับอามอร์และเลาซินไม่เคยพักในอาคาร เพราะครอบครัวอยู่ในเมือง แต่เขายังผ่านทีมเยาวชนของบาร์เซโลนาได้ ความเป็นสมาชิกระบบฝึกกับความเป็นผู้อาศัยในบ้านพักจึงเป็นสองเรื่องที่เกี่ยวข้องกันโดยไม่จำเป็นต้องตรงกันทุกคน
อามอร์เดินจากเยาวชนสู่สนามลาลีกา
อามอร์ผ่านหลายระดับก่อนถึงทีมชุดใหญ่ ตั้งแต่ทีมรุ่นเล็ก ทีมเยาวชน ทีมสมัครเล่น และบาร์เซโลนา อัตเลติก การเดินทางนี้ใช้เวลาหลายปี วันที่23กันยายน1982 เขาเคยลงแทนดีเอโก มาราโดนาในงานเปิดมินิเอสตาดีขณะยังเป็นเด็ก แต่การได้ร่วมพิธีสำคัญเช่นนั้นยังต่างจากการได้รับโอกาสในเกมลีกที่มีคะแนนเป็นเดิมพัน
การประเดิมทีมชุดใหญ่อย่างเป็นทางการของอามอร์เกิดวันที่3กันยายน1988 ในเกมลีกพบเอสปันญอลที่คัมป์นู บาร์เซโลนาชนะ2–0 และอามอร์ลงเป็นตัวสำรองช่วงท้ายเกม ภาพของเด็กที่เคยอยู่บ้านพักข้างสนามจึงเชื่อมกับการแข่งขันระดับสูงสุดผ่านโอกาสจริงที่มาถึงเกือบเก้าปีหลังลามาเซียเปิด

ต่อมาเขาเป็นกองกลางของทีมชุดใหญ่ระหว่างปี1988ถึง1998 และร่วมคว้าแชมป์ลีกห้าสมัย ได้แก่ฤดูกาล1990–91,1991–92,1992–93,1993–94 และ1997–98 ความสำเร็จนี้แสดงปลายทางหนึ่งของการพัฒนานักเตะ แต่สิ่งที่ทำให้เส้นทางของเขามีน้ำหนักคือการผ่านขั้นแข่งขันก่อนหน้านั้น ไม่ใช่เพียงมีชื่ออยู่ในรายชื่อผู้อาศัยรุ่นแรก
บทบาทของอามอร์ยังช่วยให้เห็นว่าผลงานจากระบบเยาวชนไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เล่นที่ครองพื้นที่ข่าวมากที่สุดเสมอไป สโมสรอธิบายงานกองกลางของเขาว่าไม่หวือหวาแต่มีประสิทธิภาพ การสร้างคนที่ช่วยให้ทีมเล่นได้ต่อเนื่องจึงมีคุณค่าต่อการลุ้นแชมป์เช่นเดียวกับการค้นหาดาวยิงหรือผู้สร้างสรรค์เกมที่โดดเด่น
บ้านพักเดิมหยุดทำหน้าที่ศูนย์พัฒนาในปี2011 เมื่อสโมสรย้ายไปใช้อาคารใหม่ที่ศูนย์ฝึกในซานต์ โฆอัน เดสปี ชื่อลามาเซียยังอยู่ต่อแม้ที่อยู่อาศัยเปลี่ยนไป ประวัติจากปี1979จึงอธิบายรากสำคัญของระบบได้ชัดเจน นั่นคือการทำให้เด็กมีทั้งพื้นที่เรียนรู้ ที่พัก และเส้นทางแข่งขัน ก่อนที่ผลงานหลายปีต่อมาจะทำให้บ้านหลังหนึ่งกลายเป็นชื่อที่ผูกกับตัวตนของบาร์เซโลนา

