เลสเตอร์แชมป์ 2016 ความสม่ำเสมอที่อยู่หลังเรื่องเหนือความคาดหมาย

สนาม King Power Stadium ของเลสเตอร์ ซิตี้

เลสเตอร์แชมป์ 2016 เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย แต่คะแนนที่ทำให้เกิดแชมป์มาจากการชนะและหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้อย่างต่อเนื่อง ทีมของเคลาดิโอ รานิเอรีจบพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2015/16 ด้วย 81 คะแนน แพ้เพียงสามนัด และไม่แพ้อีกเลยในสิบสองเกมสุดท้าย การเข้าใจฤดูกาลนี้จึงต้องมองว่าความได้เปรียบสะสมขึ้นอย่างไร เหตุใดชัยชนะ 1–0 จึงสำคัญ และทำไมวันยืนยันแชมป์กับวันรับถ้วยจึงเป็นคนละวันกัน

ฐานก่อนฤดูกาลต่างจากภาพแชมป์อย่างไร

หนึ่งปีก่อนหน้า เลสเตอร์อยู่ในสถานการณ์ตรงข้าม ทีมของไนเจล เพียร์สันต้องเร่งหนีตกชั้นและชนะเจ็ดจากเก้านัดสุดท้าย จนจบอันดับสิบสี่ด้วย 41 คะแนน นั่นทำให้ทีมอยู่ต่อในพรีเมียร์ลีกได้ แต่ยังไม่ได้เป็นหลักฐานว่าจะก้าวขึ้นลุ้นแชมป์ทันที สโมสรเปลี่ยนผู้จัดการและแต่งตั้งรานิเอรีในวันที่ 13 กรกฎาคม 2015 เขารับช่วงทีมที่เพิ่งสร้างแรงส่งจากการเอาตัวรอดมาสำเร็จ

รานิเอรีไม่ได้ทิ้งทุกอย่างที่ทีมทำได้ดี แต่จัดรูปแบบให้เหมาะกับการเล่นของตนเอง บทวิเคราะห์ของพรีเมียร์ลีกอธิบายว่าเขาเปลี่ยนจากแนวรับสามคนช่วงปลายฤดูกาลก่อนมาใช้ระบบที่ตั้งต้นจาก 4–4–2 มีผู้เล่นแนวหน้าคนหนึ่งช่วยทำงานต่ำกว่ากองหน้าที่โจมตีพื้นที่ ความกะทัดรัดเมื่อไม่มีบอลและการเข้าทำทันทีหลังแย่งบอลได้กลายเป็นส่วนสำคัญของทีม

รายชื่อตัวหลักมีความต่อเนื่องสูง คาสเปอร์ ชไมเคิลเฝ้าเสา เวส มอร์แกนกับโรเบิร์ต ฮูธยืนกลางแนวรับ แดนนี ดริงก์วอเตอร์และเอ็นโกโล ก็องเตทำงานในแดนกลาง ส่วนริยาด มาห์เรซกับเจมี วาร์ดีสร้างอันตรายด้านหน้า รานิเอรีเปลี่ยนรายชื่อตัวจริงจากนัดก่อนรวมเพียง 33 ตำแหน่งตลอดฤดูกาล ตัวเลขนี้เป็นการนับการเปลี่ยนแต่ละตำแหน่ง ไม่ใช่จำนวนเกมที่เขาใช้ทีมคนละชุด

คะแนนสะสมเปลี่ยนความคาดหวังช่วงใด

เมื่อสิ้นเดือนตุลาคม เลสเตอร์มี 22 คะแนนจากสิบเอ็ดนัด ตามแมนเชสเตอร์ ซิตี้และอาร์เซนอลที่มีทีมละ 25 คะแนนอยู่สามแต้ม ผลงานทำให้ทีมอยู่ใกล้หัวตาราง แต่ยังไม่แยกตัวออกไป สิ่งสำคัญคือทีมรักษาระยะนั้นได้จนผ่านครึ่งฤดูกาล เมื่อสิ้นเดือนธันวาคม เลสเตอร์มี 39 คะแนนจากสิบเก้านัด เท่ากับอาร์เซนอล ขณะที่ซิตี้มี 36 และสเปอร์สมี 35 คะแนน

เลสเตอร์แชมป์ 2016 สร้างระยะห่างทีละช่วง

ชัยชนะเหนือแมนเชสเตอร์ ซิตี้ 3–1 ที่เอติฮัดเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์เป็นผลสำคัญกับคู่แข่งโดยตรง แต่ไม่ได้ทำให้การแข่งขันจบทันที เลสเตอร์ยังแพ้อาร์เซนอล 1–2 ในเกมถัดมา และเมื่อสิ้นเดือนกุมภาพันธ์มี 56 คะแนนจาก 27 นัด นำสเปอร์สเพียงสองคะแนน ขอบเขตความผิดพลาดยังแคบ และทุกเกมเสมอหรือแพ้มีโอกาสเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำได้

พื้นสนามสีเขียวและอัฒจันทร์สีฟ้าภายในเอติฮัด
อัฒจันทร์ล้อมสนามฟุตบอลภายในเอติฮัดในยุคหลังการย้ายสนามปี 2003

ระยะห่างเพิ่มขึ้นในเดือนมีนาคม เมื่อเลสเตอร์ขยับเป็น 66 คะแนนจาก 31 นัด ส่วนสเปอร์สมี 61 คะแนนจากจำนวนเกมเท่ากัน จากการนำสองกลายเป็นห้าคะแนนโดยไม่ต้องพึ่งชัยชนะที่สกอร์ขาดทุกครั้ง คะแนนตามวันเหล่านี้ช่วยอธิบายแรงกดดันของผู้ตาม เมื่อจ่าฝูงยังชนะต่อ คู่แข่งต้องชนะเพื่อเพียงรักษาระยะห่างก่อนจะคิดถึงการแซง

การรักษาผลช่วงท้ายมีรูปแบบใด

หลังแพ้อาร์เซนอล เลสเตอร์ชนะนอริช 1–0 ก่อนเสมอเวสต์บรอมวิช 2–2 แล้วชนะวัตฟอร์ด นิวคาสเซิล คริสตัล พาเลซ และเซาแทมป์ตันด้วยสกอร์ 1–0 ทั้งสี่นัด ดังนั้นในช่วงหกเกมนี้ทีมเก็บ 16 จาก 18 คะแนน และมีชัยชนะผลต่างประตูเดียวถึงห้าครั้ง การทำประตูเพิ่มอาจช่วยให้สบายขึ้น แต่การไม่เสียประตูทำให้ลูกเดียวเพียงพอสำหรับคะแนนเต็ม

เกมกับนอริชวันที่ 27 กุมภาพันธ์แสดงคุณค่าของตัวสำรองด้วย เมื่อเกมใกล้จบ มาร์ก อัลไบรตันเปิดบอลไปที่เสาไกลให้เลโอนาร์โด อูยัวเข้าทำประตูชัย ผลงานของคนที่ไม่ได้เป็นดาวเด่นประจำหน้าข่าวช่วยรักษาความได้เปรียบในตาราง การมีตัวหลักที่คุ้นเคยกันจึงไม่ได้แปลว่าผู้เล่นนอกชุดแรกไม่มีส่วนกับแชมป์

เลสเตอร์ยังต้องรับมือกับวันที่ไม่ชนะ เช่นเกมเสมอเวสต์แฮม 2–2 ในเดือนเมษายน แต่หลังจากนั้นกลับมาชนะสวอนซี 4–0 ก่อนเสมอแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1–1 ที่โอลด์แทรฟฟอร์ดในวันที่ 1 พฤษภาคม หากชนะวันนั้นทีมจะยืนยันแชมป์ได้ทันที ทว่าเมื่อจบด้วยหนึ่งคะแนน เลสเตอร์มี 77 คะแนนและต้องรอผลการแข่งขันของสเปอร์สในวันถัดไป

ความสม่ำเสมอของช่วงท้ายจึงไม่ใช่การชนะทุกเกม แต่เป็นการไม่ปล่อยให้ผลที่สะดุดกลายเป็นความพ่ายแพ้ต่อเนื่อง หลังเกมอาร์เซนอลเลสเตอร์ผ่านอีกสิบสองนัดโดยไม่แพ้เลย และจบปีด้วยชนะ 23 เสมอสิบสอง แพ้สาม ผลแพ้เพียงสามครั้งจำกัดจำนวนวันที่ทีมไม่ได้คะแนน ขณะที่การชนะต่อเนื่องช่วงมีนาคมช่วยเปลี่ยนความได้เปรียบเล็กน้อยให้เป็นพื้นที่รองรับเกมเสมอในเดือนต่อมา

วันที่ยืนยันแชมป์ต่างจากวันรับถ้วยอย่างไร

วันที่ 2 พฤษภาคม สเปอร์สไปเยือนเชลซีและนำสองประตูในครึ่งแรก ก่อนแกรี เคฮิลล์กับเอแด็น อาซาร์ช่วยเจ้าบ้านกลับมาเสมอ 2–2 หลังเกมสเปอร์สมี 70 คะแนนจาก 36 นัด เหลือให้เก็บอีกสูงสุดหกคะแนน จึงไปได้เพียง 76 ซึ่งต่ำกว่า 77 คะแนนของเลสเตอร์ แชมป์จึงถูกยืนยันโดยที่ทีมของรานิเอรีไม่ได้ลงเล่นในคืนนั้น

ป้ายชื่อและตราเชลซีบนอาคารสแตมฟอร์ดบริดจ์
ด้านนอกสนามสแตมฟอร์ดบริดจ์ของเชลซีในภาพถ่ายยุคหลัง

ส่วนพิธีรับถ้วยเกิดที่คิงเพาเวอร์ สเตเดียมในวันเสาร์ที่ 7 พฤษภาคม เลสเตอร์ลงสนามในฐานะแชมป์เรียบร้อยแล้วและชนะเอฟเวอร์ตัน 3–1 ก่อนรับถ้วยต่อหน้าแฟนบอลของตนเอง วันนี้จึงเป็นการเฉลิมฉลองตำแหน่งที่ได้มาแล้ว ต่างจากวันที่ผลการแข่งขันทำให้คู่แข่งหมดโอกาสไล่ทัน การแยกสองเหตุการณ์ช่วยให้ลำดับเรื่องไม่สับสนว่าทีมต้องชนะเอฟเวอร์ตันจึงได้แชมป์

เลสเตอร์ยังมีนัดปิดฤดูกาลที่เชลซีและเสมอ 1–1 ทำให้ยอดสุดท้ายเป็น 81 คะแนน เหนืออาร์เซนอลรองแชมป์สิบคะแนน จากทีมที่ปีก่อนต้องเร่งหนีตกชั้น พวกเขาเพิ่มคะแนนขึ้นถึง 40 แต้มในปีเดียว เรื่องราวน่าทึ่งอยู่ตรงจุดตั้งต้นกับปลายทางที่ห่างกันมาก แต่ระหว่างสองจุดนั้นประกอบด้วยงานที่จับต้องได้ ทั้งการใช้ทีมต่อเนื่อง การชนะเกมสูสี และการเก็บคะแนนกลับมาแม้ในวันที่ไม่สามารถคว้าชัย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO