ลีลล์ดับเบิลแชมป์ปี 1946 คือความสำเร็จแรกของ LOSC หลังโอลิมปิกลิลลัวส์กับสปอร์ติงคลับฟีวัวส์รวมตัวกันในปี 1944 ทีมชนะดิวิชันหนึ่งฤดูกาล 1945/46 และเอาชนะเรดสตาร์ 4–2 ในนัดชิงกุปเดอฟร็องส์ ทั้งสองถ้วยอยู่ในฤดูกาลเดียวกันแต่เกิดจากเส้นทางการแข่งขันคนละแบบ
แชมป์ลีกมาจากผลงานตลอดตาราง 18 ทีม ขณะที่แชมป์ถ้วยต้องผ่านคู่แข่งแบบแพ้คัดออกจนถึงเกมตัดสินที่โกลอมบ์ การแยกสองเส้นทางช่วยให้เห็นว่าดับเบิลไม่ได้หมายถึงชัยชนะนัดเดียวมอบสองรางวัล และยังบอกได้ว่าขุมกำลังจากสองสโมสรเดิมทำงานร่วมกันอย่างไร
สโมสรหลังรวมมีขุมกำลังอย่างไร
ลีลล์ดับเบิลแชมป์สร้างจากผู้เล่นหลายสาย
LOSC เกิดวันที่ 25 พฤศจิกายน 1944 หลังการรวมโอลิมปิกลิลลัวส์กับสปอร์ติงคลับฟีวัวส์ ทีมใหม่จึงมีบุคลากรจากทั้งสองฝ่าย รวมถึงผู้เล่นที่เคยอยู่ร่วมกันในทีมสหพันธ์ลีลล์-ฟล็องดร์ช่วงฤดูกาล 1943/44 ฌอง เลอช็องตร์เล่าว่าแกนของทีมสหพันธ์ถูกนำมาใช้กับ LOSC หลังการปลดปล่อย
จอร์จ เบอร์รีเป็นตัวอย่างความต่อเนื่องจากฟีฟส์ เขาเคยเล่นกองหลังให้สปอร์ติงคลับฟีวัวส์ ก่อนเป็นโค้ชและนำทีมใหม่คว้าทั้งลีกกับถ้วยในปี 1946 ฟร็องซัว บูร์บ็อตต์ก็ย้ายเข้าสู่ทีมอาชีพของเอสซีฟีฟส์ในปี 1936 ก่อนเป็นกัปตันคนแรกของ LOSC
แนวรุกมีเรอเน บีแอลเป็นกำลังสำคัญ ผู้จัดลีกบันทึกว่าเขายิง 28 ประตูในฤดูกาล 1945/46 และเป็นดาวซัลโวของดิวิชันหนึ่ง ตัวเลขนี้มาจากเกมลีก ไม่ได้รวมประตูในกุปเดอฟร็องส์ การรักษาขอบเขตรายการทำให้ผลงานส่วนตัวสัมพันธ์กับเส้นทางแชมป์ที่ถูกต้อง
ฌอง บารัตต์เป็นศูนย์กลางของทีม เขาอยู่ในกลุ่มยุคเริ่มต้นและได้รับการกล่าวถึงในประวัติถ้วยของสโมสรว่าเป็นผู้นำขบวนหลังชัยชนะปี 1946 บารัตต์กับบีแอลจึงช่วยสร้างแนวรุกที่มีทั้งประตูในตารางยาวและแรงส่งในรอบแพ้คัดออก
ทีมใช้สนามสองแห่งที่สืบจากสโมสรต้นทาง อองรี-ฌอริสเคยเป็นบ้านของโอลิมปิกลิลลัวส์ ส่วนฌูลส์-เลอแมร์เคยเป็นของฟีฟส์ การสลับใช้สองสนามทำให้การรวมตัวเห็นได้ทั้งในรายชื่อผู้เล่น เจ้าหน้าที่ และพื้นที่แข่งขัน
ลีกกลับสู่ตารางปกติแบบใด
สิบแปดทีมเล่นคนละ 34 นัด
ฤดูกาล 1945/46 เป็นการกลับมาของดิวิชันหนึ่งอาชีพหลังรายการช่วงสงครามซึ่งใช้เขตหรือทีมสหพันธ์ ตารางมี 18 สโมสร แต่ละทีมพบคู่แข่งอีก 17 ทีมแบบเหย้าและเยือน จึงลงเล่นทีมละ 34 นัด และตัดสินแชมป์จากคะแนนรวมในตารางเดียว

ลีลล์จบด้วยชัยชนะ 19 นัด เสมอเจ็ด และแพ้แปด ยิง 89 ประตู เสีย 44 ประตู รวม 45 คะแนนภายใต้ระบบชนะสองคะแนน การคำนวณมาจากชัยชนะ 38 คะแนนกับผลเสมออีกเจ็ดคะแนน ตัวเลขจึงสอดคล้องกับจำนวนเกม 34 นัดพอดี
ต่างจากฤดูกาลสงครามที่อาจมีผู้ชนะหลายเขต ปี 1945/46 มีชื่อ Lille OSC เพียงทีมเดียวในทำเนียบแชมป์ลีกของสมาคมฟุตบอลฝรั่งเศส ผู้จัดลีกปัจจุบันก็เริ่มรายชื่อยุคหลังช่วงขาดการแข่งขันปกติด้วย LOSC ในฤดูกาลนี้
เกมพบล็องส์วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 1946 แสดงการแข่งขันในช่วงลุ้นแชมป์ ลีลล์นำจากบีแอลตั้งแต่วินาทีที่ 23 ก่อนหลังคาอัฒจันทร์ส่วนหนึ่งพังและเกมหยุดประมาณ 20 นาที เมื่อลงเล่นต่อ ล็องส์ตีเสมอ แต่โบเลสลาฟ เทมปอฟสกียิงสองประตูให้ลีลล์ชนะ 3–1 และกลับขึ้นไปอยู่หัวตารางร่วมกับแซงต์เอเตียน
เหตุการณ์นั้นมีผู้บาดเจ็บ 53 คนและทำให้เกมอยู่ภายใต้สถานการณ์ผิดปกติ แต่ผลการแข่งขันได้รับการยืนยัน ลีลล์รักษาเส้นทางจนได้แชมป์ลีกครั้งแรกในชื่อ LOSC ความสำเร็จนี้จึงต่างจากแชมป์ปี 1933 ที่ทำเนียบลงชื่อโอลิมปิกลิลลัวส์
รอบชิงถ้วยเพิ่มความสำเร็จอย่างไร
หกด่านก่อนชูถ้วยที่โกลอมบ์
เส้นทางกุปเดอฟร็องส์เริ่มด้วยชัยชนะ 3–0 เหนืออาแอสแร็มส์ในรอบ 64 ทีม จากนั้นลีลล์ชนะน็องซี 3–2 และรูอ็อง 1–0 รอบก่อนรองชนะเลิศต้องต่อเวลาจึงผ่านราซิงปารีส 2–1 ก่อนถล่มสตาดแกลร์มงตัวส์ 7–1 ในรอบรองชนะเลิศ
นัดชิงครั้งที่ 29 จัดวันที่ 26 พฤษภาคม 1946 ที่สนามอีฟ-ดู-มานัวร์ในโกลอมบ์ ลีลล์ชนะเรดสตาร์ โอลิมปิก 4–2 และได้กุปเดอฟร็องส์สมัยแรก สโมสรเคยเข้าชิงปีก่อนแต่แพ้ราซิงปารีส 0–3 ชัยชนะปี 1946 จึงเป็นการเปลี่ยนจากรองแชมป์ถ้วยมาเป็นผู้ชนะ

ถ้วยใบนี้ไม่ได้เพิ่มคะแนนในตารางลีก และอันดับลีกก็ไม่ได้ให้สิทธิ์ข้ามรอบฟุตบอลถ้วย ลีลล์ต้องผ่านหกคู่แยกจาก 34 เกมดิวิชันหนึ่ง เมื่อทีมชนะทั้งสองรายการ คำว่าดับเบิลจึงรวมความสำเร็จสองระบบไว้ในฤดูกาลเดียวโดยไม่ผสมวิธีตัดสิน
นัดชิงปี 1946 เป็นครั้งที่สองในชุดที่ลีลล์เข้าชิงกุปเดอฟร็องส์ห้าครั้งติดต่อกันตั้งแต่ปี 1945 ถึง 1949 หลังแพ้รอบชิงปี 1945 สโมสรชนะในปี 1946, 1947 และ 1948 ดังนั้นถ้วยแรกของดับเบิลจึงเริ่มชุดชัยชนะสามสมัยติด แต่ลำดับการเข้าชิงเริ่มก่อนหน้านั้นหนึ่งปี
ดับเบิลนี้ควรผูกกับชื่อใด
ทะเบียนปี 1946 ลงชื่อ Lille OSC
สมาคมฟุตบอลฝรั่งเศสลง Lille OSC เป็นแชมป์ลีก 1945/46 และทำเนียบกุปเดอฟร็องส์ลง Lille OSC ชนะ Red Star Olympique 4–2 ดับเบิลจึงเป็นผลงานขององค์กรหลังการรวมตัว ไม่ใช่ถ้วยอีกสองใบที่ต้องย้อนเพิ่มให้โอลิมปิกลิลลัวส์
ในทางกลับกัน แชมป์ลีกฤดูกาล 1932/33 ยังลงชื่อ Olympique Lillois แม้สโมสรนั้นเป็นหนึ่งในบรรพบุรุษของ LOSC การรักษาชื่อทั้งสองบรรทัดทำให้เห็นความต่อเนื่องของฟุตบอลเมืองลีลล์พร้อมกับจุดเปลี่ยนองค์กรปี 1944
ผู้เล่น โค้ช และสนามสร้างสะพานระหว่างสองยุคได้ บูร์บ็อตต์ เลอช็องตร์ บารัตต์ และเบอร์รีต่างมีเส้นทางก่อนองค์กรใหม่ แต่เจ้าของรางวัลปี 1946 คือทีมที่รวมทรัพยากรเหล่านั้นแล้ว ชื่อ LOSC จึงอธิบายทั้งผลการแข่งขันและโครงสร้างสโมสรในฤดูกาลดับเบิล
ลีลล์ดับเบิลแชมป์จึงประกอบด้วยลีก 18 ทีมที่วัดผลงานตลอด 34 นัด และกุปเดอฟร็องส์ที่จบด้วยชัยชนะ 4–2 วันที่ 26 พฤษภาคม เมื่อนำสองเส้นทางมาวางคู่กัน ความสำเร็จปี 1946 แสดงพลังของสโมสรหลังรวมตัวโดยไม่ลบชื่อหรือถ้วยขององค์กรต้นทาง

