16 ทีมผู้ก่อตั้งบุนเดสลีกาไม่ได้มาจากการนำอันดับหนึ่งถึงสิบหกของตารางประเทศมาใช้ เพราะก่อนปี 1963 เยอรมนีตะวันตกยังแข่งขันระดับสูงสุดผ่านโอเบอร์ลีกาหลายภูมิภาค การคัดเลือกจึงต้องใช้ผลงานย้อนหลังร่วมกับจำนวนสิทธิของแต่ละพื้นที่ สิทธิของแชมป์ภูมิภาคฤดูกาลสุดท้าย และข้อจำกัดหนึ่งสโมสรต่อเมือง กรณีที่ 1860 มิวนิกได้เข้าร่วมแต่บาเยิร์นไม่ได้เป็นตัวอย่างชัดเจนว่าชื่อเสียงเพียงอย่างเดียวไม่ใช่ตัวตัดสิน
16 ทีมผู้ก่อตั้ง ทำไมไม่ได้เลือกตามอันดับประเทศ
ต้องสร้างรายชื่อจากการแข่งขันคนละภูมิภาค
ก่อนเปิดบุนเดสลีกา สโมสรชั้นนำแข่งขันในโอเบอร์ลีกาเหนือ ตะวันตก ใต้ ตะวันตกเฉียงใต้ และเบอร์ลิน แต่ละรายการมีตารางของตนเอง การหาแชมป์ประเทศจึงเป็นขั้นตอนถัดจากการแข่งขันภูมิภาค ไม่ได้มีตารางเหย้าเยือนชุดเดียวที่จัดอันดับทุกสโมสรจากเหนือจรดใต้ให้พร้อมนำมาใช้คัดเลือกทันที
หลังมติให้ตั้งลีกใหม่ในวันที่ 28 กรกฎาคม 1962 งานสำคัญจึงเป็นการตัดสินว่าใครจะอยู่ในกลุ่มแรก มีสโมสรสมัคร 46 แห่ง แต่รับได้เพียง 16 แห่ง จำนวนผู้สมัครที่มากกว่าสิทธิเกือบสามเท่าทำให้การเลือกแต่ละทีมมีผลต่อทั้งผู้ได้เข้าและผู้ต้องเริ่มต้นในระดับรอง การเปิดลีกใหม่ไม่ได้ทำให้สโมสรระดับสูงสุดเดิมทุกแห่งรักษาสถานะไว้ได้พร้อมกัน
ผลงานหลายฤดูกาลถูกนำมาประกอบการพิจารณา เพื่อให้ประวัติการแข่งขันมีน้ำหนักมากกว่าผลเพียงไม่กี่นัด รายงานประวัติของดีเอฟแอลกล่าวถึงการใช้ตำแหน่งจบฤดูกาลตั้งแต่ปี 1951 จึงเห็นได้ว่าผู้คัดเลือกมองไกลกว่าตารางปีสุดท้าย อย่างไรก็ตาม คะแนนย้อนหลังไม่ได้เป็นกุญแจเพียงดอกเดียวที่เปิดประตูเข้าบุนเดสลีกา
การมีสิทธิจากแชมป์ภูมิภาคและข้อจำกัดด้านเมืองทำให้ระบบมีหลายชั้น สโมสรที่เด่นในระยะยาวอาจยังติดเงื่อนไขอื่น ขณะที่ทีมซึ่งคว้าแชมป์โอเบอร์ลีกาในเวลาสำคัญสามารถเปลี่ยนสถานะของตนได้ การอ่านรายชื่อผู้ก่อตั้งจึงต้องดูว่าทีมผ่านเงื่อนไขใด ไม่ใช่สมมติว่าทั้งหมดเรียงอยู่เหนือผู้พลาดสิทธิในตารางเดียวกัน
สิทธิของแต่ละโอเบอร์ลีกา
จำนวนที่นั่งไม่ได้เท่ากันทั้งห้าพื้นที่
ฝ่ายใต้และฝ่ายตะวันตกได้พื้นที่ฝ่ายละห้าสโมสร ฝ่ายเหนือได้สาม ฝ่ายตะวันตกเฉียงใต้ได้สอง และเบอร์ลินได้หนึ่ง รวมเป็น 16 ทีม สัดส่วนนี้ทำให้ลีกใหม่มีตัวแทนจากทุกเขตการแข่งขันเดิม แต่ไม่ได้แบ่งเท่ากันเขตละสามหรือสี่ทีม ภูมิภาคจึงเป็นส่วนหนึ่งของการจัดองค์ประกอบลีกตั้งแต่ก่อนนัดแรก
| พื้นที่การแข่งขันเดิม | จำนวนสโมสร |
|---|---|
| โอเบอร์ลีกาใต้ | 5 |
| โอเบอร์ลีกาตะวันตก | 5 |
| โอเบอร์ลีกาเหนือ | 3 |
| โอเบอร์ลีกาตะวันตกเฉียงใต้ | 2 |
| เบอร์ลิน | 1 |
แชมป์ของทั้งห้าภูมิภาคในฤดูกาล 1962/63 ได้สิทธิเข้าร่วมด้วย ผลงานปีสุดท้ายจึงยังเปลี่ยนอนาคตได้ แม้จะมีการพิจารณาประวัติหลายฤดูกาลประกอบอยู่แล้ว ทีมไม่ได้แข่งขันเพื่อถ้วยภูมิภาคอย่างเดียว แต่ตำแหน่งนั้นยังมีความหมายต่อการเข้าสู่ระบบลีกระดับประเทศที่กำลังจะเริ่มขึ้น
ฮัมบูร์กเป็นตัวอย่างจากฝ่ายเหนือ ส่วนโคโลญจน์เป็นตัวอย่างจากฝ่ายตะวันตก ทั้งสองได้แชมป์ภูมิภาคและอยู่ในกลุ่มผู้ก่อตั้ง ขณะเดียวกัน พื้นที่ตะวันตกยังส่งโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ชาลเกอ 04 ไมเดอริช และพรอยส์เซิน มึนสเตอร์เข้ามาร่วมด้วย ชื่อที่แตกต่างกันเหล่านี้แสดงว่าหนึ่งเขตสามารถมีหลายตัวแทนได้ ภายใต้เพดานจำนวนสิทธิที่กำหนดไว้

ข้อจำกัดหนึ่งเมืองและกรณีมิวนิก
แชมป์ใต้ทำให้1860ได้เปรียบคู่แข่งร่วมเมือง
เงื่อนไขหนึ่งสโมสรต่อเมืองทำให้มิวนิกไม่สามารถส่งทั้งบาเยิร์นและ1860เข้าไปพร้อมกันในฤดูกาลแรก ประวัติของ1860บันทึกว่าดีเอฟบีส่งสัญญาณเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงเตรียมคัดเลือก แม็กซ์ แมร์เคิลจึงมองว่าการเป็นแชมป์โอเบอร์ลีกาใต้เป็นเส้นทางสำคัญที่ทีมต้องทำให้สำเร็จ
ผลฤดูกาล 1962/63 ทำให้1860ได้แชมป์ใต้ ขณะที่บาเยิร์นจบอันดับสาม แม้บาเยิร์นมีตำแหน่งดีกว่าในอันดับประวัติย้อนหลังที่ลีกกล่าวถึง แต่สิทธิของแชมป์กับข้อจำกัดจำนวนสโมสรจากเมืองเดียวกันทำให้1860ได้รับเลือก การไม่ได้เป็นผู้ก่อตั้งของบาเยิร์นจึงไม่ควรถูกอธิบายเพียงว่าเป็นทีมเล็กหรือไม่มีประวัติที่ดีพอ

กรณีเดียวกันยังช่วยอธิบายว่าทำไมการได้สิทธิเป็นแชมป์ภูมิภาคจึงมีผลต่อสโมสรอื่นในเมืองด้วย เมื่อฮัมบูร์กและโคโลญจน์ได้สิทธิ สโมสรอย่างซังต์ เพาลีและวิคตอเรีย โคโลญจน์ไม่สามารถเข้ามาเป็นตัวแทนเมืองที่สองได้ แม้แต่การแข่งขันภายในภูมิภาคจึงยังมีเงื่อนไขระดับเมืองซ้อนอยู่
บาเยิร์นต้องรอจนฤดูกาล 1965/66 จึงได้เข้าบุนเดสลีกา เช่นเดียวกับโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัคที่ขึ้นมาในช่วงเดียวกัน การพลาดรายชื่อปี 1963 ไม่ได้เป็นการปิดทางสโมสรอย่างถาวร แต่ทำให้ต้องสร้างผลงานเพื่อขึ้นมาในภายหลัง สถานะผู้ก่อตั้งจึงบอกจุดเริ่มต้น ไม่ใช่การจัดอันดับความสำเร็จตลอดประวัติศาสตร์
รายชื่อ16ทีมสะท้อนแผนที่ใด
อ่านชื่อสโมสรตามเขตเดิม
เมื่อนำผู้ก่อตั้งมาแยกตามภูมิภาค ภาพของลีกชุดแรกจะชัดกว่าการเรียงชื่อโดยไม่บอกที่มา ดอร์ทมุนด์ในกลุ่มตะวันตกยังเป็นแชมป์ประเทศปี 1963 ส่วนแฮร์ธา เบเอสเซเป็นตัวแทนเบอร์ลิน เมืองซึ่งถูกแบ่งออกหลังสงคราม รายชื่อทั้งหมดอยู่ในบริบทเยอรมนีตะวันตกและเบอร์ลินตะวันตก ไม่ใช่การรวมสโมสรจากเยอรมนีตะวันออกด้วย
| พื้นที่ | ผู้ก่อตั้ง |
|---|---|
| เหนือ | ฮัมบูร์ก เวอร์เดอร์ เบรเมน ไอน์ทรัคท์ เบราน์ชไวก์ |
| ตะวันตก | โคโลญจน์ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ชาลเกอ 04 ไมเดอริช พรอยส์เซิน มึนสเตอร์ |
| ใต้ | 1860 มิวนิก ไอน์ทรัคท์ แฟรงก์เฟิร์ต คาร์ลสรูเออ สตุ๊ตการ์ท เนิร์นแบร์ก |
| ตะวันตกเฉียงใต้ | ไกเซอร์สเลาเทิร์น ซาร์บรึคเคน |
| เบอร์ลิน | แฮร์ธา เบเอสเซ |
จุดเปลี่ยนของ16สโมสรนี้คือการได้ออกจากตารางภูมิภาคไปพบกันในลีกเดียว แต่กระบวนการเลือกยังอาศัยโครงสร้างภูมิภาคเดิมอยู่มาก ทั้งจำนวนที่นั่ง ผลงานของแชมป์ และข้อจำกัดเมืองเดียวกัน จึงเป็นการนำทีมจากหลายระบบมารวมกันตามเกณฑ์ มากกว่าการหยิบกลุ่มบนของตารางประเทศที่มีอยู่ก่อนแล้ว

