เปแอสเชแชมป์ 1986 เส้นทางจากทีมเมืองหลวงสู่แชมป์ลีกแรก

สนามปาร์ก เดส์ แพร็งส์ รังเหย้าของปารีส แซงต์-แชร์กแมง

เปแอสเชแชมป์ 1986 หมายถึงฤดูกาล 1985/86 ที่ปารีส แซงต์แชร์กแมงคว้าแชมป์ลีกเอิงเป็นสมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสร ภายใต้การคุมทีมของเฌราร์ อุลลิเยร์ บทความนี้ไม่ได้เล่าเรื่องการก่อตั้งสโมสรซ้ำอีกครั้ง แต่โฟกัสที่ความต่อเนื่องของผลงานตลอดทั้งฤดูกาล ตั้งแต่ทีมออกสตาร์ตด้วยตัวเลือกแบบใด ทำไมทีมจึงเสียแต้มน้อยกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด และแชมป์ลีกครั้งแรกนี้ต่างจากถ้วยกุปเดอฟร็องส์ที่เคยได้มาก่อนหน้าอย่างไร

ทีมก่อนฤดูกาลมีตัวเลือกอะไร

ก่อนเริ่มฤดูกาล 1985/86 ปารีส แซงต์แชร์กแมงอยู่ภายใต้การคุมทีมของเฌราร์ อุลลิเยร์ ผู้จัดการทีมที่รับหน้าที่พาสโมสรจากเมืองหลวงไต่ระดับขึ้นมาแข่งขันชิงแชมป์อย่างจริงจัง ก่อนหน้านี้เปแอสเชเคยประสบความสำเร็จมาแล้วในรายการน็อกเอาต์อย่างกุปเดอฟร็องส์ แต่ยังไม่เคยครองตำแหน่งแชมป์ลีกเอิงมาก่อนเลยตลอดประวัติศาสตร์สโมสร ภารกิจของทีมในฤดูกาลนี้จึงต่างจากปีก่อน ๆ ตรงที่ต้องรักษาความสม่ำเสมอให้ได้ตลอดสามสิบแปดนัดของฤดูกาล ไม่ใช่แค่ทำผลงานให้ดีพอในบางช่วงเหมือนการลุ้นถ้วยแบบแพ้คัดออก การบริหารทีมของอุลลิเยร์ในฤดูกาลนี้จึงเน้นไปที่การรักษาฟอร์มระยะยาวมากกว่าการทุ่มเทกับนัดใดนัดหนึ่งเป็นพิเศษ ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมาก็พิสูจน์แนวทางนี้ได้ชัดเจนเมื่อจบฤดูกาล การที่สโมสรจากเมืองหลวงต้องอาศัยเวลาสะสมประสบการณ์ในลีกสูงสุดมาระยะหนึ่งก่อนจะไปถึงจุดที่แข่งขันชิงแชมป์ได้อย่างจริงจัง ก็เป็นภาพสะท้อนของวงการฟุตบอลฝรั่งเศสในทศวรรษ 1980 ที่ทีมจากเมืองใหญ่หลายแห่งยังต้องแข่งขันกับสโมสรจากภูมิภาคที่มีรากฐานเก่าแก่กว่า ก่อนที่สโมสรเมืองหลวงจะค่อย ๆ ยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นทีมชั้นนำของประเทศได้ในเวลาต่อมา

ช่วงไร้พ่ายยาวแค่ไหนในกรอบใด

ตลอดฤดูกาล 1985/86 เปแอสเชแพ้เพียง 5 นัดจากทั้งหมด 38 นัด ซึ่งถือเป็นสถิติการเสียแต้มที่น้อยมากเมื่อเทียบกับทีมอื่นในลีกเดียวกัน

เจ้าหน้าที่ดูแลสนามหญ้าภายในสนามปาร์กเดแพร็งซ์ ด้านหลังเป็นอัฒจันทร์สีน้ำเงินแดงและป้ายข้อความอิซี เซ ปารี
อัฒจันทร์ภายในสนามปาร์กเดแพร็งซ์ สนามเหย้าของปารีส แซงต์แชร์กแมงในปัจจุบัน

ตัวเลขนี้สะท้อนว่าทีมสามารถรักษาช่วงเวลาไร้พ่ายติดต่อกันได้ยาวนานหลายสัปดาห์ในหลายจังหวะของฤดูกาล แม้จะไม่มีรายงานที่ระบุตัวเลขการไร้พ่ายติดต่อกันสูงสุดอย่างเป็นทางการก็ตาม สิ่งที่ยืนยันได้ชัดเจนกว่าคือผลรวมทั้งฤดูกาล ทีมชนะ 23 นัด เสมอ 10 นัด แพ้เพียง 5 นัด ยิงได้ 66 ประตู เสีย 33 ประตู อัตราส่วนชนะต่อแพ้ในระดับนี้บ่งบอกว่าเปแอสเชไม่ได้พึ่งพาผลงานช่วงใดช่วงหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่รักษาระดับผลงานที่ดีได้อย่างต่อเนื่องเกือบตลอดทั้งฤดูกาล ต่างจากทีมที่คว้าแชมป์ด้วยการทำผลงานพุ่งขึ้นมาแค่ในช่วงท้ายฤดูกาลเพียงอย่างเดียว การเสียแต้มเพียงไม่กี่ครั้งตลอดฤดูกาลยังหมายความว่าทีมสามารถรับมือกับคู่แข่งได้หลากหลายรูปแบบ ทั้งเกมเหย้าและเกมเยือน โดยไม่มีช่วงตกฟอร์มยาวนานจนกระทบอันดับในตารางอย่างมีนัยสำคัญ ความสม่ำเสมอในลักษณะนี้มักถูกมองข้ามเมื่อเปรียบเทียบกับฤดูกาลที่มีการไล่บี้กันจนถึงนัดสุดท้าย แต่ในทางสถิติแล้วถือเป็นเครื่องยืนยันคุณภาพของทีมได้ดีไม่แพ้กัน

เกมสำคัญสร้างช่องว่างคะแนนอย่างไร

เมื่อจบฤดูกาล เปแอสเชครองอันดับหนึ่งด้วย 56 คะแนน นำหน้าอันดับสองอย่างนองต์ที่ทำได้ 53 คะแนนอยู่ 3 แต้ม ส่วนต่างประตูได้เสียของเปแอสเชอยู่ที่บวก 33 ประตู จากการยิงได้ 66 เสีย 33 ตัวเลขเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าทีมไม่ได้ชนะแบบเฉียดฉิวในหลายนัด แต่สร้างช่องว่างคะแนนด้วยผลงานสะสมตลอดฤดูกาลมากกว่าจะขึ้นอยู่กับนัดชี้ขาดเพียงนัดเดียว แม้ระยะห่างจากอันดับสองจะดูไม่มากนักเมื่อดูจากตารางคะแนนสุดท้าย แต่หากพิจารณาจากจำนวนนัดที่แพ้เพียง 5 นัดตลอดฤดูกาล จะเห็นได้ว่าทีมแทบไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งไล่ตามทันในช่วงกลางฤดูกาลเลย ความได้เปรียบสะสมทีละน้อยแบบนี้เองที่ทำให้แชมป์ลีกเอิงสมัยแรกของสโมสรเกิดขึ้นได้อย่างมั่นคง ไม่ใช่การลุ้นจนถึงนัดสุดท้ายเหมือนบางฤดูกาลของทีมอื่น สำหรับผู้ติดตามฟุตบอลฝรั่งเศสในยุคนั้น ภาพของเปแอสเชที่ครองตำแหน่งจ่าฝูงได้อย่างมั่นคงตลอดครึ่งหลังของฤดูกาลจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างชัดเจน ต่างจากบางฤดูกาลก่อนหน้าที่ทีมยังต้องลุ้นอันดับกลางตารางอยู่บ่อยครั้ง การจบฤดูกาลด้วยส่วนต่างประตูที่เป็นบวกสูงยังบ่งชี้ว่าแนวรุกของทีมทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพคู่ขนานไปกับแนวรับที่มั่นคง ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของทีมที่จะคว้าแชมป์ลีกได้อย่างแท้จริง

แชมป์ลีกแรกต่างจากถ้วยก่อนหน้านั้นอย่างไร

ก่อนจะมาถึงแชมป์ลีกเอิงในปี 1986 เปแอสเชเคยคว้าแชมป์กุปเดอฟร็องส์มาแล้วสองสมัยติดต่อกัน คือปี 1982 ที่ชนะจุดโทษหลังเสมอแซงเตเตียน 2-2 ในเวลาปกติและต่อเวลาพิเศษ และปี 1983 ที่เอาชนะนองต์ไปได้ 3-2 ในนัดชิงชนะเลิศ

แถวเก้าอี้อัฒจันทร์สีน้ำเงินและสีแดงสลับกัน แต่ละที่นั่งมีตราสัญลักษณ์สโมสรพิมพ์อยู่บนพนักพิง
เก้าอี้อัฒจันทร์สีน้ำเงินและแดงภายในสนามปาร์กเดแพร็งซ์

ทั้งสองรายการนี้เป็นการแข่งขันแบบแพ้คัดออก ทีมมีโอกาสสร้างผลงานให้โดดเด่นได้ภายในไม่กี่นัดตัดสิน ต่างจากแชมป์ลีกเอิงที่ต้องรักษาระดับผลงานให้สม่ำเสมอตลอดทั้งฤดูกาลกับทุกทีมในลีก การครองแชมป์ลีกเอิงจึงเป็นเครื่องพิสูจน์ความแข็งแกร่งของทีมในภาพรวมมากกว่าการทำผลงานให้ดีพอในบางช่วงเวลา สำหรับสโมสรจากเมืองหลวงที่เพิ่งเริ่มมีชื่อเสียงในวงการฟุตบอลฝรั่งเศสได้ไม่นาน การคว้าแชมป์ลีกเอิงสมัยแรกในปี 1986 จึงถือเป็นก้าวสำคัญที่ต่างไปจากความสำเร็จในถ้วยที่เคยได้มาก่อนหน้าอย่างชัดเจน และเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สโมสรถูกจับตามองในฐานะทีมที่สามารถแข่งขันเพื่อแชมป์ลีกได้อย่างจริงจังในระยะยาว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO