เรอัลเบติสแชมป์ลาลีกา เมื่อปี 1935 เปลี่ยนความทรงจำเซบียา

สนามเบนิโต บิยามาริน รังเหย้าของเรอัล เบติส

เรอัลเบติสแชมป์ลาลีกาในปี 1935 เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นระหว่างสองเมือง นักเตะปิดงานด้วยการชนะราซิงที่ซานตานเดร์ 5–0 ขณะที่แฟนบอลในเซบียารอฟังข่าวอยู่ท่ามกลางงานเฟเรียเดือนเมษายน ผลการแข่งขันเดินทางมาถึงพื้นที่เทศกาลก่อนตัวผู้เล่น และทำให้การฉลองของเมืองมีความหมายพิเศษสำหรับชาวเบติส

ชัยชนะครั้งนี้ไม่ได้เกิดจากทีมที่อยู่หัวตารางมายาวนาน เบติสเพิ่งเลื่อนจากดิวิชันสองในปี 1932 แล้วใช้เวลาอีกสามปีจนขึ้นถึงแชมป์ลีกสูงสุด ระหว่างทางมีทั้งการสร้างแนวรับ การเอาชนะคู่แข่งร่วมเมือง และการรักษาระยะห่างเหนือมาดริดจนถึงวันสุดท้าย

เรอัลเบติสแชมป์ลาลีกาเริ่มจากบันไดขั้นเลื่อนชั้น

วันที่ 3 เมษายน 1932 เบติสได้แชมป์ดิวิชันสอง และกลายเป็นสโมสรอันดาลูเซียแห่งแรกที่เลื่อนขึ้นลีกสูงสุด การฉลองเกิดในปีครบรอบ 25 ปีของสโมสร ชื่อทีมในช่วงสาธารณรัฐที่สองใช้ว่าเบติส บาลอมปีเอโดยไม่มีคำว่าเรอัล จึงเป็นชื่อที่พบในบันทึกการแข่งขันร่วมสมัย

เอมิลิโอ ซัมเปเรเป็นผู้ฝึกสอนในฤดูกาลที่ทีมเลื่อนชั้น ส่วนแชมป์ลีกสูงสุดปี 1934/35 เกิดภายใต้การคุมทีมของแพทริก โอคอนเนลล์ การแยกสองช่วงนี้ช่วยให้เห็นว่าความสำเร็จไม่ได้เริ่มจากฤดูกาลแชมป์เพียงปีเดียว และไม่ยกผลงานของผู้ฝึกสอนคนก่อนให้กับผู้ที่มาปิดงานภายหลัง

ก่อนขึ้นถึงลีกสูงสุด เบติสมีฐานผู้เล่นอย่างเปรัล อันเดรส อารันดา และผู้รักษาประตูเฆซุสอยู่ในทีมยุคซัมเปเร เมื่อถึงปี 1935 รายชื่อสำคัญเปลี่ยนไปประกอบด้วยอูร์เกียกา อาเรโซ อาเอโด โกเมซ ลาร์ริโนอา เลกูเอ และอูนามูโน ชื่อเหล่านี้ทำให้เรื่องแชมป์มีตัวละครมากกว่ากุนซือชาวไอริชเพียงคนเดียว

คู่กองหลังที่ได้รับโอกาสกับทีมชาติ

ต้นปี 1935 เปโดร อาเรโซกับเซราฟิน อาเอโดได้รับความสนใจจากการเล่นเกมรับให้เบติส ทั้งสองทำงานร่วมกับผู้รักษาประตูอูร์เกียกา และถูกเรียกไปเล่นให้ทีมชาติสเปน ความก้าวหน้าระดับสโมสรจึงสะท้อนออกไปถึงการเลือกผู้เล่นของทีมชาติด้วย

วันที่ 20 มกราคม เบติสบุกเสมอเอสปันญอล 1–1 โดยเลกูเอเป็นผู้ยิงประตู ผลนั้นทำให้ทีมยังนำมาดริดหนึ่งคะแนน ขณะเดียวกัน สื่อที่บาร์เซโลนาจับตากองหลังสองคนซึ่งกำลังจะได้โอกาสกับสเปน เป็นภาพของผู้ท้าชิงที่มีคุณภาพผู้เล่นรองรับ ไม่ได้อาศัยความประหลาดใจจากผลนัดสุดท้ายเท่านั้น

สำหรับอาเรโซกับอาเอโด การลงเล่นให้ทีมชาติยังหมายถึงการร่วมแนวรับกับซาโมรา ผู้รักษาประตูมาดริดที่เป็นคู่แข่งแย่งแชมป์ในระดับสโมสร ฟุตบอลลีกกับทีมชาติจึงนำผู้เล่นชุดเดียวกันไปอยู่ในความสัมพันธ์ต่างแบบ คนที่แข่งขันกันทุกสัปดาห์สามารถกลายเป็นเพื่อนร่วมทีมเมื่อสวมเสื้อสเปน

ดาร์บีเซบียาอยู่กลางเส้นทางแชมป์

วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 1935 เบติสชนะเซบียาที่เนร์บิออน 3–0 ในการพบกันครั้งแรกบนลีกสูงสุด เลกูเอทำสองประตูและอดอลโฟอีกหนึ่ง ทั้งสองสโมสรเคยพบกันในลีกระดับสองมาก่อน การแข่งขันวันนั้นจึงเป็นจุดเริ่มเฉพาะดาร์บีในดิวิชันสูงสุด ไม่ใช่ครั้งแรกที่สองทีมเคยเจอกัน

เมื่อถึงเกมกลับที่สนามปาโตรนาโตในนัดรองสุดท้าย ทั้งคู่เสมอ 2–2 เบติสจึงต้องเดินหน้าลุ้นแชมป์ต่อ แต่วันเดียวกันมาดริดแพ้บาร์เซโลนา 0–5 ทำให้ทีมจากเซบียายังรักษาความได้เปรียบหนึ่งคะแนนไว้ได้ ผลของอีกสนามจึงมีส่วนกำหนดสถานการณ์ก่อนออกเดินทางไปซานตานเดร์

ตราเซบียาและสัญลักษณ์ถ้วยบนผนังด้านนอกสนามรามอน ซานเชซ ปิซฆวน
ด้านนอกสนามรามอน ซานเชซ ปิซฆวนของเซบียาเมื่อปี 2025

ห้าประตูที่ซานตานเดร์ปิดการแข่งขัน

เบติสต้องปรับทีมก่อนนัดสำคัญเพราะติมิมิบาดเจ็บ ขณะที่ซาโรกลับมาอยู่ในชุดลงสนามได้ วันที่ 28 เมษายน ทีมของโอคอนเนลล์ชนะราซิง 5–0 ที่เอลซาร์ดิเนโร ผลขาดลอยทำให้เส้นทางแชมป์จบลงด้วยชัยชนะของตัวเอง ไม่ต้องปล่อยให้ผลของคู่แข่งเป็นผู้ตัดสินแทน

ตารางเมื่อจบฤดูกาลมีเบติส 34 คะแนน มาดริด 33 และโอเบียโด 26 คะแนน ความห่างจากมาดริดเพียงหนึ่งแต้มต่างจากสกอร์นัดสุดท้ายอย่างชัดเจน เกมปิดงานอาจดูง่ายเมื่อมองผลรวม แต่การแข่งขันสะสมตลอดฤดูกาลเป็นการเบียดแย่งตำแหน่งที่ใกล้เคียงกันมาก

ตำแหน่งปี 1935 ทำให้เบติสเป็นชื่อใหม่ในกลุ่มแชมป์ลีก ต่อจากบาร์เซโลนา แอธเลติก และมาดริด การขึ้นมาของทีมจากอันดาลูเซียจึงเปลี่ยนรายชื่อผู้ชนะของการแข่งขันอายุน้อย โดยไม่จำเป็นต้องลดคุณค่าของคู่แข่งที่เคยครองถ้วยมาก่อน

พื้นสนาม อัฒจันทร์ และป้ายคะแนนของเอลซาร์ดิเนโร
สนามเอลซาร์ดิเนโรแห่งใหม่ในเมืองซันตันเดร์เมื่อปี 2007

ข่าวถึงงานเฟเรียก่อนทีมกลับถึงบ้าน

งานเฟเรียปีนั้นจัดระหว่างวันที่ 25–28 เมษายน จึงตรงกับช่วงที่นักเตะอยู่นอกเมือง แฟนบอลรับรู้ผลผ่านการแจ้งข่าวและกระดานตามพื้นที่งานฉลอง เรื่องแชมป์จึงไม่ได้มีเฉพาะคนที่นั่งอยู่ข้างสนาม ผู้ติดตามซึ่งอยู่ไกลจากซานตานเดร์ก็ร่วมอยู่ในช่วงเวลานั้นผ่านข่าวที่ทยอยมาถึง

ประวัติสโมสรเล่าว่ามีการเขียนผลการแข่งขันบนกระดานในซุ้มงานเฟเรีย รายละเอียดเล็ก ๆ นี้อธิบายได้ว่าทำไมความทรงจำฟุตบอลจึงผูกกับเทศกาลของเมือง ภาพของผู้คนอ่านผลแล้วฉลองร่วมกันอยู่คนละสถานที่กับผู้เล่น แต่เป็นส่วนหนึ่งของชัยชนะเดียวกัน

ทีมเดินทางกลับถึงเซบียาในเย็นวันที่ 30 เมษายน และได้รับการต้อนรับจากเมือง หลังเสียงฉลองในงานเฟเรียเริ่มต้นไปก่อนแล้ว การกลับมาของนักเตะจึงเติมตัวบุคคลให้กับข่าวที่แฟนบอลรอคอย ทั้งผู้รักษาประตู คู่กองหลัง ผู้ทำประตู และผู้ฝึกสอนกลับมาในฐานะทีมแชมป์

หลังฤดูกาลนั้นโอคอนเนลล์ย้ายไปบาร์เซโลนา และทีมเบติสต้องเผชิญการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นกับปัญหาทางการเงิน ความสำเร็จปี 1935 จึงเป็นจุดสูงสุดของทีมชุดหนึ่งที่ต้องสร้างขึ้นจากหลายขั้นตอน ตั้งแต่การเลื่อนชั้นจนถึงชัยชนะนอกบ้าน และถูกจดจำผ่านทั้งคะแนนในตารางกับการรับข่าวของแฟนบอลในเซบียา

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO