วีเออาร์เซเรีย อา การนำวีเออาร์มาใช้ครั้งแรกเปลี่ยนขั้นตอนตัดสินในลีกอิตาลีอย่างไร

สนาม Juventus Stadium ของยูเวนตุส

วีเออาร์เซเรีย อาเริ่มใช้งานในฤดูกาล 2017–18 หลังอิตาลีเข้าร่วมโครงการทดลองของไอเอฟเอบี ระบบใหม่เพิ่มผู้ตัดสินวิดีโอและผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอเข้ามาในทีมงาน แต่ผู้ตัดสินในสนามยังเป็นผู้ตัดสินใจสุดท้าย

เป้าหมายของการทดลองไม่ใช่ตรวจทุกจังหวะเพื่อให้การแข่งขันไร้ข้อผิดพลาด วีเออาร์จำกัดอยู่ที่เหตุการณ์ซึ่งเปลี่ยนเกมสี่ประเภท ได้แก่ ประตู จุดโทษ ใบแดงโดยตรง และการลงโทษผิดตัว พร้อมเกณฑ์ความผิดพลาดชัดเจนและเห็นได้ชัดหรือเหตุการณ์ร้ายแรงที่กรรมการพลาด

วีเออาร์เซเรีย อา จากการทดลองสู่ฤดูกาล 2017–18

อิตาลีเริ่มเตรียมก่อนใช้จริง

ไอเอฟเอบีอนุมัติการทดลองผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอในเดือนมีนาคม 2016 และกำหนดว่าการทดลองสดควรเริ่มอย่างช้าในฤดูกาล 2017–18 อิตาลีเตรียมโครงการร่วมกันระหว่างสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี ลีกเซเรีย อา และสมาคมผู้ตัดสิน

ช่วงเตรียมงานมีการทดสอบแบบออฟไลน์ก่อน หมายความว่าทีมวิดีโอตรวจเหตุการณ์และฝึกการสื่อสาร แต่ข้อมูลไม่เข้าไปเปลี่ยนคำตัดสินในสนาม ขั้นตอนนี้ช่วยให้ผู้ตัดสินเรียนรู้ภาพจากกล้อง การเลือกมุม และเวลาที่ควรแจ้งผู้ตัดสินหลัก

การใช้จริงในลีกสูงสุดเริ่มฤดูกาล 2017–18 เร็วกว่ากรอบยุทธศาสตร์เดิมของอิตาลีหนึ่งปี FIGC ยังสร้างศูนย์ฝึกวีเออาร์ถาวรที่โคเวอร์ชาโน ซึ่งต่อมาฟีฟ่าใช้ในการเตรียมผู้ตัดสินสำหรับฟุตบอลโลก 2018

อัฒจันทร์สีน้ำเงินและทางเดินภายในสนามโอลิมปิกในกรุงโรม
อัฒจันทร์ของสนามโอลิมปิกในกรุงโรม (ภาพบริบท ไม่ใช่ภาพห้องวีเออาร์)

ผู้ตัดสินในสนามกับห้องวิดีโอ

การตรวจเงียบและการดูจอข้างสนาม

วีเออาร์ดูภาพการแข่งขันอย่างต่อเนื่องและตรวจเหตุการณ์ที่อยู่ในขอบเขต กระบวนการจำนวนมากจบด้วยการตรวจเงียบ เพราะภาพยืนยันว่าคำตัดสินเดิมไม่มีความผิดพลาดชัดเจน เกมจึงดำเนินต่อโดยผู้ตัดสินไม่ต้องไปดูจอทุกครั้ง

เมื่อวีเออาร์พบเหตุที่อาจเข้าเกณฑ์ จะสื่อสารข้อมูลให้ผู้ตัดสิน ผู้ตัดสินอาจรับข้อมูลข้อเท็จจริงโดยตรง เช่น ตำแหน่งล้ำหน้าหรือบอลออกนอกสนาม หรือทำการตรวจจอข้างสนามสำหรับการตัดสินที่ต้องใช้ดุลยพินิจ

ผู้ช่วยผู้ตัดสินวิดีโอหรือ AVAR สนับสนุนการเฝ้าภาพและการสื่อสาร ขณะที่ผู้ตัดสินหลักยังมีอำนาจตัดสินขั้นสุดท้าย หลังดูจอ เขาอาจเปลี่ยนคำตัดสินหรือยืนยันคำตัดสินเดิมก็ได้

รายงานปีแรกบันทึกการเปลี่ยนคำตัดสิน 76 ครั้งหลังการตรวจจอข้างสนาม และอีก 41 ครั้งจากข้อเท็จจริง รวมเป็น 117 ครั้ง นอกจากนี้มี 18 ครั้งที่ผู้ตัดสินดูจอแล้วคงคำตัดสินเดิม ตัวเลขนี้แสดงว่าการไปดูภาพไม่ได้ลงท้ายด้วยการกลับคำทุกครั้ง

เมื่อนำการตรวจจอที่เปลี่ยนคำตัดสิน 76 ครั้งมารวมกับการยืนยันคำเดิม 18 ครั้ง รายงานจึงมีผลจากการดูจอข้างสนาม 94 ครั้ง ส่วนการเปลี่ยนจากข้อเท็จจริง 41 ครั้งเป็นอีกกลุ่มหนึ่ง ความต่างนี้สำคัญ เพราะภาพล้ำหน้าหรือตำแหน่งลูกบอลอาจส่งข้อมูลตรงให้ผู้ตัดสินได้ ขณะที่การประเมินการปะทะมักต้องให้ผู้ตัดสินกลับไปดูภาพเอง

เหตุการณ์ใดอยู่ในขอบเขตตรวจ

สี่หมวดที่เปลี่ยนผลของเกม

หมวดแรกคือประตูหรือไม่เป็นประตู วีเออาร์ตรวจเหตุที่เกี่ยวกับการสร้างประตู เช่น การทำฟาวล์ การล้ำหน้า หรือบอลออกก่อนจังหวะยิง หมวดที่สองคือจุดโทษหรือไม่เป็นจุดโทษ รวมถึงตำแหน่งของการกระทำผิดและเหตุที่เกิดก่อนการให้จุดโทษ

หมวดที่สามคือใบแดงโดยตรง ซึ่งไม่รวมใบเหลืองที่สองตามโปรโตคอลช่วงนั้น หมวดสุดท้ายคือการระบุตัวผิด เมื่อผู้ตัดสินให้ใบเหลืองหรือใบแดงแก่ผู้เล่นผิดคนในทีมที่กระทำผิด

ข้อจำกัดสี่หมวดทำให้วีเออาร์ไม่กลายเป็นช่องทางทบทวนลูกทุ่ม ฟาวล์กลางสนาม หรือใบเหลืองทั่วไปทุกครั้ง หลักของระบบคือให้เกมมีคำตัดสินเดิมอยู่ก่อน แล้วแทรกแซงเมื่อภาพชี้ความผิดพลาดที่ชัดเจนในเหตุการณ์สำคัญ

อัฒจันทร์และสนามหญ้าของสนามกีฬาโอลิมปิกในกรุงโรม
สนามกีฬาโอลิมปิกในกรุงโรม (ภาพบริบท ไม่ใช่เหตุการณ์วีเออาร์เฉพาะนัด)

รายงานปีแรกบอกอะไรได้บ้าง

397 นัด 2,023 การตรวจ และ 117 การเปลี่ยนคำตัดสิน

FIGC สรุปข้อมูลจาก 397 นัดในเซเรีย อาและโคปปา อิตาเลีย ทีมวิดีโอตรวจ 2,023 เหตุการณ์ หรือเฉลี่ย 5.1 เหตุการณ์ต่อนัด ในจำนวนนี้เกี่ยวข้องกับจุดโทษ 538 ครั้ง ใบแดง 407 ครั้ง และประตู 1,060 ครั้ง

คำตัดสินเปลี่ยน 117 ครั้ง แยกเป็นเรื่องจุดโทษ 59 ใบแดง 16 และประตู 42 เวลาเฉลี่ยของคำตัดสินที่เปลี่ยนลดจากสองนาที 35 วินาทีในสามแมตช์เดย์แรก เหลือหนึ่งนาที 22 วินาทีเมื่อมองตลอดฤดูกาล

FIGC รายงานอัตราความผิดพลาด 0.89 เปอร์เซ็นต์เมื่อใช้วีเออาร์ เทียบกับแบบจำลอง 5.78 เปอร์เซ็นต์หากไม่มีระบบ ตัวเลข 5.78 เปอร์เซ็นต์เป็นค่าประเมินของโครงการสำหรับกรณีไม่มีระบบ ส่วน 0.89 เปอร์เซ็นต์เป็นอัตราที่รายงานหลังใช้งานจริง

รายงานยังบอกว่าเวลาเล่นจริงเพิ่มจาก 50 นาที 30 วินาทีเป็น 51 นาที 13 วินาที ขณะที่เวลาชดเชยเฉลี่ยเพิ่ม 13 วินาทีจากฤดูกาลก่อน ข้อมูลเหล่านี้ช่วยแยกเวลาที่ใช้ตัดสินวีเออาร์ออกจากภาพรวมเวลาที่บอลอยู่ในการเล่น

ข้อมูลด้านวินัยเปลี่ยนไปพร้อมกัน ใบเหลืองรวมลดจาก 1,719 ใบในปี 2016–17 เหลือ 1,508 ใบในปี 2017–18 การประท้วงที่รายงานลดจาก 137 เหลือ 113 ครั้ง และการพุ่งล้มลดจาก 34 เหลือ 22 ครั้ง ส่วนใบแดงรวมลดจาก 97 เหลือ 91 ใบ

FIGC ไม่ได้บอกว่าการเปลี่ยนแปลงทุกตัวเกิดจากวีเออาร์เพียงปัจจัยเดียว แต่รายงานตัวเลขก่อนและหลังไว้ในชุดสรุปเดียวกัน ข้อมูลจึงแสดงสภาพการแข่งขันปีแรกควบคู่กับจำนวนการตรวจและการเปลี่ยนคำตัดสิน

วีเออาร์เซเรีย อาจึงเปลี่ยนขั้นตอนตัดสินด้วยการเพิ่มการตรวจเงียบ การสื่อสารจากห้องวิดีโอ และการดูจอข้างสนามภายใต้สี่หมวด ผู้ตัดสินยังตัดสินสุดท้าย ส่วนรายงานปีแรกแสดงทั้งจำนวนการตรวจ การกลับคำ การยืนยันคำเดิม และเวลาที่ใช้จริง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO