วอดเดิลเกมริมเส้นกับมาร์กเซยช่วง 1989–1992

คริส วอดเดิล ในชุดมาร์กเซย

วอดเดิลเกมริมเส้นคือลักษณะการเล่นที่ทำให้คริส วอดเดิลกลายเป็นหนึ่งในผู้เล่นต่างชาติที่โดดเด่นที่สุดของโอลิมปิก มาร์กเซยระหว่างปี 1989 ถึง 1992 บทความนี้ไม่ได้เล่าเส้นทางดาวซัลโวของฌอง ปิแอร์ ปาแป็งซ้ำอีกครั้ง แต่โฟกัสที่บทบาทของวอดเดิลบนริมเส้น การประสานงานกับแนวรุกคนอื่น และช่วงเวลาที่กลุ่มผู้เล่นชุดนี้สิ้นสุดลง

การย้ายเข้าปี1989เติมตำแหน่งใด

วันที่ 1 กรกฎาคม 1989 คริส วอดเดิลย้ายจากท็อตแนม ฮอตสเปอร์มาร่วมทีมโอลิมปิก มาร์กเซยด้วยค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์ ซึ่งถือเป็นค่าตัวสูงเป็นอันดับสามของโลกฟุตบอลในขณะนั้น ก่อนย้ายทีมเขายิงไปแล้ว 33 ประตูจาก 138 นัดในลีกให้กับท็อตแนม ตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าเขาไม่ใช่ผู้เล่นที่เน้นทำประตูเป็นหลัก แต่เป็นผู้เล่นที่เน้นสร้างโอกาสจากตำแหน่งริมเส้นมากกว่า การย้ายมาร่วมทีมมาร์กเซยจึงเป็นการเติมตำแหน่งปีกหรือกองกลางตัวรุกฝั่งริมสนามที่ทีมยังขาดผู้เล่นระดับแนวหน้าของยุโรปมาเสริมทัพ ต่างจากปาแป็งที่เน้นบทบาทกองหน้าตัวเป้าเป็นหลัก วอดเดิลเข้ามาช่วยขยายพื้นที่การเล่นของทีมออกไปทางด้านข้างสนามมากขึ้น ทำให้แนวรุกของมาร์กเซยมีทางเลือกในการโจมตีที่หลากหลายกว่าเดิม ไม่ได้พึ่งพาการเล่นตรงกลางสนามเพียงอย่างเดียว ค่าตัว 4.5 ล้านปอนด์ในเวลานั้นยังสะท้อนว่าสโมสรมองว่าเขาคือผู้เล่นระดับที่จะช่วยยกระดับทีมให้แข่งขันในระดับยุโรปได้ ไม่ใช่แค่ผู้เล่นเสริมทัพในลีกภายในประเทศเพียงอย่างเดียว การตัดสินใจทุ่มเงินจำนวนมากขนาดนี้กับผู้เล่นตำแหน่งริมเส้นถือเป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาในตลาดซื้อขายนักเตะช่วงปลายทศวรรษ 1980 ซึ่งสโมสรส่วนใหญ่มักทุ่มเงินก้อนใหญ่ให้กับกองหน้าตัวเป้าหรือกองหลังตัวหลักมากกว่า

การเลี้ยงกับการจ่ายเลือกตามพื้นที่อย่างไร

ผู้เล่นที่เล่นในตำแหน่งริมเส้นอย่างวอดเดิลมักต้องตัดสินใจระหว่างการเลี้ยงบอลเข้าไปเองกับการจ่ายบอลให้เพื่อนร่วมทีมในจังหวะที่เหมาะสม การตัดสินใจนี้ขึ้นอยู่กับพื้นที่ว่างที่เปิดอยู่ตรงหน้าเป็นหลัก

ภายในสนามเวลอโดรมยามค่ำ มองจากอัฒจันทร์เห็นพื้นสนามหญ้า ผู้ชมเต็มอัฒจันทร์ และหลังคาโครงเหล็กคลุมรอบสนาม
อัฒจันทร์ภายในสนามเวลอโดรม สนามเหย้าของโอลิมปิก มาร์กเซย ในภาพถ่ายปี 2015

หากฝ่ายรับของคู่แข่งส่งผู้เล่นมาประกบชิดในแดนริมเส้น การจ่ายบอลเข้าไปหาเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ในตำแหน่งดีกว่ามักได้ผลดีกว่าการพยายามเลี้ยงหลบเอง แต่หากพื้นที่ด้านหน้าเปิดโล่ง การเลี้ยงบอลเข้าไปสร้างโอกาสด้วยตัวเองก็เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลกว่า ลักษณะการเล่นแบบนี้ต้องอาศัยประสบการณ์และความสามารถในการอ่านตำแหน่งของทั้งเพื่อนร่วมทีมและฝ่ายตรงข้ามพร้อมกัน ผู้เล่นริมเส้นที่ประสบความสำเร็จในระดับสูงมักมีจุดร่วมกันคือความสามารถในการสลับสับเปลี่ยนระหว่างสองทางเลือกนี้ได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ทำให้จังหวะบุกของทีมสะดุด ซึ่งเป็นทักษะที่แยกผู้เล่นริมเส้นระดับแนวหน้าของยุโรปออกจากผู้เล่นตำแหน่งเดียวกันในระดับรองลงมา นอกจากนี้จังหวะเวลาในการตัดสินใจก็สำคัญไม่แพ้ตัวเลือกที่เลือก เพราะการเลี้ยงบอลหรือจ่ายบอลช้าเกินไปเพียงเสี้ยววินาทีก็อาจทำให้พื้นที่ว่างที่เคยเปิดอยู่ถูกฝ่ายรับปิดไปเสียแล้ว การเล่นในตำแหน่งริมเส้นจึงต้องอาศัยทั้งความเร็วในการตัดสินใจและความแม่นยำในการปฏิบัติควบคู่กันไปตลอดเวลา

สามแนวรุกแบ่งช่องทางทำงานอย่างไร

ในช่วงเวลาที่วอดเดิลอยู่กับมาร์กเซย เขาเล่นร่วมกับฌอง ปิแอร์ ปาแป็งและอาเบดี เปเลในแนวรุก โดยแต่ละคนรับผิดชอบพื้นที่การเล่นที่แตกต่างกัน

ภาพมุมสูงของเมืองมาร์กเซย เห็นท่าเรือเก่าที่มีเรือยอชต์จอดเรียงราย ป้อมริมน้ำ อาคารหลังคากระเบื้องสีส้ม และทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
เมืองมาร์กเซยเมื่อมองจากมุมสูง เมืองบ้านเกิดของสโมสรโอลิมปิก มาร์กเซย

ปาแป็งเน้นบทบาทกองหน้าตัวเป้าที่รอจบสกอร์ในกรอบเขตโทษ ส่วนวอดเดิลกับอาเบดี เปเลเน้นการทำงานในพื้นที่กว้างกว่าทางด้านข้างและช่องว่างระหว่างแนวรับกับแนวกลางของฝ่ายตรงข้าม การแบ่งพื้นที่ทำงานแบบนี้ช่วยไม่ให้ผู้เล่นสามคนไปแย่งพื้นที่กันเองในสนาม และเปิดโอกาสให้แต่ละคนได้ใช้จุดแข็งเฉพาะตัวของตนเองอย่างเต็มที่ เมื่อผู้เล่นสามคนที่มีบทบาทต่างกันแต่ประสานงานกันได้ดีมารวมตัวอยู่ในทีมเดียวกัน ทีมจึงมีทางเลือกในการโจมตีที่หลากหลายกว่าทีมที่พึ่งพาผู้เล่นเก่งเพียงคนเดียว ฝ่ายรับของคู่แข่งต้องคอยระวังทั้งการยิงจากกลางเขตโทษ การเจาะจากริมเส้น และการประสานงานระหว่างแดนกลางกับแนวรุกไปพร้อมกัน ซึ่งเพิ่มความยากในการวางแผนเกมรับให้กับทุกทีมที่ต้องเจอมาร์กเซยในช่วงเวลานั้น

จุดสิ้นสุดกลุ่มนี้อยู่ช่วงใด

วอดเดิลอยู่กับโอลิมปิก มาร์กเซยจนถึงเดือนกรกฎาคม 1992 ก่อนย้ายกลับอังกฤษไปร่วมทีมเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ด้วยค่าตัว 1 ล้านปอนด์ ระหว่างที่เขาอยู่กับทีม มาร์กเซยคว้าแชมป์ลีกเอิงได้ถึงสามสมัยติดต่อกันคือปี 1990, 1991 และ 1992 รวมถึงเข้าชิงชนะเลิศยูโรเปียนคัพในปี 1991 ด้วย การย้ายออกของวอดเดิลในปี 1992 จึงเป็นจุดสิ้นสุดของกลุ่มผู้เล่นแนวรุกชุดนี้ในรูปแบบที่เคยเป็นมา ก่อนที่มาร์กเซยจะเดินหน้าต่อไปด้วยผู้เล่นชุดใหม่ในฤดูกาลถัดมา ข้อมูลตรงนี้สำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการแยกช่วงเวลาให้ถูกต้อง เพราะความสำเร็จของมาร์กเซยในยุโรปที่มีชื่อเสียงที่สุดเกิดขึ้นในปี 1993 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังจากวอดเดิลย้ายออกไปแล้วมากกว่าหนึ่งปี การใส่ชื่อวอดเดิลเข้าไปในเรื่องเล่าของความสำเร็จปี 1993 จึงเป็นความคลาดเคลื่อนทางเวลาที่ควรหลีกเลี่ยง ทั้งที่ในความเป็นจริงบทบาทของเขาจบลงไปแล้วตั้งแต่ก่อนหน้านั้น การแยกช่วงเวลาของผู้เล่นแต่ละคนออกจากกันให้ชัดเจนแบบนี้ช่วยให้ภาพรวมของทีมมาร์กเซยในช่วงปลายทศวรรษ 1980 ถึงต้นทศวรรษ 1990 ไม่ถูกเหมารวมเป็นเรื่องเดียวกันทั้งหมด ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วประกอบด้วยหลายช่วงเวลาที่มีผู้เล่นหลักแตกต่างกันไปตามแต่ละฤดูกาล

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO