คัมป์นู เปิดปี 1957 สนามที่เกิดจากตั๋วที่ขายไม่พอ

สนามคัมป์นู ของบาร์เซโลนา

คัมป์นู เปิดปี 1957 ไม่ได้เกิดจากความทะเยอทะยานที่จะสร้างสนามใหญ่ที่สุดในสเปนเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากปัญหาที่จับต้องได้ นั่นคือสนามเลส กอร์ตส์ ซึ่งเป็นสนามเหย้าเดิมของบาร์เซโลนา รับแฟนบอลที่แห่กันมาเชียร์ทีมไม่ไหวอีกต่อไป สโมสรจึงต้องหาทางออกด้วยการสร้างบ้านหลังใหม่ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าต้องแบกภาระทางการเงินก้อนโตตามมาอีกหลายปี

เลส กอร์ตส์ มีปัญหาอะไรจนต้องย้าย

สนามเลส กอร์ตส์ เปิดใช้งานตั้งแต่ปี 1922 ด้วยความจุเริ่มต้นราว 20,000 ที่นั่ง ตอนนั้นถือว่าเพียงพอสำหรับทีมที่เพิ่งตั้งไข่ในวงการฟุตบอลสเปน แต่เมื่อบาร์เซโลนาเริ่มมีผลงานดีขึ้นเรื่อยๆ จำนวนแฟนบอลที่อยากเข้าไปนั่งชมในสนามก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วยอย่างรวดเร็ว สโมสรจึงต่อเติมอัฒจันทร์หลายครั้งเพื่อรองรับความต้องการ จนถึงจุดสูงสุดหลังการขยายครั้งสำคัญในปี 1926 ที่ทำให้ความจุพุ่งไปแตะ 60,000 ที่นั่ง ปัญหาคือที่ดินโดยรอบสนามมีอาคารบ้านเรือนของชุมชนล้อมรอบอยู่แล้ว จนไม่เหลือพื้นที่ให้ต่อเติมเพิ่มอีกเลย เมื่อถึงปลายทศวรรษ 1940 ผู้บริหารสโมสรจึงเริ่มตระหนักว่าเลส กอร์ตส์ ไปต่อไม่ได้อีกแล้วไม่ว่าจะพยายามดัดแปลงอย่างไร และเริ่มวางแผนสร้างสนามแห่งใหม่อย่างจริงจังตั้งแต่ปี 1950 เป็นต้นมา โดยรู้ดีว่าโครงการขนาดนี้ต้องใช้เงินลงทุนมหาศาลกว่าที่สโมสรเคยทำมาก่อน

การก่อสร้างใช้เวลาและงบประมาณแค่ไหน

งานก่อสร้างสนามใหม่เริ่มต้นอย่างเป็นทางการวันที่ 28 มีนาคม 1954 และใช้เวลาราวสามปีเต็มก่อนจะแล้วเสร็จพร้อมเปิดใช้งาน ตัวเลขที่ทำให้หลายคนต้องอึ้งคือค่าก่อสร้างรวมพุ่งไปถึง 288 ล้านเปเซตา ซึ่งสูงกว่างบประมาณที่วางแผนไว้ตอนแรกกว่าสี่เท่าตัว สะท้อนว่าการประเมินต้นทุนตั้งแต่ต้นนั้นคลาดเคลื่อนไปมากพอสมควร เพื่อให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้โดยไม่สะดุด สโมสรต้องพึ่งพาเงินกู้และการจำนองทรัพย์สินเป็นหลัก โดยหวังไว้ว่าจะนำเงินจากการขายที่ดินผืนเดิมของเลส กอร์ตส์ มาช่วยโปะหนี้ก้อนนี้ในภายหลัง แต่แผนสำรองนั้นสะดุดตั้งแต่ต้น เพราะสภาเทศบาลเมืองบาร์เซโลนาใช้เวลานานถึงห้าปีกว่าจะอนุมัติเปลี่ยนผังการใช้ที่ดินแปลงนั้นให้ขายได้ตามที่สโมสรต้องการ นั่นหมายความว่าตลอดหลายปีแรกหลังเปิดสนามใหม่ บาร์เซโลนาต้องแบกรับภาระหนี้ก้อนนี้ไปโดยไม่มีเงินก้อนจากการขายที่ดินเข้ามาช่วยตามที่เคยวางแผนไว้แต่แรก

อัฒจันทร์และสนามหญ้าภายในคัมป์นู
อัฒจันทร์และสนามหญ้าภายในคัมป์นู สนามเหย้าของบาร์เซโลนา

ตัวเลขค่าก่อสร้างที่บานปลายเช่นนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับโครงการสถาปัตยกรรมขนาดใหญ่ในยุคนั้น แต่สำหรับสโมสรฟุตบอลที่พึ่งพารายได้จากค่าตั๋วและค่าสมาชิกเป็นหลัก การขาดสภาพคล่องเช่นนี้ถือเป็นความเสี่ยงที่ผู้บริหารต้องยอมรับเพื่อแลกกับบ้านหลังใหม่ที่ใหญ่กว่าเดิมหลายเท่า และเป็นการลงทุนระยะยาวที่กว่าจะเห็นผลตอบแทนเต็มเม็ดเต็มหน่วยก็ต้องรอให้หนี้สินทยอยคลี่คลายไปตามกาลเวลา

วันเปิดสนามเป็นอย่างไรและชื่อทางการคืออะไร

สนามแห่งใหม่เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 24 กันยายน 1957 สิ่งที่หลายคนอาจไม่รู้คือชื่อทางการของสนามในวันเปิดใช้งานไม่ใช่คัมป์นูอย่างที่คุ้นเคยกันทุกวันนี้ แต่เป็น เอสตาดี เดล บาร์เซโลนา ส่วนคำว่าคัมป์นู ซึ่งแปลตรงตัวว่าสนามแห่งใหม่ เป็นเพียงชื่อเรียกยอดนิยมที่แฟนบอลและสื่อมวลชนใช้เรียกกันจนติดปาก เพราะมันคือสนามใหม่จริงๆ เมื่อเทียบกับเลส กอร์ตส์ ที่ใช้มานานกว่าสามทศวรรษ สถานการณ์ชื่อสองชื่อคู่ขนานแบบนี้ดำเนินต่อเนื่องมาหลายทศวรรษ กระทั่งฤดูกาล 2000-01 สมาชิกสโมสรจึงลงมติเห็นชอบให้เปลี่ยนชื่อทางการของสนามเป็นคัมป์นูตามที่ทุกคนเรียกกันมาตลอด ปิดฉากความสับสนระหว่างชื่อทางการกับชื่อเล่นที่มีมายาวนาน

ภาระทางการเงินจากการก่อสร้างทิ้งอะไรไว้บ้าง

แม้จะไม่มีหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าหนี้ก้อนนี้ส่งผลโดยตรงต่อการซื้อขายนักเตะของสโมสรในช่วงเวลานั้นอย่างไร แต่สิ่งที่ยืนยันได้แน่ชัดคือบาร์เซโลนาต้องแบกรับต้นทุนที่เกินงบประมาณเดิมกว่าสี่เท่าผ่านเงินกู้และการจำนองทรัพย์สิน ขณะที่แผนสำรองอย่างการขายที่ดินเลส กอร์ตส์ ก็ล่าช้าไปถึงห้าปีเพราะติดขั้นตอนราชการของเทศบาล นี่คือภาพสะท้อนว่าการตัดสินใจสร้างสนามใหญ่กว่าที่ควรจะเป็นในทางปฏิบัติ มาพร้อมกับความเสี่ยงทางการเงินที่ผู้บริหารสโมสรยุคนั้นต้องยอมรับไว้ล่วงหน้า และต้องหาทางบริหารจัดการไปทีละปีจนกว่าสถานะการเงินจะกลับมามั่นคง

สนามถูกขยายและปรับปรุงกี่ครั้งหลังจากนั้น

ในวันเปิดใช้งานปี 1957 คัมป์นูจุผู้ชมได้ 106,146 คน ซึ่งมากกว่าเลส กอร์ตส์ เกือบสองเท่าตัวอยู่แล้ว แต่สโมสรยังไม่หยุดแค่นั้น หลังการขยายสนามครั้งใหญ่ในปี 1982 เพื่อต้อนรับฟุตบอลโลกปีเดียวกันที่จัดขึ้นในสเปน ความจุพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดที่ 121,401 คน แบ่งเป็นที่นั่ง 71,731 ที่และที่ยืนอีก 49,670 ที่ ก่อนที่กฎระเบียบด้านความปลอดภัยในเวลาต่อมาจะบังคับให้ทุกสนามเปลี่ยนพื้นที่ยืนเป็นที่นั่งทั้งหมด ทำให้ความจุตามแผนปัจจุบันของคัมป์นูลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 105,000 ที่นั่ง ซึ่งถึงจะน้อยกว่าตัวเลขสูงสุดในอดีต แต่ก็ยังคงความเป็นสนามฟุตบอลที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรปเอาไว้ได้

อัฒจันทร์คัมป์นูพร้อมข้อความเมสเกอุนกลุบ
อัฒจันทร์คัมป์นูพร้อมคำขวัญเมสเกอุนกลุบของสโมสรบาร์เซโลนา

ส่วนเลส กอร์ตส์ สนามเก่าที่บาร์เซโลนาทิ้งไว้เบื้องหลัง ไม่ได้ถูกทุบทิ้งทันทีหลังทีมย้ายออกไป แต่ยังถูกสโมสรซีดี คอนดัล ใช้แข่งขันต่อไปอีกหลายปีจนถึงปี 1970 ก่อนที่งานรื้อถอนจริงจะเริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 1966 และพื้นที่เดิมก็ถูกพัฒนาใหม่กลายเป็นสวนสาธารณะและอาคารที่พักอาศัยของชาวบาร์เซโลนาในเวลาต่อมา เรื่องราวของคัมป์นูจึงเป็นบทเรียนที่ชัดเจนว่าความสำเร็จบนสนามหญ้าบางครั้งก็มาพร้อมโจทย์ทางการเงินนอกสนามที่ต้องแก้ไขไปพร้อมกัน และการตัดสินใจในวันนั้นก็ยังส่งผลมาถึงสนามที่แฟนบอลทั่วโลกรู้จักกันดีในทุกวันนี้

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO