โปรแกรมบอลสโมสรโลก รูปแบบเก่า โดนเปลี่ยนตารางก็ถูกแล้ว
ย้อนกลับไปในช่วงปี 2005-2024 โปรแกรมบอลสโมสรโลก ในรูปแบบเก่า มีทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันแค่ 6-7 ทีมเท่านั้น ก็คือทีมที่เป็นแชมป์ทวีปของตัวเอง มาจาก 6 ทวีป และอาจบวกกับ 1 ทีมของชาติเจ้าภาพ โดยที่ตารางแข่ง ทีมจากยุโรปและอเมริกาใต้ จะเข้าไปยืนรอในรอบรองชนะเลิศเลย เท่ากับได้ลงเล่นแค่ 2 นัดก็คว้าแชมป์ได้แล้ว ส่งผลให้ในภายหลังมีการเปลี่ยนรูปแบบ
ปรับ โปรแกรมบอลสโมสรโลก ใหม่ ที่หลายคนเห็นชอบว่าควรเปลี่ยน
ประวัติศาสตร์ของฟุตบอลชิงแชมป์สโมสรโลกนั้น มีมานานหลายทศวรรษ ซึ่งเดิมที โปรแกรมบอลสโมสรโลก ในยุคก่อน เป็นการเจอกันระหว่างทีมที่เป็นแชมป์ของทวีปยุโรป กับทีมที่เป็นแชมป์ของทวีปอเมริกาใต้ ลงเล่นเจอกันเองโดยตรง ซึ่งก็จะมีทั้งการเจอกันแบบ 2 นัดเหย้า-เยือน แล้วก็มีการเจอกันแบบนัดเดียวรู้ผล
ซึ่งในมุมหนึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกเหมือนกับว่า เป็นการแข่งขันสโมสรโลกจริง ๆ เพราะไม่ได้มีทีมจากเอเชีย แอฟริกา คอนคาเคฟ และโอเชียเนีย ก็คือมันไม่ได้มีทีมเข้าร่วมแบบทั่วโลก เหมือนเป็นเกมพิเศษระหว่างทีมจากยุโรปกับอเมริกาใต้มากกว่า และทำให้ฟีฟ่า พยายามที่จะปรับเปลี่ยนรูปแบบการแข่งขัน และเกิดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2000
- ศึกชิงแชมป์สโมสรโลก ในปี 2000 เป็นครั้งแรกที่มี 8 ทีมเข้าร่วมการแข่งขัน และมีรูปแบบการแข่งที่เปลี่ยนไป
- จากเดิมที่ลงเตะเหมือนมีแค่นัดชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมจากยุโรปกับอเมริกาใต้ กลายเป็นการแข่งรอบแบ่งกลุ่ม
- มีทีมเข้าร่วมจากทุกทวีป และทุกทีมต่างมีดีกรีแชมป์
- การแข่งขันเกิดขึ้นที่บราซิล โดยมีสองทีมของชาติเจ้าภาพอย่าง โครินเธียนส์ และ วาสโก ดา กาม่า
โดยในการแข่งครั้งนั้น เป็นเหมือนตัวจุดประกาย ที่ทำให้มีการแข่งขันฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ ปี 2025 เกิดขึ้น ซึ่งต้องใช้เวลานานถึง 25 ปีเลย กว่าจะมีการแข่งขันในรูปแบบคล้ายกันนี้เกิดขึ้น ก็คือมีทีมจาก 6 ทวีป บางทวีปไม่ได้มีทีมเข้าร่วมแค่ 1 ทีม และมีการแข่งโดยเริ่มจากรอบแบ่งกลุ่ม
เพิ่มความน่าสนใจให้กับเกมการแข่งขัน
ถ้าเราย้อนกลับไปในอดีต โปรแกรมบอลสโมสรโลก ที่มีการแข่งแค่นัดเดียวรู้ผล บางทีก็ไม่ได้อยู่ในความสนใจของแฟนบอลส่วนใหญ่เลยด้วยซ้ำ หลายคนไม่รู้เลยว่า มีการแข่งขันในวันไหน หรือแข่งไปแล้วเพิ่งรู้ว่ามีแข่ง กลายเป็นแบบนั้นไป ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า การแข่งไปอยู่ในช่วงที่ฟุตบอลของทีมจากลีกในยุโรป ยังคงอยู่ในช่วงที่แข่งขันกันอย่างเข้มข้น
ซึ่งแฟนบอลของทีมอื่น ที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับรายการนี้ อย่างเช่น เรอัล มาดริด ได้สิทธิ์ไปแข่ง แต่แฟนแมนฯ ยูไนเต็ด, ลิเวอร์พูล, บาเยิร์น มิวนิค, เอซี มิลาน, บาร์เซโลน่า หรือ อาร์เซน่อล ก็ไม่เห็นต้องสนใจ และมันไม่ใช่เรื่องแปลกด้วย แต่พอเปลี่ยนตารางแข่ง จากหน้าหนาวปลายปี/ต้นปี ให้เป็นกลางปี มีรายการใหญ่แข่งอยู่รายการเดียว กลายเป็นว่าความสนใจพุ่งเข้ามาเต็ม ๆ
เข้มข้นกว่าเดิม ด้วยการแข่งในรูปแบบใหม่
ก่อนหน้านี้การแข่งบอลถ้วยสโมสรโลกในแต่ละปี ทีมจากยุโรปกับอเมริกาใต้ ได้เข้าร่วมแค่ทวีปละ 1 ทีม แล้วก็ลงเตะแค่ 1-2 นัดก็ได้แชมป์แล้ว แต่พอเปลี่ยนมาเป็นการแข่งในรูปแบบใหม่ ที่มี 32 ทีมจาก 6 ทวีป กลายเป็นว่ามี 12 ทีมจากยุโรป กับอีก 6 ทีมจากอเมริกาใต้ ที่จะได้ลงห้ำหั่นในเวทีนี้
ซึ่งแต่ละทีมจะได้ลงเล่นอย่างน้อย 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม ไม่มีทีมไหนที่จะเดินทางมาไกล เพื่อลงเล่นแค่ 1 นัด แล้วถ้าแพ้ก็ต้องบินกลับบ้าน ซึ่งก็ถือเป็นการแข่งในรูปแบบที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น ได้ลุ้นตั้งแต่เกมแรกจนถึงเกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม
ตารางแข่งในรูปแบบใหม่ แข่งกันทุก 4 ปี
สำหรับ โปรแกรมบอลสโมสรโลก ในศึกฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2025 ที่มี 32 ทีมเข้าร่วมชิงชัย จะเริ่มต้นในรอบแบ่งกลุ่ม โดยมีอยู่ 8 กลุ่มด้วยกัน กลุ่มละ 4 ทีม แข่งเพื่อคัดเอา 2 ทีมที่ได้อันดับ 1-2 ของแต่ละกลุ่ม ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ที่จะแข่งขันในรูปแบบน็อกเอาท์ไปจนถึงรอบชิงชนะเลิศ
- ทุกทีมจะได้ลงเล่น 3 นัดในรอบแบ่งกลุ่ม หากหวังถึงแชมป์ ก็ต้องลงเล่นอีก 4 นัด
- ทีมอันดับ 1 จะได้เข้าไปเจอกับทีมอันดับ 2 ไขว้กลุ่มเจอกับ A เจอ B หรือถ้าเป็นกลุ่ม G ก็เจอ H
- ไม่ใช่รายการที่แข่งทุกปี ซึ่งหลังจากที่แข่งในปี 2025 ก็จะมีแข่งกันอีกทีในปี 2029
ซึ่งหลังจบการแข่งขันที่สหรัฐอเมริกาเมื่อปีก่อน ฟีฟ่าได้รับคำชมในการจัดรายการนี้อยู่ไม่น้อยเลย เพราะมันเป็นการแข่งที่มีความเข้มข้น และก็มีคุณค่าเพิ่มมากขึ้น
ชิงแชมป์สโมสรโลกแบบเดิม ยังคงมีอยู่
หลังจากที่มี โปรแกรมบอลสโมสรโลก ในรูปแบบของฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2025 ไม่ได้หมายความว่า การแข่งในแบบเดิมที่มีแค่ 6-7 ทีมเข้าร่วม ได้ถูกยุบอย่างถาวร แต่ในความเป็นจริงยังคงมีการแข่งในรายการนี้อยู่ แต่จะถูกเรียกว่า ฟีฟ่า อินเตอร์คอนติเนนตัล คัพ โดยจะแข่งขันในช่วงปลายปี

