อเกวโรประตูแชมป์ 2012 เปลี่ยนแมนเชสเตอร์ ซิตีจากทีมที่กำลังจะพลาดแชมป์ให้กลับมาเป็นผู้นำ เพราะลูกยิงช่วงทดเวลาทำให้ชนะควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส 3–2 และจบด้วย 89 คะแนนเท่าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่มีผลต่างประตูดีกว่า ประตูตีเสมอของเอดิน เชโกก่อนหน้านั้นยังไม่พอ เมื่อยูไนเต็ดชนะที่ซันเดอร์แลนด์แล้ว ซิตีจึงต้องการอีกลูกเพื่อเปลี่ยนหนึ่งคะแนนให้เป็นสามคะแนน
ก่อนเริ่มเกมซิตี้ต้องการผลใด
อเกวโรประตูแชมป์ 2012 เริ่มจากคะแนนเท่ากันแต่ผลต่างไม่เท่ากัน
ก่อนนัดสุดท้ายวันที่ 13 พฤษภาคม 2012 ทั้งสองทีมมี 86 คะแนนจาก 37 นัด ซิตียิง 90 เสีย 27 ประตู มีผลต่างบวก 63 ส่วนยูไนเต็ดยิง 88 เสีย 33 ประตู มีผลต่างบวก 55 ซิตีจึงนำอยู่ด้วยข้อได้เปรียบแปดประตู โดยเหลือเกมเปิดบ้านพบควีนส์พาร์ค ขณะที่ยูไนเต็ดไปเยือนซันเดอร์แลนด์
คะแนนที่เท่ากันทำให้ผลการแข่งขันสองสนามมีความเกี่ยวข้องโดยตรง หากยูไนเต็ดชนะและซิตีเสมอ ทีมเยือนที่ซันเดอร์แลนด์จะมี 89 คะแนน ส่วนซิตีมีเพียง 87 คะแนน ผลต่างประตูที่ดีกว่าจะช่วยไม่ได้ เพราะยังต้องเปรียบเทียบคะแนนก่อน
หากทั้งสองทีมชนะ คะแนนจะเท่ากันที่ 89 และจึงค่อยใช้ผลต่างประตูตัดสิน ช่องว่างแปดประตูก่อนเตะทำให้ซิตีได้เปรียบมาก แต่ไม่ได้แปลว่าสกอร์ของยูไนเต็ดหมดความหมายโดยหลักคณิตศาสตร์ การชนะด้วยสกอร์ปกติของทั้งคู่จะรักษาตำแหน่งให้ซิตี ส่วนชัยชนะห่างมากผิดปกติของอีกสนามอาจเปลี่ยนการคำนวณได้
ควีนส์พาร์คเองยังมีเรื่องหนีตกชั้นให้ต่อสู้ด้วย เกมจึงไม่ใช่การรอให้เจ้าบ้านเข้ามารับถ้วย คู่แข่งต้องการผลเพื่อรักษาสถานะของตัวเอง และยังมีผลของโบลตันที่ไปเล่นกับสโต๊กเกี่ยวข้องกับโอกาสอยู่รอดของพวกเขาอีกชั้นหนึ่ง
สถานการณ์เปลี่ยนอย่างไรระหว่างสองสนาม
ที่สเตเดียม ออฟ ไลต์ เวย์น รูนีย์โหม่งให้ยูไนเต็ดนำซันเดอร์แลนด์ในนาที 20 หากเกมทั้งสองหยุดลงโดยซิตียังเสมออยู่ ยูไนเต็ดจะอยู่เหนือด้วยคะแนน ก่อนปาโบล ซาบาเลตาทำประตูให้ซิตีนำควีนส์พาร์ค 1–0 ในครึ่งแรก และพาสถานการณ์กลับมาอยู่ในรูปที่ทั้งสองทีมกำลังเก็บสามแต้ม
ช่วงนั้นผลต่างประตูมีบทบาทอีกครั้ง เพราะชัยชนะของทั้งคู่จะทำให้คะแนนรวมเท่ากัน แต่สภาพเกมเปลี่ยนหลังพักครึ่ง ฌิบริล ซิสเซตีเสมอให้ควีนส์พาร์ค ก่อนโจอี บาร์ตันถูกไล่ออก ทีมเยือนจึงเหลือสิบคน ทว่าการมีผู้เล่นมากกว่าไม่ได้ทำให้ซิตีได้ประตูที่ต้องการทันที
เจมี แม็กกีโหม่งให้ควีนส์พาร์คขึ้นนำ 2–1 ซิตีจึงตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องทำสองประตู หากผลที่ซันเดอร์แลนด์ยังเป็นชัยชนะของยูไนเต็ด ลูกเดียวจะทำให้กลับมาเสมอแต่ยังตามสองคะแนน ขณะอีกสองลูกจะเปลี่ยนผลเป็นชนะและพาคะแนนกลับมาเท่ากัน
ความแตกต่างนี้สำคัญต่อการเข้าใจช่วงท้าย การบุกของซิตีไม่ได้มีเป้าหมายเพียงหลีกเลี่ยงความพ่ายแพ้ แต่ต้องไล่จากศูนย์คะแนนไปให้ถึงสามคะแนนก่อนหมดเวลา ขณะที่ยูไนเต็ดรักษาสกอร์ 1–0 ในอีกสนาม ทำให้เงื่อนไขของซิตีไม่ผ่อนลง

สองประตูช่วงทดเวลาทำหน้าที่ต่างกันอย่างไร
เมื่อเข้าสู่ช่วงทดเวลาที่กำหนดไว้ห้านาที ซิตียังตาม 1–2 เชโกโหม่งลูกเตะมุมของดาวิด ซิลบาให้เสมอ 2–2 ในนาทีที่สองของช่วงทดเวลา ประตูนี้เปิดโอกาสให้การกลับมาเป็นจริงได้ แต่หากจบตรงนั้น ซิตีจะมีเพียง 87 คะแนนและแชมป์จะเป็นของยูไนเต็ด
จึงไม่ใช่ประตูที่ไร้ผล เพียงแต่ทำงานต่างจากประตูชัย เชโกลดจำนวนลูกที่ต้องการจากสองเหลือหนึ่ง และทำให้การบุกครั้งถัดไปมีโอกาสตัดสินแชมป์ได้ทันที การมองเฉพาะผู้ยิงลูกสุดท้ายจึงอาจทำให้มองข้ามว่าประตูตีเสมอได้เปลี่ยนโจทย์ของเกมไปแล้ว
ในจังหวะตัดสิน อเกวโรประสานบอลกับมาริโอ บาโลเตลลี ก่อนรับกลับเข้าไปในกรอบแล้วส่งบอลผ่านแพดดี เคนนี เวลาที่จดจำกันคือ 93 นาที 20 วินาที ซิตีขึ้นนำ 3–2 และคะแนนในตารางตามผลขณะนั้นขยับจาก 87 เป็น 89 คะแนน
ยูไนเต็ดจบเกมที่ซันเดอร์แลนด์ด้วยชัยชนะ 1–0 ก่อนเกมของซิตีสิ้นสุด เมื่อไม่มีโอกาสเพิ่มประตูหรือคะแนนในสนามนั้นอีก การขึ้นนำของซิตีจึงทำให้ผลต่างประตูที่สะสมมาตลอดฤดูกาลกลับมาเป็นตัวตัดสิน พอเสียงนกหวีดสุดท้ายดังที่เอติฮัด ตำแหน่งแชมป์จึงได้รับการยืนยัน

ทำไมคะแนนเท่ากันจึงมีแชมป์ทีมเดียว
ตารางสุดท้ายบันทึกให้ทั้งคู่ชนะ 28 เสมอห้าและแพ้ห้า มี 89 คะแนนเท่ากัน ซิตียิง 93 เสีย 29 ประตู จึงมีผลต่างบวก 64 ส่วนยูไนเต็ดยิง 89 เสีย 33 ประตู มีผลต่างบวก 56 ผลต่างประตูแยกทั้งสองทีมได้โดยไม่ต้องใช้จำนวนประตูที่ยิงเป็นเกณฑ์ถัดไป
ช่องว่างยังเป็นแปดประตูเท่ากับก่อนวันสุดท้าย เพราะซิตีชนะ 3–2 และยูไนเต็ดชนะ 1–0 ต่างเพิ่มผลต่างของตัวเองขึ้นหนึ่งประตูเหมือนกัน สิ่งที่อเกวโรเปลี่ยนอย่างเด็ดขาดคือคะแนนจากผลเสมอให้กลายเป็นคะแนนจากชัยชนะ ไม่ใช่การยิงลูกเดียวแล้วสร้างช่องว่างผลต่างทั้งหมดขึ้นใหม่
ผลต่างนี้มาจากทุกเกมในฤดูกาล ประตูที่ทำได้และเสียไปในเดือนก่อนหน้าจึงยังมีความหมายเมื่อคะแนนจบเท่ากัน แต่กติกาไม่ได้มอบแชมป์เพราะซิตีชนะดาร์บีโดยตรงในฐานะเกณฑ์แรกหลังคะแนน ทั้งสองทีมถูกแยกด้วยผลต่างประตูรวมซึ่งอยู่คนละระดับกับผลการพบกันเฉพาะคู่
วันนั้นจึงมีการเปลี่ยนสถานะสองขั้นในช่วงเวลาสั้นมาก เชโกพาซิตีกลับมามีโอกาส อเกวโรพาทีมไปถึงคะแนนที่ต้องการ และผลงานตลอด 38 นัดเป็นตัวแยกแชมป์ออกจากรองแชมป์ ความทรงจำของวินาที 93:20 จึงผูกกับทั้งลูกยิงในสนามและตัวเลขจากการแข่งขันสองแห่งพร้อมกัน

