เมสซีฟอลส์ไนน์2009 พื้นที่ที่เปลี่ยนเกมเบร์นาเบว

ลิโอเนล เมสซี ในสีเสื้อบาร์เซโลนา

เมสซีฟอลส์ไนน์2009 เปลี่ยนเกมที่เบร์นาเบวด้วยการย้ายจุดรับบอลของผู้เล่นอันตรายที่สุดเข้าไปอยู่ระหว่างแดนกลางกับแนวรับมาดริด เมื่อเขาถอยลงมา เธียร์รี อองรีและซามูเอล เอโตยังพร้อมวิ่งโจมตีด้านหลังคู่แข่ง การขยับของทั้งสามจึงทำงานร่วมกัน บาร์เซโลนาชนะ 6–2 เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม แต่สิ่งที่เปลี่ยนเกมมีมากกว่าการวางชื่อเมสซีไว้ตรงกลางในรายชื่อก่อนแข่ง

ปัญหาที่มาดริดต้องเลือก

ตามลงมาหรือรักษาแนว

ก่อนเอลกลาซิโกครั้งนี้ บาร์ซานำเรอัล มาดริดสี่คะแนน จึงเป็นเกมที่เจ้าบ้านมีโอกาสลดช่องว่างให้เหลือแต้มเดียว ทีมของฆวนเด รามอสเริ่มต้นด้วยประตูโหม่งของกอนซาโล อิกวาอิน ขณะที่ผู้มาเยือนต้องแก้ทั้งสกอร์และแรงกดดันในสนามของคู่แข่ง

เมสซีเริ่มเกมทางขวาก่อนสลับเข้าไปตรงกลาง โดยเอโตขยับออกด้านข้าง บทบาทฟอลส์ไนน์หมายถึงกองหน้าที่ออกจากแนวสูงสุดเพื่อรับบอลลึกลงมา ความต่างอยู่ที่เขาไม่ยืนให้เซ็นเตอร์แบ็กประกบในตำแหน่งเดิมตลอดเวลา เมื่อบอลเดินขึ้นหน้า ผู้เล่นซึ่งดูเหมือนเป็นหัวหอกกลับกลายเป็นตัวเลือกเพิ่มในแดนกลาง

ฟาบิโอ คันนาวาโรกับคริสตอฟ เม็ตเซลเดอร์จึงต้องตัดสินใจซ้ำ ๆ ว่าจะตามหรือรักษาตำแหน่ง หากตามเมสซีออกไป พื้นที่ด้านหลังอาจเปิดให้คนอื่นวิ่งเข้าโจมตี หากยืนอยู่ เมสซีก็มีเวลารับบอลและหันหน้าเข้าหาประตูมากขึ้น เม็ตเซลเดอร์เล่าย้อนหลังว่าทั้งคู่ไม่แน่ใจว่าจะตามถึงแดนกลางหรือถอยคุมพื้นที่ คำบอกเล่าจากผู้เล่นที่ต้องรับมือสะท้อนว่าปัญหานี้เกิดขึ้นจริงในสนาม

การปล่อยให้เมสซีรับบอลยังเพิ่มภาระให้เฟร์นันโด กาโกกับลาสซานา ดิยาร์รา เพราะทั้งสองต้องสนใจชาบีและอันเดรส อิเนียสตาอยู่แล้ว การมีผู้เล่นอีกคนปรากฏหลังแดนกลางทำให้มาดริดต้องเลือกว่าจะปิดใครก่อน และแต่ละการเลือกสามารถเปิดทางจ่ายไปหาคนที่เหลือได้

สนามหญ้าและอัฒจันทร์สีน้ำเงินภายในซานติอาโก เบร์นาเบว
ภายในสนามซานติอาโก เบร์นาเบวของเรอัล มาดริด

เมสซีถอยแล้วใครวิ่ง

เอโตและอองรีใช้พื้นที่

ประตูตีเสมอของอองรีแสดงความสัมพันธ์นี้อย่างชัดเจน เมสซีรับบอลในพื้นที่กลางและจ่ายข้ามแนวรับให้อองรีเข้าไปจบสกอร์ การวิเคราะห์ภาพเกมในวิทยานิพนธ์หลักสูตรโค้ชของสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลีชี้ว่าคันนาวาโรขยับตามเมสซี ขณะอองรีโจมตีพื้นที่ด้านหลังเซร์คิโอ รามอส คนหนึ่งถอยมาช่วยต่อบอล อีกคนวิ่งหนีแนวรับ จึงเกิดทางเข้าประตูจากการเคลื่อนที่คนละทิศ

อองรีไม่ได้ต้องลงมารับบอลใกล้เมสซีทุกครั้ง การยืนสูงและกว้างทางซ้ายบังคับให้แนวรับต้องคอยระวังความลึก ส่วนเอโตทางขวาช่วยให้บาร์ซามีภัยคุกคามอีกด้าน หากผู้เล่นด้านข้างเข้ามารวมอยู่ตรงกลางทั้งหมด คู่แข่งย่อมบีบพื้นที่เดียวได้ง่ายกว่า ความกว้างจึงเป็นส่วนหนึ่งของการทำให้พื้นที่กลางมีประโยชน์

ชาบีกับอิเนียสตาช่วยเชื่อมการเล่นรอบเมสซี และสลับระดับการรับบอลเพื่อสร้างช่องส่งต่อ อเล็กซ์ เดลมาส นักวิเคราะห์ที่อธิบายเกมนี้ร่วมกับสแตตส์บอมบ์ เน้นว่าการประสานงานตรงกลางกับการวิ่งของกองหน้าด้านข้างเป็นส่วนที่แยกจากกันไม่ได้ บาร์ซาเลือกเล่นเข้าด้านในหรือส่งเลยแนวรับตามการตอบสนองของมาดริด แทนที่จะโจมตีทางเดิมทุกครั้ง

เมสซีฟอลส์ไนน์2009 ยังต้องมีการแย่งบอลและลูกตั้งเตะ

ประตูขึ้นนำของการ์เลส ปูโยลมาจากลูกโหม่ง ขณะที่ประตู 3–1 เกิดหลังชาบีแย่งบอลจากดิยาร์ราและส่งให้เมสซีเข้าไปยิง ความผิดพลาดตอนครองบอลของมาดริดจึงเป็นอีกทางที่บาร์ซาใช้ลงโทษคู่แข่ง ไม่ใช่ว่าทั้งหกประตูเกิดจากกองหลังตามเมสซีออกจากตำแหน่งเหมือนกันทั้งหมด

ครึ่งหลัง รามอสโหม่งให้เจ้าบ้านไล่มา 2–3 จากลูกเปิดของอาร์เยน ร็อบเบน แต่บาร์ซาตอบกลับด้วยบอลยาวของชาบีให้อองรีหลุดไปผ่านอิเกร์ กาซียาส การวิ่งโจมตีด้านหลังยังมีผลแม้รูปแบบการส่งบอลต่างจากประตูแรก มาดริดเพิ่งกลับมามีความหวัง ก่อนถูกความแม่นยำของคนจ่ายและความเร็วของคนรับดึงระยะห่างออกอีกครั้ง

เมสซีทำประตูที่สองของตัวเองหลังเล่นกับชาบี และเคราร์ด ปิเกปิดท้ายด้วยการยิงซ้ำจากจังหวะที่เอโตเปิดบอลเข้ามา ปิเกเป็นกองหลัง แต่ยังขึ้นไปมีส่วนในเขตโทษได้เมื่อสถานการณ์เปิดทาง รายชื่อผู้ทำประตูจึงประกอบด้วยทั้งแนวรุกและแนวรับ ขณะที่เอโตมีส่วนสร้างประตูแม้ไม่มีชื่อเป็นคนยิงในเกมนี้

ชัยชนะกับตารางลุ้นแชมป์

2พฤษภาคมยังไม่ใช่วันแชมป์

หลังจบเกม บาร์ซานำเจ็ดคะแนนโดยเหลือสี่นัด การชนะคู่แข่งโดยตรงเพิ่มระยะห่างจากสี่เป็นเจ็ด และทำให้มาดริดเหลือโอกาสไล่ตามน้อยลงมาก แต่ยังมีคะแนนให้เก็บอีกสิบสองคะแนน จึงยังไม่ใช่วันที่ตำแหน่งแชมป์ถูกตัดสินทางคณิตศาสตร์

วันที่ 10 พฤษภาคม บาร์ซามีโอกาสปิดงานเมื่อรับบียาร์เรอัลที่คัมป์นู หลังมาดริดแพ้บาเลนเซียไปแล้ว แม้เจ้าบ้านนำ 3–1 ในครึ่งแรก แต่อเอริก อบิดัลถูกไล่ออก และบียาร์เรอัลกลับมาเสมอ 3–3 แฟนบอลจึงยังต้องรอ ความเหนือกว่าในเอลกลาซิโกไม่ได้ทำให้เกมลีกถัดไปหมดความเสี่ยง

ตราบาร์เซโลนาบนพื้นข้างสนามและอัฒจันทร์คัมป์นู
พื้นสนามและอัฒจันทร์คัมป์นู บ้านของบาร์เซโลนาที่รับช่วงต่อจากเลสกอร์ตส์

บาร์เซโลนาได้แชมป์ในวันที่ 16 พฤษภาคม เมื่อมาดริดแพ้บียาร์เรอัล 2–3 ก่อนที่ทีมของเปปจะลงเล่นกับมายอร์กาในวันถัดมา เกม 6–2 จึงเป็นชัยชนะสำคัญที่เปลี่ยนดุลการลุ้นแชมป์ ส่วนวันที่ได้ถ้วยแน่นอนเป็นอีกเหตุการณ์หนึ่ง

ความหมายทางแท็กติกของคืนนั้นอยู่ที่การจัดคนให้ความสามารถของเมสซีส่งผลต่อเพื่อนด้วย เขามีพื้นที่สร้างเกม อองรีกับเอโตมีช่องให้วิ่ง และชาบีกับอิเนียสตามีตัวเลือกต่อบอลเพิ่ม การใช้ฟอลส์ไนน์จึงไม่ได้ลดจำนวนผู้เล่นที่เข้าทำประตู แต่เปลี่ยนว่าใครจะมาถึงพื้นที่นั้นและมาถึงเมื่อไร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO