โตริโนยุคราดิเช 1976 เริ่มด้วยการเปลี่ยนโค้ชและเสริมผู้เล่นสามคน แต่จบด้วยการแซงยูเวนตุสคว้าแชมป์เซเรีย อา ลุยจิ ราดิเชเข้ารับงานก่อนฤดูกาล 1975/76 ขณะที่ทีมซึ่งจบอันดับหกในปีก่อนต้องการก้าวกลับไปเป็นผู้ท้าชิง การมาของวิตตอริโอ คาปอราเล เอรัลโด เปชชี และปาตริซิโอ ซาลาช่วยเปลี่ยนขุมกำลังทันที
แกนสำคัญอีกด้านมีอยู่แล้ว เปาโล พูลิชีเคยเป็นดาวซัลโวลีก ส่วนฟรานเชสโก กราซิอานีผ่านสองฤดูกาลแรกกับทีม เมื่อราดิเชรวมสองกองหน้าเข้ากับการจ่ายของคลาวดิโอ ซาลา โตริโนได้ทั้งผู้สร้างและผู้จบสกอร์ ผลลัพธ์คือ 45 คะแนน มากกว่ายูเวนตุสสองคะแนน และสคูเดตโตสมัยที่เจ็ดของสโมสร
โตริโนยุคราดิเช 1976 กับขุมกำลังใหม่
เปลี่ยนโค้ชหลังจบอันดับหก
ก่อนราดิเชมาถึง มอนดิโน ฟับบรีพาโตริโนจบอันดับห้าในปี 1973/74 และอันดับหกในปีถัดมา ทีมมีผู้เล่นทำประตูอยู่แล้ว แต่ยังไม่เปลี่ยนผลงานเป็นการลุ้นแชมป์เต็มฤดูกาล การแต่งตั้งราดิเชจึงเกิดพร้อมโจทย์ยกระดับจากทีมครึ่งบนไปสู่ตำแหน่งสูงสุด
ผู้เล่นใหม่สามคนไม่ได้อยู่ตำแหน่งเดียวกัน คาปอราเล เปชชี และปาตริซิโอ ซาลาเข้าไปอยู่ในรายชื่อตัวจริงชุดแชมป์ร่วมกับลูชาโน คาสเตลลินี โรแบร์โต ซัลวาดอรี โรแบร์โต มอซซินี คลาวดิโอ ซาลา เรนาโต ซัคคาเรลลี พูลิชี และกราซิอานี ความเปลี่ยนแปลงจึงเติมหลายส่วนโดยยังรักษาแกนเดิมไว้
ราดิเชจัดทีม ผู้เล่นใหม่เพิ่มทางเลือก และแกนเก่าส่งมอบประสบการณ์ เป้าหมายร่วมกันคือสะสมคะแนนให้ทันยูเวนตุส ซึ่งยังนำโตริโนถึงห้าคะแนนเมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ผลิ

พูลิชีกับกราซิอานี
สามสิบหกประตูจากคู่กองหน้า
พูลิชียิง 21 ประตูและคว้าตำแหน่งดาวซัลโว ส่วนกราซิอานียิง 15 ประตู รวมกันเป็น 36 ประตู ตัวเลขนี้แสดงความสมดุลของคู่กองหน้า คนหนึ่งนำอันดับผู้ทำประตู ขณะที่อีกคนรักษาระยะห่างไม่ให้ภาระตกกับผู้เล่นเพียงรายเดียว สโมสรเรียกทั้งคู่ว่า “ฝาแฝดแห่งประตู” เพื่อสื่อถึงการผลิตสกอร์ร่วมกัน
พัฒนาการของทั้งคู่มีพื้นฐานต่างกัน พูลิชีเคยเป็นดาวซัลโวครั้งแรกด้วย 17 ประตูในฤดูกาล 1972/73 ส่วนกราซิอานีเปิดตัวเซเรีย อากับโตริโนวันที่ 18 พฤศจิกายน 1973 และจบฤดูกาลแรกด้วยหกประตู เมื่อถึงปี 1975/76 ตัวเลข 21 กับ 15 จึงเป็นทั้งความต่อเนื่องของพูลิชีและการเติบโตของกราซิอานี
ประตูจำนวนมากมีความหมายเพราะเกิดควบคู่กับแต้มในตาราง โตริโนไม่ได้คว้าแชมป์จากผลต่างประตูตามลำพัง แต่การมีผู้จบสกอร์สองคนช่วยให้ทีมมีโอกาสเปลี่ยนเกมสูสีเป็นชัยชนะ เมื่อคู่แข่งร่วมเมืองสะดุดในช่วงปลาย ความสม่ำเสมอของแนวรุกจึงเปิดทางให้โตริโนแซงขึ้นนำ
บทบาทของคลาวดิโอ ซาลา
ผู้ส่งบอลให้คู่กองหน้า
ประวัติศาสตร์ทางการของโตริโนระบุโดยตรงว่าพูลิชีกับกราซิอานีได้รับการสนับสนุนจากแอสซิสต์ของคลาวดิโอ ซาลา ข้อความนี้วางเขาเป็นตัวเชื่อมระหว่างการครองบอลกับสองผู้ยิง ผลงาน 36 ประตูของคู่กองหน้าจึงมีคลาวดิโอเป็นผู้สร้างโอกาสอยู่เบื้องหลัง

คลาวดิโอและปาตริซิโอมีนามสกุลเดียวกัน แต่เป็นผู้เล่นคนละคน คลาวดิโอเป็นแกนเดิมซึ่งสโมสรเชื่อมกับการทำแอสซิสต์ ส่วนปาตริซิโอเป็นหนึ่งในสามผู้เล่นที่เข้ามาเสริมทีมก่อนฤดูกาล รายชื่อตัวจริงชุดแชมป์มีทั้งสองคน การแยกชื่อจึงสำคัญเมื่ออธิบายว่าส่วนใดเป็นความต่อเนื่องและส่วนใดเป็นการเสริมขุมกำลัง
แนวรุกของโตริโนจึงประกอบด้วยลำดับที่มองเห็นได้จากหลักฐาน คลาวดิโอ ซาลาส่งบอล พูลิชีกับกราซิอานีทำประตู ขณะที่ผู้เล่นใหม่ช่วยให้ทีมทั้งชุดแข็งแรงขึ้น ราดิเชไม่ได้สร้างแชมป์ด้วยการแทนที่ทุกคน เขาจัดองค์ประกอบเดิมและใหม่ให้ทำงานร่วมกันตลอดการแข่งขัน
การแซงคู่แข่งร่วมเมือง
จากตามห้าคะแนนสู่แชมป์สองคะแนน
ช่วงฤดูใบไม้ผลิ ยูเวนตุสนำโตริโนห้าคะแนน แต่แพ้ติดต่อกันสามนัด นัดที่สองของชุดนั้นคือดาร์บีเลกสอง ผลดังกล่าวเปิดทางให้โตริโนแซงขึ้นนำ ก่อนรอบสุดท้ายทีมของราดิเชมีข้อได้เปรียบหนึ่งคะแนนและชนะเกมเหย้าที่คอมูนาเลมาทุกนัดในฤดูกาล
นัดสุดท้ายไม่ได้จบตามรูปแบบเดิม โตริโนทำได้เพียงเสมอเชเซนา แต่ยูเวนตุสแพ้ที่เปรูจา คะแนนสุดท้ายจึงเป็นโตริโน 45 และยูเวนตุส 43 ทีมของราดิเชเพิ่มช่องว่างจากหนึ่งเป็นสองคะแนนในวันที่ตัวเองไม่ชนะ เพราะผลจากอีกสนามยืนยันว่าไม่มีใครตามทัน
สคูเดตโตครั้งนี้เป็นแชมป์ลีกสมัยที่เจ็ดของโตริโนและเกิดหลังโศกนาฏกรรมซูเปอร์กา 27 ปี สโมสรบันทึกว่ามีแฟนราว 70,000 คนร่วมฉลอง ความหมายทางประวัติศาสตร์จึงเชื่อมทั้งการแข่งขันฤดูกาล 1975/76 กับช่วงเวลายาวนานนับจากทีมกรานเด โตริโน
โตริโนยุคราดิเช 1976 แสดงการเปลี่ยนจากอันดับหกสู่แชมป์ผ่านองค์ประกอบที่ระบุได้ ราดิเชเข้ามา คาปอราเล เปชชี และปาตริซิโอ ซาลาเสริมทีม คลาวดิโอ ซาลาสร้างโอกาส พูลิชีกับกราซิอานียิงรวม 36 ประตู และทีมกลับจากตามห้าคะแนน เมื่อผลรอบสุดท้ายเข้าทาง โตริโนจบเหนือยูเวนตุสสองคะแนนและนำสคูเดตโตกลับสโมสร

