โรนัลโดปี1997 หนึ่งฤดูกาลที่เปลี่ยนภาพกองหน้าในลาลีกา

ภาพภายในสนามคัมป์นู เห็นอัฒจันทร์สีน้ำเงินและสีแดงเรียงเป็นชั้น พร้อมสนามหญ้าว่างในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส

ฤดูกาล 1996/97 ของโรนัลโด นาซาริโอ กับบาร์เซโลนาเป็นปีเดียวที่จบด้วยตัวเลข 47 ประตูจาก 49 นัดทุกรายการ และ 34 ประตูในลาลีกาจากการลงสนาม 37 นัด เมื่อพูดถึง โรนัลโดปี1997 คนส่วนใหญ่จึงนึกถึงกองหน้าที่ยิงจนทำลายมาตรฐานเดิมของลีก แต่ข้อเท็จจริงอีกด้านคือทีมของเขาไม่ได้แชมป์ลีก บาร์เซโลนาจบอันดับสองด้วย 90 คะแนน ตามหลังเรอัลมาดริดที่เก็บ 92 คะแนนจากตารางแข่ง 42 นัด การอ่านฤดูกาลนี้ให้ตรงจึงต้องแยกสองเรื่องออกจากกัน คือคุณภาพเฉพาะตัวของผู้เล่นคนหนึ่ง กับผลรวมของทีมตลอดสิบเดือน

ร็อบสันใช้โรนัลโดอย่างไร

บ็อบบี ร็อบสัน รับงานคุมบาร์เซโลนาในฤดูกาล 1996/97 และอยู่ในตำแหน่งนั้นเพียงปีเดียวก่อนที่ลูอิส ฟาน กัล จะเข้ามาต่อ สิ่งที่ตรวจสอบได้จากเอกสารของสโมสรคือผลงานและถ้วยรางวัล ไม่ใช่คำสั่งรายนัดในห้องแต่งตัว ดังนั้นคำถามว่าเขาใช้โรนัลโดอย่างไรจึงตอบได้ดีที่สุดผ่านสิ่งที่วัดได้ นั่นคือจำนวนเกมที่ผู้เล่นคนนี้ลงสนามในทุกรายการ และสัดส่วนประตูที่เขารับผิดชอบในแต่ละถ้วย

ตัวเลข 49 นัดในหนึ่งฤดูกาลบอกว่าโรนัลโดแทบไม่ได้พัก ทีมเล่นลีก 42 นัด บวกโกปาเดลเรย์ คัพวินเนอร์สคัพ และซูเปร์โกปาเดเอสปัญญา ภาระเกมระดับนี้ทำให้การหมุนเวียนผู้เล่นตัวรุกเป็นเรื่องยาก และทำให้ประตูจำนวนมากกระจุกอยู่ที่คนเดียว เมื่อบาร์เซโลนาจบฤดูกาลด้วยสามถ้วย ความสำคัญของกองหน้าที่ลงสนามเกือบทุกนัดจึงไม่ใช่เรื่องที่ต้องตีความมาก

จากพีเอสวีสู่คัมป์นู

สโมสรประกาศการเซ็นสัญญาเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 1996 ตอนนั้นโรนัลโดอายุ 19 ปี และย้ายมาจากพีเอสวี ไอนด์โฮเฟน ค่าตัวเป็นสถิติโลกของยุคนั้นที่ราว 19.5 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขนี้สำคัญเพราะมันตั้งความคาดหวังไว้สูงตั้งแต่วันแรก ผู้เล่นที่มาพร้อมราคาสถิติโลกมักถูกวัดผลทันทีในเดือนแรก ไม่ใช่ปลายฤดูกาล และในกรณีนี้เขาตอบด้วยประตูตั้งแต่ช่วงต้นปีปฏิทิน

พาบอลผ่านแนวรับ

เกมที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของฤดูกาลนั้นคือนัดเยือนกอมโปสเตลาวันที่ 12 ตุลาคม 1996 บาร์เซโลนาชนะ 5-1 และโรนัลโดทำสองประตู ประตูหนึ่งเกิดจากการเลี้ยงบอลเดี่ยวผ่านผู้เล่นหลายคนก่อนจบด้วยตัวเอง คลิปนั้นกลายเป็นหลักฐานที่คนหยิบมาอ้างทุกครั้งที่ถกกันเรื่องการพาบอลของกองหน้าตัวเป้า เพราะมันแสดงสองทักษะพร้อมกันในจังหวะเดียว คือการรักษาบอลขณะวิ่งเร็ว และการตัดสินใจช่วงสุดท้ายหน้าประตู

รูปปั้นสำริดของบ็อบบี ร็อบสัน ในชุดสูท ยกมือขวาขึ้นชี้ไปข้างหน้า ตั้งอยู่กลางแจ้งหน้าอาคารสูง
รูปปั้นบ็อบบี ร็อบสัน ผู้จัดการทีมบาร์เซโลนาในฤดูกาล 1996/97

สิ่งที่ควรระวังคือการเอาหนึ่งจังหวะไปสรุปทั้งฤดูกาล ประตูเดี่ยวแบบนั้นเกิดไม่บ่อย และการยิง 34 ประตูในลีกไม่ได้มาจากการเลี้ยงผ่านคนห้าหกคนทุกนัด ส่วนใหญ่มาจากสถานการณ์ที่ธรรมดากว่านั้นมาก ทั้งลูกจุดโทษ ลูกจ่ายทะลุช่อง และการยิงในกรอบเขตโทษหลังจากได้พื้นที่เพียงเล็กน้อย

จังหวะเริ่มวิ่งก่อนถึงเขตโทษ

ถ้าดูเฉพาะคลิปกอมโปสเตลา จุดที่แยกเกมนี้ออกจากประตูทั่วไปคือระยะทางที่เขาเริ่มออกตัว เขารับบอลไกลจากกรอบเขตโทษมาก แล้วใช้ความเร็วบีบให้ผู้เล่นฝ่ายรับต้องถอยและตัดสินใจทีละคน นี่คือเหตุผลที่คนดูจำภาพนี้ได้ ไม่ใช่เพราะมันเป็นประตูตัดสินเกม เพราะบาร์เซโลนาชนะห่างอยู่แล้ว แต่เพราะมันเป็นตัวอย่างที่สะอาดของสิ่งที่กองหน้าคนหนึ่งทำได้เมื่อมีพื้นที่ว่างข้างหน้า

34ประตูกับอันดับทีม

ปลายฤดูกาล 1996/97 ลาลีกาจบลงวันที่ 23 มิถุนายน 1997 ตารางสุดท้ายคือเรอัลมาดริด 92 คะแนน บาร์เซโลนา 90 คะแนน ตามด้วยเดปอร์ติโบ ลาโกรุญญา และเรอัลเบติสที่ 77 คะแนนเท่ากัน ช่องว่างระหว่างอันดับหนึ่งกับอันดับสองมีแค่สองคะแนน แต่ช่องว่างระหว่างอันดับสองกับอันดับสามมีถึงสิบสามคะแนน นั่นบอกว่าการชิงแชมป์ปีนั้นเป็นเรื่องของสองทีม และตัดสินกันที่รายละเอียดไม่กี่นัด

อัฒจันทร์คัมป์นูที่มีตัวอักษรสีเหลืองสะกดคำขวัญของสโมสรบนที่นั่ง มองลงมาเห็นสนามหญ้าลายทางทั้งผืน
ตัวอักษรคำขวัญของสโมสรบนอัฒจันทร์คัมป์นู

ดาวซัลโวแต่ทีมรองแชมป์

โรนัลโดคว้ารางวัลปิชิชิด้วย 34 ประตู พร้อมรองเท้าทองคำยุโรป และในระดับบุคคลเขาได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมโลกของฟีฟ่าทั้งปี 1996 และ 1997 ต่อด้วยบัลลงดอร์ปี 1997 แต่รางวัลเหล่านี้ไม่ได้แปลว่าทีมจะจบอันดับหนึ่ง ลีกที่แข่ง 42 นัดให้น้ำหนักกับความสม่ำเสมอมากกว่าค่าเฉลี่ยประตูของผู้เล่นคนเดียว บาร์เซโลนาแพ้แปดนัดในฤดูกาลนั้น และจำนวนเกมที่เสียคะแนนคือสิ่งที่อธิบายอันดับสอง ไม่ใช่ประสิทธิภาพการจบสกอร์ของกองหน้า

ในทางกลับกัน ถ้วยที่ทีมได้คือหลักฐานว่าฤดูกาลนี้ไม่ใช่ความล้มเหลว บาร์เซโลนาชนะปารีสแซงต์แชร์แมง 1-0 ในนัดชิงคัพวินเนอร์สคัพวันที่ 14 พฤษภาคม 1997 ที่สนามเดอ เกยพ์ เมืองรอตเทอร์ดาม โดยโรนัลโดยิงจุดโทษในนาทีที่ 37 จากนั้นวันที่ 28 มิถุนายน 1997 ทีมชนะเรอัลเบติส 3-2 ในช่วงต่อเวลาที่สนามซานติอาโก เบร์นาเบว คว้าโกปาเดลเรย์ นัดนั้นฟิโกยิงสองประตูและปิซซียิงอีกหนึ่ง รวมกับซูเปร์โกปาเดเอสปัญญาเป็นสามถ้วยในปีเดียว

บทสรุปที่ตรงกับหลักฐานมากที่สุดจึงเป็นแบบนี้ ผู้เล่นคนหนึ่งทำสถิติการยิงระดับที่ลีกไม่ได้เห็นบ่อย ทีมของเขาได้สามถ้วยแต่พลาดแชมป์ลีกด้วยสองคะแนน และเมื่อจบฤดูกาลเขาย้ายไปอินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัวสถิติโลกใหม่ราว 27 ล้านดอลลาร์ หลังอยู่กับบาร์เซโลนาเพียงปีเดียว ตัวเลขทั้งหมดนี้ยังถูกอ้างถึงจนถึงทุกวันนี้เวลาลาลีกามีกองหน้ารายใหม่ที่เริ่มต้นฤดูกาลด้วยอัตราการยิงสูงผิดปกติ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO