โซเซียดาดแชมป์แรก เกิดขึ้นจากผลเสมอ2–2ที่เอล โมลินอนเมื่อวันที่26เมษายน1981 ประตูของเฆซุส มาเรีย ซาโมราในช่วงท้ายไม่ได้ทำให้ทีมชนะสปอร์ติง กิฆอน แต่ให้หนึ่งคะแนนที่จำเป็นต่อการจบลีกเหนือเรอัล มาดริด ความสำคัญของลูกยิงนั้นจึงอยู่ทั้งในสนามและบนตารางคะแนน เพราะโซเซียดาดรู้ก่อนเริ่มเกมว่า หากไม่แพ้ก็จะคว้าแชมป์ได้โดยไม่ต้องขอให้ผลอีกสนามเป็นใจ
โซเซียดาดแชมป์แรกเริ่มจากการไล่ตาม
ทีมของอัลเบร์โต ออร์มาเอตเชอาไม่ได้ครองตำแหน่งจ่าฝูงตลอดฤดูกาล1980–81 หลังแพ้บาร์เซโลนา2–0เมื่อวันที่15กุมภาพันธ์ในนัดที่24 โซเซียดาดยังตามแอตเลติโก มาดริดอยู่หกคะแนน ในยุคที่ชัยชนะให้สองคะแนน ช่องว่างเท่านี้เท่ากับชัยชนะสามนัดโดยคู่แข่งไม่ได้แต้มเลย แต่ยังเหลือการแข่งขันอีกสิบเกมให้สถานการณ์เปลี่ยนไป
จากนั้นโซเซียดาดไม่แพ้อีกจนจบฤดูกาล สิบเกมสุดท้ายประกอบด้วยชัยชนะแปดครั้งและผลเสมอสองครั้ง ทีมชนะซาลามังกากับซาราโกซาด้วยสกอร์1–0 ก่อนเปิดบ้านชนะเรอัล มาดริด3–1 การเก็บแต้มไม่ได้จำกัดอยู่ที่อาโตชา เพราะต่อมายังบุกชนะแอธเลติก2–0ที่ซาน มาเมส และชนะมูร์เซีย2–0ที่ลา กอนโดมินาในนัดที่32 ซึ่งเป็นจุดที่ทีมขึ้นไปนำตาราง
ชัยชนะเหนือเอสปันญอล2–1ในสัปดาห์ถัดมาทำให้โซเซียดาดเดินทางไปกิฆอนด้วย44คะแนน ส่วนเรอัล มาดริดมี43คะแนนและต้องเยือนบายาโดลิด ทั้งสองทีมเหลือการแข่งขันทีมละนัด จึงมีแต้มให้เก็บได้อีกสูงสุดสองคะแนน ภารกิจของโซเซียดาดกับมาดริดต่างกันตั้งแต่ก่อนลงสนาม ฝ่ายแรกควบคุมโอกาสของตัวเองได้ ขณะที่ฝ่ายหลังต้องชนะพร้อมหวังให้คู่แข่งพลาด
เหตุใดคะแนนเท่ากันจึงเข้าทางโซเซียดาด
หากมาดริดชนะจะมี45คะแนน แต่โซเซียดาดได้เปรียบในการตัดสินอันดับเมื่อคะแนนเท่ากันจากผลพบกันเอง ทีมแพ้1–0ที่เบร์นาเบวเมื่อวันที่9พฤศจิกายน1980 แล้วชนะ3–1ที่อาโตชาเมื่อวันที่8มีนาคม1981 แม้ต่างฝ่ายต่างชนะหนึ่งนัด โซเซียดาดทำได้สามประตูและเสียสองประตูในคู่นี้ จึงอยู่เหนือมาดริดเมื่อจบด้วยคะแนนเท่ากัน
เงื่อนไขนี้ทำให้ผลเสมอที่กิฆอนเพียงพอ เพราะ44คะแนนเดิมบวกอีกหนึ่งกลายเป็น45 เท่ากับเพดานคะแนนของมาดริด ในทางกลับกัน หากโซเซียดาดแพ้และมาดริดชนะ ทีมจากซาน เซบัสเตียนจะหยุดที่44คะแนนและเสียแชมป์ทันที ความได้เปรียบจากเดือนมีนาคมจึงใช้ได้ต่อเมื่อเก็บแต้มสุดท้ายสำเร็จ
| ผลของโซเซียดาด | คะแนนสุดท้าย | ผลต่อแชมป์ |
|---|---|---|
| ชนะสปอร์ติง | 46 | โซเซียดาดมีคะแนนมากกว่า |
| เสมอสปอร์ติง | 45 | โซเซียดาดได้เปรียบผลพบกันเอง |
| แพ้สปอร์ติง | 44 | มาดริดมี45คะแนนและเป็นแชมป์ |
มาดริดมีผลต่างประตูรวมทั้งฤดูกาลดีกว่า โดยยิง66เสีย37 เทียบกับโซเซียดาดยิง52เสีย29 แต่ตัวเลขรวมเหล่านี้ไม่ได้ลบความได้เปรียบจากการพบกันโดยตรง การอ่านเฉพาะช่องผลต่างประตูในตารางจึงอาจทำให้เข้าใจผิดว่าผลเสมอจะช่วยโซเซียดาดไม่ได้
สองประตูของเมซาพลิกความได้เปรียบ
เกมที่เอล โมลินอนเริ่มเข้าทางทีมเยือน อิกนาซิโอ กอร์ตาบาร์เรียยิงจุดโทษให้โซเซียดาดนำในนาทีที่7 แต่สปอร์ติงไม่ยอมเป็นเพียงฉากหลังของงานฉลอง ก่อนหมดครึ่งแรกมานูเอล เมซาตีเสมอ1–1 แล้วทำประตูอีกครั้งทันทีหลังกลับมาเล่นครึ่งหลังในนาทีที่46 จากเดิมที่โซเซียดาดอยู่ในเงื่อนไขแชมป์ ทีมกลับต้องหาประตูเพื่อแก้สถานการณ์

คู่แข่งในวันนั้นมีฐานะเป็นทีมอันดับเจ็ดเมื่อจบฤดูกาล และเคยชนะโซเซียดาดถึงอาโตชา2–1ในเดือนธันวาคมมาแล้ว ผลที่กิฆอนจึงไม่ใช่อุปสรรคที่เกิดขึ้นโดยไร้สัญญาณเตือน สปอร์ติงทำให้เห็นตลอดสองนัดว่าโซเซียดาดไม่ได้ผ่านคู่แข่งรายนี้ง่าย แม้ภาพจำของนัดสุดท้ายจะผูกกับผู้เล่นทีมเยือนเป็นหลักก็ตาม
ขณะเดียวกันเรอัล มาดริดชนะบายาโดลิด3–1 ผลจากอีกสนามทำให้โซเซียดาดไม่มีทางอาศัยคะแนน44แต้มเดิมได้อีก การตามหลัง2–1หมายความว่าต้องจบเป็นรองแชมป์ ส่วนประตูตีเสมอเพียงลูกเดียวจะเปลี่ยนผู้ครองถ้วย ความตึงเครียดจึงมาจากเส้นแบ่งที่แคบมากระหว่างสองผลลัพธ์ ไม่ได้ต้องการการพลิกกลับไปชนะทั้งเกม
ซาโมราพาทีมกลับสู่เงื่อนไขแชมป์
ในนาทีที่89 ซาโมราเก็บจังหวะบอลหลุดอยู่ในเขตโทษแล้วยิงเป็น2–2 โซเซียดาดกลับมาอยู่ในจุดที่ตั้งเป้าไว้ก่อนเริ่มเกม และรักษาผลนั้นจนจบ ทั้งโซเซียดาดกับมาดริดมี45คะแนนเท่ากัน แต่แชมป์เป็นของทีมจากซาน เซบัสเตียนเป็นครั้งแรก ชื่อของเอล โมลินอนจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สโมสรซึ่งมีสนามเหย้าอยู่คนละเมือง
ซาโมราเป็นกองกลางที่ช่วยจัดระเบียบเกมของทีม มิได้มีบทบาทเพียงผู้ทำประตูสำคัญครั้งเดียว รอบตัวเขามีหลุยส์ อาร์โกนาดาในประตู กอร์ตาบาร์เรียกับอัลเบร์โต กอร์ริซในแนวรับ และผู้เล่นแนวรุกอย่างโรเบร์โต โลเปซ อูฟาร์เตกับเฆซุส มาเรีย ซาตรุสเตกี ออร์มาเอตเชอาใช้กลุ่มผู้เล่นที่ทำงานร่วมกันจนทีมมีทางออกเมื่อการแข่งขันบีบให้ต้องเดินหน้าหาประตู

เมื่อมองทั้งฤดูกาล โซเซียดาดชนะ19 เสมอเจ็ด และแพ้แปดนัด แชมป์จึงไม่ได้มาจากการไร้พ่ายหรือความเหนือกว่าทุกสัปดาห์ แต่จากการเร่งเก็บ18คะแนนในสิบเกมสุดท้าย พร้อมสร้างผลพบกันเองที่ได้เปรียบมาดริด ประตูของซาโมราเป็นจังหวะที่ทำให้องค์ประกอบเหล่านั้นส่งผลพร้อมกัน หนึ่งแต้มที่กิฆอนจึงมีคุณค่ามากกว่าผลเสมอธรรมดาสำหรับคนของโซเซียดาด

