บาเลนเซียปี1971 เมื่ออดีตดาวดังสร้างทีมจากข้างสนาม

สนามเมสตายา รังเหย้าของบาเลนเซีย

บาเลนเซียปี1971จบฤดูกาลด้วยภาพที่ดูขัดกัน ทีมแพ้เอสปันญอลในวันสุดท้าย แต่ได้ฉลองแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี บนม้านั่งข้างสนาม อัลเฟรโด ดิ สเตฟาโนต้องรอฟังผลของคู่แข่ง ก่อนจะรู้ว่างานสร้างทีมตลอดฤดูกาลให้รางวัลสูงสุดแก่เขา เรื่องนี้จึงมีมากกว่าความบังเอิญของผลเสมออีกสนาม เพราะบาเลนเซียต้องสะสมแต้มมากพอจึงจะอยู่ในตำแหน่งที่ความพ่ายแพ้ครั้งสุดท้ายไม่ทำลายทุกอย่าง

บาเลนเซียปี1971 เริ่มจากงานสร้างความมั่นคงของดิ สเตฟาโน

อดีตดาวดังของเรอัล มาดริดเข้ามาคุมบาเลนเซียในเดือนเมษายน 1970 แทนการทำงานร่วมกันของเอนริเก บูเกและซัลบาดอร์ อาร์ติกัส สโมสรยังมีความสามารถพอจะเข้าถึงนัดชิงฟุตบอลถ้วย แต่ปีนั้นแพ้เรอัล มาดริด 1–3 การมีชื่อใหญ่บนม้านั่งจึงไม่ได้ทำให้ปัญหาทั้งหมดหายไปทันที

เมื่อเริ่มฤดูกาล 1970–71 ผลงานช่วงแรกยังไม่เหมือนทีมที่จะคว้าแชมป์ ประวัติสโมสรบันทึกว่าบาเลนเซียเคยดูเสี่ยงต่อการตกชั้น ก่อนผลการแข่งขันจะค่อย ๆ ดีขึ้นและพาทีมกลับสู่กลางตาราง เส้นทางของดิ สเตฟาโนจึงเป็นการปรับทีมระหว่างการแข่งขัน ไม่ใช่รับช่วงทีมจ่าฝูงแล้วรักษาตำแหน่งเดิมจนจบ

เริ่มจากคนเฝ้าประตูแล้วเชื่อมไปถึงแนวรุก

อาเบลาร์โดเป็นฐานสำคัญของทีมในตำแหน่งผู้รักษาประตู โดยมีผู้เล่นแนวรับอย่างฆวน ครูซ โซล อานิบาล เฆซุส มาร์ติเนซ และอันตอนช่วยป้องกันหน้าเขา ฤดูกาลนั้นบาเลนเซียเสียเพียง 19 ประตูจาก 30 นัด ตัวเลขต่ำกว่าหนึ่งประตูต่อเกมมาก และช่วยให้ทีมยังมีโอกาสเก็บแต้มในวันที่แนวรุกไม่ได้ยิงหลายลูก

ตรงกลางสนาม เปเป กลารามุนต์เป็นจุดสำคัญในการเชื่อมเกม ส่วนฟอร์เมนต์ บัลเดซ เซร์คิโอ และเปลลิเซร์ให้ความคล่องตัวและความเร็วในแนวรุก การจัดองค์ประกอบแบบนี้เปิดทางให้บาเลนเซียเปลี่ยนจากรับเป็นรุกได้รวดเร็ว ไม่จำเป็นต้องให้กองหลังรับภาระอย่างเดียว หรือหวังให้กองหน้าคนใดคนหนึ่งแก้สถานการณ์ทุกนัด

ภาพของดิ สเตฟาโนในฐานะโค้ชจึงต่างจากภาพดาวยิงในอดีตอย่างมีสาระ ผลงานของเขาวัดผ่านความสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่น ตั้งแต่อาเบลาร์โดที่ช่วยรักษาสกอร์ กลารามุนต์ที่ทำให้การเล่นมีทิศทาง ไปจนถึงแนวรุกที่เปลี่ยนโอกาสจำกัดให้เป็นประตู ทีมแชมป์ชุดนี้มีชื่อของโค้ชเป็นจุดดึงดูด แต่มีงานของผู้เล่นหลายตำแหน่งรองรับ

ชัยชนะที่บาร์เซโลนาทำให้ความหวังเป็นรูปธรรม

หนึ่งในเกมสำคัญของฤดูกาลคือการบุกชนะบาร์เซโลนา 2–0 ที่กัมป์นู กลารามุนต์และบัลเดซทำคนละประตู ขณะที่อาเบลาร์โดป้องกันจุดโทษได้ ในเกมเดียวกันจึงเห็นทั้งประสิทธิภาพของการเข้าทำและความสามารถของผู้รักษาประตู ซึ่งช่วยให้บาเลนเซียกลับออกมาพร้อมชัยชนะเหนือคู่แข่งที่ต่อมาจะลุ้นแชมป์ด้วยกันจนถึงวันสุดท้าย

สนามหญ้าและอัฒจันทร์หลากสีของคัมป์นู
อัฒจันทร์และพื้นสนามคัมป์นูในบาร์เซโลนา

ชัยชนะนัดนี้มีความหมายเพิ่มขึ้นเมื่อทั้งสองทีมจบลีกด้วยคะแนนเท่ากัน ผลการพบกันโดยตรงเป็นข้อได้เปรียบของบาเลนเซีย เพราะเกมกลับมาเล่นที่บ้านของตนเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 1971 จบ 1–1 รวมสองนัด บาเลนเซียจึงชนะหนึ่งและเสมอหนึ่ง ไม่ได้เสียเปรียบบาร์เซโลนาในการเผชิญหน้ากันเอง

ประตูท้ายเกมที่เมสตายาช่วยรักษาเส้นทางแชมป์

วันที่ 28 มีนาคม 1971 บาเลนเซียพบเซลตา บีโกที่เมสตายา และเกมยังเสมอ 1–1 เมื่อเข้าสู่ช่วงท้าย เซร์คิโอ โยเรตเปิดลูกเตะมุมให้โฆเซ บิเซนเต ฟอร์เมนต์โหม่งประตูชัย ทีมชนะ 2–1 จังหวะนี้กลายเป็นหนึ่งในภาพจำสำคัญของฤดูกาล และสโมสรยังนำผู้เปิดบอลกับผู้ทำประตูมาพบกันอีกครั้งในวาระครบรอบห้าสิบปี

ประตูของฟอร์เมนต์ต่างจากการยิงปิดท้ายในเกมที่นำขาดอยู่แล้ว เพราะมันเปลี่ยนผลเสมอให้เป็นชัยชนะในช่วงที่ทุกแต้มมีผลต่อการลุ้นแชมป์ ความสำคัญจึงอยู่ทั้งในจังหวะโหม่งและในงานของเซร์คิโอที่ส่งบอลเข้าไป ผู้เล่นสองคนช่วยกันทำให้ทีมไม่ต้องเดินออกจากสนามพร้อมโอกาสที่หลุดมือ

เมื่อนำเกมนี้มาอ่านคู่กับชัยชนะที่กัมป์นู จะเห็นว่าบาเลนเซียหาแต้มได้หลายรูปแบบ ทั้งการชนะคู่แข่งสำคัญนอกบ้านและการตัดสินเกมอึดอัดด้วยลูกตั้งเตะในบ้าน ความแข็งแรงของแนวรับช่วยพยุงทีม แต่ประตูที่ถูกจังหวะเป็นสิ่งเปลี่ยนความแข็งแรงนั้นให้มีค่าบนตารางคะแนน

อัฒจันทร์เมสตายาเหนืออาคารเมืองบาเลนเซียโดยมีทะเลอยู่เบื้องหลัง
สนามเมสตายาท่ามกลางอาคารในบาเลนเซียเมื่อปี 2008

ทำไมแพ้นัดสุดท้ายแล้วยังเป็นแชมป์

ก่อนลงเล่นวันที่ 18 เมษายน บาเลนเซียมี 43 คะแนน บาร์เซโลนามี 42 และแอตเลติโก มาดริดมี 41 บาเลนเซียต้องไปเยือนเอสปันญอลที่ซาร์เรีย ส่วนผู้ไล่ตามทั้งสองพบกันเองที่มาดริด แต้มเดียวก็เพียงพอให้ทีมของดิ สเตฟาโนปิดงานด้วยตัวเอง แต่ผลในสนามกลับเป็นเอสปันญอลชนะ 1–0

จากทีมที่ถือเงื่อนไขของตัวเองไว้ บาเลนเซียจึงต้องรอฟังข่าวจากอีกสนาม ดิ สเตฟาโนติดตามผลผ่านผู้ชมที่มีวิทยุ และผลเสมอ 1–1 ระหว่างแอตเลติโกกับบาร์เซโลนาก็ทำให้ทุกอย่างลงตัว บาร์เซโลนาเพิ่มเป็น 43 คะแนนเท่าบาเลนเซีย ขณะที่แอตเลติโกจบที่ 42 คะแนน ไม่มีทีมใดแซงขึ้นไปด้วยคะแนนมากกว่า

บาเลนเซียอยู่เหนือบาร์เซโลนาด้วยผลงานการพบกันโดยตรง จึงได้แชมป์สมัยที่สี่ของสโมสร ความพ่ายแพ้ที่ซาร์เรียไม่ได้สร้างแชมป์ขึ้นมา แต่เป็นผลที่ทีมยังรับไหวเพราะแต้มซึ่งสะสมไว้ก่อนหน้า รวมถึงความได้เปรียบจากสองเกมที่พบคู่แข่งร่วมคะแนน

แชมป์ลีกไม่ได้หมายถึงชัยชนะทุกรายการ

ถึงอย่างนั้น ฤดูกาลไม่ได้จบด้วยชัยชนะทุกรายการ บาเลนเซียไปถึงนัดชิงฟุตบอลถ้วยอีกครั้งและแพ้บาร์เซโลนา 3–4 ถ้วยลีกยังเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ของตัวเอง ขณะที่ผลนัดชิงอีกสนามแสดงว่าทีมของดิ สเตฟาโนยังถูกท้าทายได้ แม้เพิ่งชนะการแข่งขันเก็บคะแนนที่ยาวนานมาหมาด ๆ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO