สนามลาลีกายุคบุกเบิกช่วยให้เห็นว่าฟุตบอลสเปนเติบโตขึ้นอย่างไรก่อนกลายเป็นการแข่งขันที่คนทั่วโลกติดตาม เมื่อลีกเริ่มในปี 1929 เรอัลมาดริด บาร์เซโลนา และแอธเลติก คลับมีบ้านของตัวเองอยู่แล้ว แต่สนามเหล่านั้นไม่ใช่อาคารแบบที่แฟนบอลเห็นจากภาพการแข่งขันยุคปัจจุบัน
ชามาร์ตินเก่า เลสกอร์ตส์ และซานมาเมสเดิมเกิดขึ้นเพื่อรองรับสโมสรที่มีผู้ชมเพิ่มขึ้น เส้นทางของสามสนามยังต่างกัน บางแห่งถูกแทนที่ด้วยสนามใหม่ บางแห่งยังใช้งานต่อหลังทีมย้ายออก และบางชื่อถูกส่งต่อให้อาคารรุ่นถัดไป การรู้จักบ้านยุคแรกจึงทำให้เข้าใจทั้งสโมสรและเมืองที่โอบล้อมฟุตบอลอยู่
สนามลาลีกายุคบุกเบิกสร้างก่อนลีกเริ่มหลายปี
| สนาม | สโมสร | วันเปิด | ความจุช่วงเปิดสนาม |
|---|---|---|---|
| ซานมาเมสเดิม | แอธเลติก คลับ | 21 สิงหาคม 1913 | ประมาณ 7,000 คน |
| เลสกอร์ตส์ | บาร์เซโลนา | 20 พฤษภาคม 1922 | ประมาณ 22,000 คน |
| ชามาร์ตินเก่า | เรอัลมาดริด | 17 พฤษภาคม 1924 | ประมาณ 15,000 คน |
ความจุในตารางเป็นจำนวนผู้ชมที่สนามรองรับได้ช่วงเริ่มต้น ไม่ใช่จำนวนคนที่เข้าชมเกมทุกนัด ตัวเลขเหล่านี้ยังเปลี่ยนไปเมื่อมีการต่อเติมอัฒจันทร์ จึงต้องผูกกับช่วงเวลาของสนามเสมอ
ซานมาเมสพาแอธเลติกมาตั้งบ้านในบิลเบา
ก่อนมีซานมาเมส แอธเลติกเคยเล่นที่ลามิอาโกในเลโยอาและโยลาเซตาในเกตโซ พื้นที่เหล่านี้อยู่ห่างจากใจกลางบิลเบา สโมสรจึงต้องการสนามของตนในเมือง ความตั้งใจเริ่มเป็นรูปธรรมเมื่อเช่าที่ดินข้างสถานดูแลผู้สูงอายุซานมาเมส และสร้างสนามที่ออกแบบโดยมานูเอล สมิธ
วันที่ 21 สิงหาคม 1913 แอธเลติกลงเล่นกับราซิงเดออิรุนในเกมแรกของรายการสามเส้าที่สนามใหม่ ราฟาเอล โมเรโน หรือปีชีชี เป็นผู้ทำประตูแรกของสนาม การเปิดบ้านครั้งนี้เกิดก่อนลาลีกาประมาณสิบหกปี ซานมาเมสจึงไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อรับการแข่งขันลีกโดยเฉพาะ แต่กลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ลีกเข้ามาใช้ต่อจากประวัติฟุตบอลเดิม
สัญญาเช่าที่ดินเริ่มต้นมีระยะสิบปี ส่วนสนามเปิดด้วยความจุประมาณ 7,000 คน ความสำคัญสำหรับแอธเลติกอยู่ที่การมีสถานที่ประจำในบิลเบา แทนการใช้สนามที่อยู่ไกลออกไป ความสัมพันธ์ระหว่างบ้านของสโมสรกับตำแหน่งในเมืองจึงเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ตั้งแต่ต้น
หลังคาที่คุ้นตาไม่ได้อยู่มาตั้งแต่ปี 1913
ซานมาเมสเดิมผ่านการปรับปรุงหลายครั้ง โครงสร้างส่วนโค้งที่กลายเป็นภาพจำของสนามเป็นส่วนของการขยายในทศวรรษ 1950 ไม่ใช่ส่วนประกอบในวันเปิดปี 1913 ต่อมามีการปรับสนามสำหรับฟุตบอลโลกปี 1982 อีกครั้ง สนามชื่อเดิมจึงมีรูปลักษณ์เปลี่ยนไปตลอดอายุใช้งาน
เลสกอร์ตส์รองรับยุคที่บาร์เซโลนาเติบโต
บาร์เซโลนามีสนามถนนอินดุสเตรียเป็นบ้านก่อนย้ายสู่เลสกอร์ตส์ ความสำเร็จและความสนใจจากผู้ชมในช่วงต้นทศวรรษ 1920 ทำให้สโมสรต้องการพื้นที่ใหญ่ขึ้น ที่ประชุมใหญ่ให้ความเห็นชอบการสร้างสนามใหม่ในเดือนกรกฎาคม 1921 ก่อนเลสกอร์ตส์เปิดใช้งานในวันที่ 20 พฤษภาคมปีถัดมา
เกมเปิดสนามเป็นการพบเซนต์เมียร์เรนจากสกอตแลนด์ บาร์เซโลนาชนะ 2–1 สนามมีความจุเริ่มต้นประมาณ 22,000 คน และกลายเป็นบ้านของทีมในช่วงที่คว้าแชมป์ลีกครั้งแรกปี 1929 สำหรับผู้ชมยุคนั้น การติดตามบาร์เซโลนาในลีกจึงหมายถึงการเดินทางไปเลสกอร์ตส์ ไม่ใช่คัมป์นูที่ยังไม่ได้สร้าง
เลสกอร์ตส์ขยายตามความต้องการของสโมสรเช่นกัน การต่อเติมด้านข้างในปี 1942 ทำให้รองรับผู้ชมได้ประมาณ 32,000 คน และการขยายด้านประตูฝั่งเหนือในปี 1943 เพิ่มเป็นประมาณ 37,000 คน ตัวเลขที่ต่างกันเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องขัดแย้งกัน หากกำลังอธิบายสนามคนละช่วงเวลา
ชามาร์ตินเก่ากับการเปลี่ยนฟุตบอลเป็นงานที่คนซื้อบัตรเข้าชม
เรอัลมาดริดเปลี่ยนบ้านจากโอดอนเนลล์ไปซีอูดัดลีเนอัล ก่อนมาถึงชามาร์ติน ประวัติของเปโดร ปาราเกสอธิบายว่าการมีสนามโอดอนเนลล์ที่ล้อมรั้วทำให้สโมสรขายบัตรเข้าชมฟุตบอลได้ การพัฒนาสนามจึงเกี่ยวข้องกับรายได้จากผู้ชมควบคู่ไปกับพื้นที่สำหรับนักเตะลงแข่งขัน
ชามาร์ตินเปิดเมื่อ 17 พฤษภาคม 1924 ด้วยเกมที่เรอัลมาดริดชนะนิวคาสเซิลยูไนเต็ด 3–2 คู่แข่งจากอังกฤษเพิ่งเป็นแชมป์เอฟเอคัพ สนามใหม่รองรับคนได้ประมาณ 15,000 คน หลังสถานที่ก่อนหน้าไม่เพียงพอกับฐานผู้ชมที่ขยายตัว
เมื่อมาถึงเกมลีกนัดแรกของมาดริด ทีมชนะยูโรปาจากบาร์เซโลนา 5–0 ที่ชามาร์ตินเก่า สนามจึงเชื่อมสองยุคเข้าด้วยกัน ทั้งช่วงที่สโมสรสร้างฐานแฟนบอลก่อนลีกเกิดและช่วงที่การแข่งขันพบกันเป็นประจำเริ่มเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตฟุตบอล
สนามเก่าหายไปเมื่อไร และชื่อใดถูกส่งต่อ
บ้านรุ่นถัดมาของเรอัลมาดริดเปิดในวันที่ 14 ธันวาคม 1947 ด้วยการชนะเบเลเนนส์ 3–1 และใช้ชื่อซานติอาโก เบร์นาเบวตั้งแต่ปี 1955 สนามแห่งนี้จึงเป็นคนละรุ่นกับชามาร์ตินที่เปิดในปี 1924 ภาพเบร์นาเบวไม่ใช่ภาพอาคารที่รับเกมลีกนัดแรกของมาดริด แม้จะอยู่ในเส้นทางประวัติของสโมสรเดียวกัน

ส่วนบาร์เซโลนาเปิดคัมป์นูในวันที่ 24 กันยายน 1957 แต่เลสกอร์ตส์ไม่ได้ถูกรื้อทันที สโมสรยังใช้สนามเก่าจัดเกมกระชับมิตรบางนัด เกมของทีมสำรอง กิจกรรมกีฬาอื่น และการฝึกซ้อม ก่อนเริ่มรื้อถอนเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 1966 วันย้ายบ้านของทีมชุดใหญ่กับวันสิ้นสุดอายุอาคารจึงห่างกันหลายปี
แอธเลติกเปลี่ยนสู่ซานมาเมสใหม่ในปี 2013 หลังสนามเดิมรับใช้สโมสรมาหนึ่งศตวรรษ ชื่อซานมาเมสยังอยู่ แต่โครงสร้างสนามเป็นรุ่นใหม่ การคงชื่อช่วยรักษาความต่อเนื่องของบ้านสโมสร ขณะเดียวกันก็ทำให้ต้องแยกว่าสถานที่ในเรื่องเล่าหรือภาพนั้นเป็นสนามยุคใด

สามเส้นทางนี้ทำให้คำว่าบ้านของทีมมีรายละเอียดมากกว่าชื่อบนโปรแกรมแข่งขัน ซานมาเมสเล่าเรื่องการเข้ามาอยู่ใกล้เมือง เลสกอร์ตส์เล่าการขยายตามจำนวนผู้ชม และชามาร์ตินเล่าการสร้างสถานที่รองรับฟุตบอลที่เติบโตเป็นกิจกรรมของคนหมู่มาก ทั้งหมดเป็นโครงสร้างที่ลาลีกายุคแรกเข้ามาต่อยอด

