เอฟเวอร์ตันอันดับสี่ 2005 ทำไมคะแนนกับผลต่างประตูจึงไม่เดินคู่กัน

สนามกูดิสัน พาร์ค รังเหย้าของเอฟเวอร์ตัน

เอฟเวอร์ตันอันดับสี่ 2005 เกิดจากการชนะเกมมากพอจะสะสม 61 คะแนน แม้ยิงรวม 45 ประตูและเสีย 46 ประตูจนผลต่างติดลบหนึ่งลูก ตารางลีกให้คะแนนตามผลแต่ละนัดก่อนใช้ผลต่างประตูแยกทีมที่คะแนนเท่ากัน ทีมของเดวิด มอยส์จึงอยู่เหนือลิเวอร์พูลและโบลตันที่มี 58 คะแนนได้โดยไม่ต้องมีผลต่างดีกว่า เรื่องนี้เห็นชัดเมื่อแยกชัยชนะแคบหลายครั้งออกจากความพ่ายแพ้หนักบางนัด โดยเฉพาะเกม 0–7 ที่เกิดหลังตำแหน่งอันดับสี่แน่นอนแล้ว

อันดับสี่มาจากการสะสมคะแนนแบบใด

เอฟเวอร์ตันอันดับสี่ 2005 มีชัยชนะเป็นฐานของคะแนน

ผลงานในพรีเมียร์ลีก 38 นัดของเอฟเวอร์ตันคือชนะ 18 เสมอเจ็ด และแพ้ 13 ชัยชนะให้ 54 คะแนน บวกเจ็ดคะแนนจากผลเสมอเป็น 61 ไม่ว่าจะยิงมากน้อยในเกมที่ชนะ ทีมก็ได้สามแต้มเท่ากัน การได้ผลลัพธ์ที่ดีหลายครั้งจึงช่วยให้เอฟเวอร์ตันอยู่สูงกว่าทีมที่อาจยิงได้มากกว่าแต่เปลี่ยนเกมเป็นชัยชนะได้น้อยกว่า

กูดิสัน พาร์คเป็นฐานสำคัญ ทีมชนะในบ้าน 12 นัด เสมอสอง และแพ้ห้า ได้ 38 คะแนน ส่วนเกมเยือนชนะหก เสมอห้า และแพ้แปด ได้อีก 23 คะแนน ในบ้านเอฟเวอร์ตันยิง 24 เสีย 15 ต่างจากนอกบ้านที่ยิง 21 เสีย 31 ความต่างระหว่างสองชุดนี้ชี้ว่าผลต่างติดลบของทั้งฤดูกาลไม่ได้หมายความว่าทีมเสียมากกว่ายิงในทุกสภาพแวดล้อม

ผลต่างประตูเป็นตัวเลขสะสมที่คำนึงถึงทุกลูก ส่วนคะแนนแยกตัดสินทีละเกม ตัวอย่างเช่น การชนะ 1–0 แล้วแพ้ 0–3 ทำให้ได้สามคะแนนแต่ผลต่างรวมติดลบสอง นี่เป็นตัวอย่างคำนวณ ไม่ใช่ผลจริงของสองนัดติดกัน จึงอธิบายได้ว่าผลต่างติดลบกับตำแหน่งที่ดีไม่ใช่สิ่งขัดแย้งกันในระบบคะแนนนี้

ชัยชนะแคบกับเกมแพ้หนักส่งผลอย่างไร

จากชัยชนะ 18 นัด มีเก้านัดที่จบ 1–0 คิดเป็นครึ่งหนึ่งของเกมที่ชนะทั้งหมด อีกสามนัดชนะ 2–1 และสองนัดชนะ 3–2 รวมแล้วเอฟเวอร์ตันชนะด้วยระยะห่างเพียงลูกเดียวถึง 14 ครั้ง เกมเหล่านี้รวมกันให้ 42 คะแนน แต่เพิ่มผลต่างประตูเพียง 14 ลูก การเก็บผลแคบได้บ่อยจึงส่งผลต่ออันดับมากกว่าที่มองเห็นจากยอดยิงลบยอดเสีย

อีกด้านหนึ่ง การแพ้อาร์เซนอล 1–4 ในนัดเปิดฤดูกาล แพ้ท็อตแนม 2–5 ในวันปีใหม่ และแพ้อาร์เซนอลอีกครั้ง 0–7 ทำให้ผลต่างลดลงรวม 13 ลูกจากสามเกม แต่คะแนนที่ได้จากเกมเหล่านี้ยังคงเป็นศูนย์เหมือนการแพ้ 0–1 ทั้งสามนัด ความเสียหายด้านสกอร์จึงใหญ่กว่าความแตกต่างด้านคะแนนระหว่างแพ้แคบกับแพ้หนัก

เกมที่ไฮบิวรีวันที่ 11 พฤษภาคมเป็นกรณีสำคัญ เอฟเวอร์ตันเสียเจ็ดประตูโดยยิงคืนไม่ได้ เดนนิส เบิร์กแคมป์มีบทบาทเด่นในการสร้างเกมของอาร์เซนอล และทีมเจ้าบ้านนำสามลูกตั้งแต่ครึ่งแรก ก่อนเพิ่มอีกสี่ลูกหลังพักครึ่ง ผลดังกล่าวเป็นความพ่ายแพ้จริงที่ต้องรวมในสถิติ ไม่ควรถูกลบออกเพียงเพราะไม่เปลี่ยนตำแหน่งสุดท้าย

หากแยกเฉพาะเกมอื่นอีก 37 นัด เอฟเวอร์ตันยิง 45 เสีย 39 มีผลต่างบวกหก แต่เมื่อรวมเกมนี้กลับเข้าไปผลต่างจะเป็นลบหนึ่งทันที การคำนวณนี้ช่วยวัดน้ำหนักของสกอร์ 0–7 เท่านั้น ไม่ได้เสนอให้ใช้ตารางที่ตัดนัดแย่ออกมาจัดอันดับใหม่ ทีมต้องรับทั้งผลงานที่ชนะและแพ้ในฤดูกาลเดียวกัน

อัฒจันทร์สีแดงและสนามหญ้าเอมิเรตส์สเตเดียม
เอมิเรตส์สเตเดียม สนามเหย้าของอาร์เซนอลในยุคหลังไฮบิวรี

ทีมรักษาผลในเกมสำคัญอย่างไร

ชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1–0 วันที่ 20 เมษายนแสดงว่าสามคะแนนแคบไม่ได้เกิดขึ้นโดยไม่มีงานยาก มอยส์ส่งดันแคน เฟอร์กูสันเป็นตัวจริงร่วมกับมาร์คัส เบนต์ โดยมีมิเกล อาร์เตตาและทิม เคฮิลล์ช่วยเกมตรงกลาง ไนเจล มาร์ตินยืนเฝ้าประตูข้างหลังแนวรับที่มีโจเซฟ โยโบและเดวิด เวียร์ เกมนี้ต้องใช้ทั้งการสร้างโอกาสและการหยุดคู่แข่ง

ก่อนเอฟเวอร์ตันขึ้นนำ มาร์ตินออกมาปิดมุมป้องกันลูกยิงของพอล สโคลส์ซึ่งรับบอลชิพจากเวย์น รูนีย์ได้ ต่อมาในนาทีที่ 55 อาร์เตตาเปิดฟรีคิกจากด้านซ้ายให้เฟอร์กูสันเคลื่อนเข้ามาโหม่งผ่านทิม ฮาวเวิร์ด การรักษาสกอร์ศูนย์ไว้ก่อนหน้านั้นทำให้ประตูจากลูกนิ่งกลายเป็นประตูขึ้นนำ แทนที่จะเป็นเพียงลูกตีเสมอ

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดยังพยายามตามตีเสมอ และมาร์ตินต้องรับมือกับลูกยิงของคริสเตียโน โรนัลโดด้วย ช่วงท้ายทีมเยือนเสียผู้เล่นจากใบแดงของแกรี เนวิลล์และสโคลส์ แต่เอฟเวอร์ตันนำก่อนใบแดงแรก การเล่าเกมว่าเจ้าบ้านชนะเพราะเล่นเหนือคู่แข่งเก้าคนตลอดจึงคลาดเคลื่อน ทั้งการเซฟและการทำประตูสำคัญเกิดขึ้นขณะที่ทั้งสองฝ่ายยังมีผู้เล่นครบ

อีกสามคะแนนมาจากการชนะนิวคาสเซิล 2–0 วันที่ 7 พฤษภาคม ทำให้เอฟเวอร์ตันขึ้นถึง 61 คะแนน ต่อมาลิเวอร์พูลแพ้อาร์เซนอล จึงไล่ไม่ทันและอันดับสี่ของเอฟเวอร์ตันแน่นอน นี่เกิดก่อนเกมแพ้เจ็ดประตูและก่อนแพ้โบลตัน 2–3 ในนัดสุดท้าย คะแนนที่สะสมไว้จึงคุ้มครองอันดับ แม้สกอร์สองเกมปิดฤดูกาลจะทำให้ภาพรวมประตูแย่ลง

ป้ายกูดิสันพาร์กและตราเอฟเวอร์ตันบนผนังอัฒจันทร์
ด้านนอกกูดิสันพาร์กในฤดูร้อนปี 2003

อันดับลีกไม่ใช่บทสรุปทุกเรื่องของฤดูกาล

ความสำเร็จในลีกไม่ได้หมายความว่าเอฟเวอร์ตันผ่านทุกด่านในฟุตบอลถ้วย ทีมแพ้อาร์เซนอล 1–3 ในลีกคัพรอบสี่ และแพ้แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 0–2 ในเอฟเอคัพรอบห้า เกมเอฟเอคัพเกิดที่กูดิสัน พาร์คเดือนกุมภาพันธ์ ก่อนชัยชนะในลีกเหนือคู่แข่งเดียวกันเดือนเมษายน ผลหนึ่งไม่สามารถใช้แทนอีกผลได้ แม้ชื่อทีมและสนามตรงกัน

สิทธิ์ที่อันดับสี่นำมาให้คือการเข้ารอบคัดเลือกรอบสามของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกฤดูกาล 2005/06 ไม่ใช่การเข้ารอบแบ่งกลุ่มอัตโนมัติ เอฟเวอร์ตันต้องพบกับบียาร์เรอัล และแพ้ด้วยสกอร์รวม 2–4 จึงไม่ได้ไปต่อในรอบแบ่งกลุ่ม

คุณค่าของฤดูกาล 2004/05 จึงอยู่ที่การชนะพอและสะสมแต้มได้ก่อนคู่แข่ง มากกว่าความสวยงามของช่องผลต่างประตู เก้าเกมที่ชนะ 1–0 ช่วยสร้างฐานให้ทีม ขณะที่เกมแพ้หนักทำให้ยอดรวมประตูดูต่างออกไป เมื่ออ่านทั้งคะแนน สกอร์รายนัด และลำดับเวลา อันดับสี่ของเอฟเวอร์ตันจึงมีคำอธิบายที่ชัดเจนโดยไม่ต้องมองข้ามคืนที่ทีมเล่นได้ไม่ดี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO