อ่านตารางยุคแรก ระบบสองแต้มและ16ทีมทำให้ตารางบุนเดสลีกายุคแรกต่างจากตารางสมัยใหม่อย่างไร

สนามไรน์เอเนอร์กี ชตาดิโอน หนึ่งในสนามฟุตบอลบุนเดสลีกา

อ่านตารางยุคแรกของบุนเดสลีกาต้องเริ่มจากกติกาที่ใช้ในเวลานั้น ทีมชนะได้สองแต้ม ลีกมีสิบหกสโมสร และการเรียงอันดับเมื่อคะแนนเท่ากันใช้อัตราส่วนประตูได้ต่อประตูเสีย ตัวเลขในตารางจึงไม่ได้ทำงานเหมือนตารางที่ให้สามแต้มต่อชัยชนะและตัดสินด้วยผลต่างประตู

ฤดูกาล 1963/64 กับ 1964/65 เหมาะสำหรับดูความแตกต่างนี้ เพราะเป็นสองปีแรกก่อนลีกขยายเป็นสิบแปดทีม นอกจากวิธีคำนวณคะแนนแล้ว ช่วงปลายปีที่สองยังมีคำตัดสินด้านสมาชิกภาพซึ่งทำให้ทีมท้ายตารางไม่ต้องตกชั้นตามผลการแข่งขันเดิม

อ่านตารางยุคแรก หนึ่งฤดูกาลมีเกมเท่าไร

บุนเดสลีกาเริ่มแข่งขันวันที่ 24 สิงหาคม 1963 ด้วยสิบหกทีม แต่ละสโมสรมีคู่แข่งสิบห้าทีมและพบกันแบบเหย้าเยือน จึงลงเล่นสามสิบเกม แบ่งเป็นในบ้านสิบห้านัดกับนอกบ้านสิบห้านัด เมื่อทุกทีมแข่งครบ ลีกมีการแข่งขันรวมสองร้อยสี่สิบนัด

จำนวนเกมรวมต้องหารสองหลังนำสิบหกคูณสามสิบ เพราะการแข่งขันหนึ่งนัดถูกนับอยู่ในสถิติของทั้งสองสโมสร การคำนวณนี้ช่วยตรวจความหมายของคอลัมน์ลงสนาม และทำให้เห็นว่าการเปรียบเทียบยอดชนะหรือยอดประตูระหว่างลีกที่มีจำนวนทีมต่างกันต้องคำนึงถึงโอกาสลงเล่นด้วย

โคโลญจน์จบฤดูกาลแรกด้วยชัยชนะสิบเจ็ดนัด เสมอสิบเอ็ดนัด และแพ้สองนัด รวมครบสามสิบเกม ทีมทำประตูได้เจ็ดสิบแปดลูกและเสียสี่สิบลูก ตัวเลขเหล่านี้เป็นคนละส่วนกับคะแนนสะสม แม้ทั้งหมดจะปรากฏอยู่ในแถวเดียวกันของตาราง

การแพ้เพียงสองครั้งบอกความสม่ำเสมอของแชมป์ได้อย่างหนึ่ง แต่ไม่ได้อธิบายคะแนนทั้งหมด ต้องนำผลเสมอเข้ามาคิดด้วย ระบบสองแต้มทำให้การเสมอมีน้ำหนักเมื่อเทียบกับชัยชนะมากกว่าระบบสามแต้ม จึงควรอ่านจำนวนชนะและเสมอควบคู่กัน

คะแนนได้เสียในบันทึกเก่า

บันทึกฟุตบอลเยอรมันแบบเก่าสามารถเขียนคะแนนเป็นคู่ของแต้มได้กับแต้มเสีย โดยทุกเกมมีสองแต้มให้แบ่ง ชัยชนะทำให้ทีมได้สองแต้มและไม่เสียแต้ม เสมอได้หนึ่งและเสียหนึ่ง ส่วนความพ่ายแพ้ไม่ได้แต้มและเสียสองแต้ม คำว่าเสียในที่นี้ไม่ใช่บทลงโทษจากสมาคม

เมื่อนำหลักนี้มาเขียนผลงานโคโลญจน์ ฤดูกาล 1963/64 จะได้ 45:15 ฝั่งแรกมาจากชนะสิบเจ็ดครั้งคูณสอง บวกเสมอสิบเอ็ดครั้ง ส่วนอีกฝั่งมาจากแพ้สองครั้งคูณสอง บวกเสมอสิบเอ็ดครั้ง คะแนนทั้งสองฝั่งรวมกันได้หกสิบ ซึ่งเท่ากับสามสิบเกมคูณสอง

ส่วน 78:40 คือประตูได้กับประตูเสีย ไม่ใช่คะแนน คู่ตัวเลขสองชุดจึงตอบคนละคำถาม ชุดแรกบอกผลตอบแทนจากผลการแข่งขัน ชุดหลังบอกจำนวนประตู เมื่อคัดลอกตารางเก่ามาใช้อ่าน ควรเก็บชื่อคอลัมน์ไว้เสมอ เพราะเครื่องหมายทวิภาคเพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่ากำลังนับอะไร

สนามหญ้าและอัฒจันทร์สีแดงของไรน์เอแนร์กีชตาดิโอน
ภายในสนามไรน์เอแนร์กีชตาดิโอนในโคโลญจน์เมื่อปี2007

ตารางที่จัดแสดงใหม่อาจเหลือคอลัมน์คะแนนสะสมเพียงค่าเดียว เช่น ฐานข้อมูลเดเอฟเบแสดงโคโลญจน์ที่สี่สิบห้าแต้ม นั่นไม่ใช่การเปลี่ยนผลการแข่งขัน แต่เป็นการนำเสนอข้อมูลอีกแบบหนึ่ง ผู้อ่านสามารถย้อนคำนวณแต้มเสียจากจำนวนเกมและแต้มได้โดยไม่ต้องสมมุติว่ามีคะแนนสูญหาย

ชนะเสมอแพ้แปลงเป็นแต้ม

สูตรคะแนนของยุคนี้คือจำนวนชนะคูณสองแล้วบวกจำนวนเสมอ ไมเดอริเชอร์ เอสเฟา ซึ่งต่อมารู้จักกันในชื่อเอ็มเอสเฟา ดุยส์บวร์ก ชนะสิบสาม เสมอสิบสาม และแพ้สี่ในฤดูกาลแรก จึงมีสามสิบเก้าแต้ม ส่วนไอน์ทรัคท์ แฟรงก์เฟิร์ตชนะสิบหก เสมอเจ็ด และแพ้เจ็ด ได้สามสิบเก้าแต้มเท่ากัน

แฟรงก์เฟิร์ตชนะมากกว่าสามนัด แต่ไม่ได้มีคะแนนเหนือกว่า เพราะไมเดอริชเก็บผลเสมอมากกว่าหกนัด ภายใต้ระบบสองแต้ม ความต่างทั้งสองส่วนหักล้างกันพอดี การเห็นทีมที่ชนะน้อยกว่าอยู่สูงกว่าจึงไม่ได้เป็นหลักฐานว่าตารางคำนวณผิด

สองทีมนี้ยังมีผลต่างประตูเท่ากันที่บวกยี่สิบสี่ด้วย ไมเดอริชยิงหกสิบและเสียสามสิบหก ส่วนแฟรงก์เฟิร์ตยิงหกสิบห้าและเสียสี่สิบเอ็ด แต่กติกาฤดูกาลนั้นใช้อัตราส่วนประตูได้หารด้วยประตูเสีย ไมเดอริชได้ประมาณ 1.667 ขณะที่แฟรงก์เฟิร์ตได้ประมาณ 1.585 จึงเป็นไมเดอริชที่จบอันดับสอง

ผนังกระจกและเสาสีน้ำเงินด้านนอกอัฒจันทร์สนามเอ็มเอสเฟาอารีนา
ด้านนอกอัฒจันทร์หลักของสนามเอ็มเอสเฟาอารีนาในดุยส์บวร์กเมื่อปี2008

ตัวอย่างนี้แสดงว่าคอลัมน์ผลต่างประตูในฐานข้อมูลสมัยใหม่อาจช่วยบรรยายผลงานได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นเกณฑ์ที่ใช้จัดอันดับในปีนั้น หากใช้จำนวนประตูได้มาตัดสินเอง แฟรงก์เฟิร์ตจะดูได้เปรียบ ทั้งที่วิธีดังกล่าวไม่ใช่กติกาจริงของการแข่งขัน

อีกภาพหนึ่งคือทีมที่ชนะหนึ่งและแพ้หนึ่งจะได้สองแต้ม เท่ากับทีมที่เสมอสองนัด แต่หากใช้ระบบสามแต้ม ชุดผลการแข่งขันแรกจะให้สามคะแนน ความแตกต่างนี้ช่วยอธิบายน้ำหนักของผลเสมอ โดยไม่จำเป็นต้องสร้างตารางย้อนหลังใหม่แล้วเรียกทีมอื่นว่าแชมป์แทนผู้ชนะตามกติกาเดิม

การตกชั้นของสองปีแรก

ฤดูกาลแรกมีสองทีมตกชั้น ได้แก่ พรอยเซิน มึนสเตอร์ที่ได้ยี่สิบสามแต้ม และซาร์บรึคเคินที่ได้สิบเจ็ดแต้ม แฮร์ธา เบอร์ลินอยู่เหนือมึนสเตอร์ด้วยยี่สิบสี่แต้ม ในกรณีนี้ อันดับท้ายตารางกับการออกจากลีกสอดคล้องกันตามเงื่อนไขของฤดูกาล

ปี 1965 กลับต่างออกไป คาร์ลสรูห์จบรองสุดท้ายและชาลเคอจบบ๊วย แต่แฮร์ธาถูกสั่งให้ออกจากลีกจากการละเมิดข้อบังคับด้านการจ่ายเงิน การตัดสินใจเรื่องสมาชิกในฤดูกาลถัดไปจึงไม่ได้จบเพียงการขีดเส้นใต้สองอันดับสุดท้าย

ท้ายที่สุด คาร์ลสรูห์กับชาลเคอได้อยู่ต่อ ลีกขยายจากสิบหกเป็นสิบแปดทีม โดยมีบาเยิร์น มิวนิกและโบรุสเซีย มึนเชนกลัดบัคเลื่อนชั้นขึ้นมา พร้อมทัสมาเนียที่เข้ามาเป็นตัวแทนเบอร์ลิน คำตัดสินนี้เปลี่ยนรายชื่อสมาชิก ไม่ได้ลบผลแพ้ชนะหรือย้ายชาลเคอให้พ้นอันดับบ๊วยของฤดูกาลที่จบไป

การอ่านตารางบุนเดสลีกาเก่าให้ครบจึงต้องแยกผลการแข่งขันออกจากสิทธิ์เข้าร่วมปีถัดไป เริ่มจากจำนวนทีมและเกม คำนวณแต้มด้วยระบบที่ใช้จริง แล้วตรวจเกณฑ์เมื่อคะแนนเท่ากัน ส่วนเรื่องเลื่อนชั้นตกชั้นต้องดูคำตัดสินประกอบ โดยเฉพาะฤดูกาลที่โครงสร้างลีกกำลังเปลี่ยน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO