ลิเวอร์พูลแชมป์ 2020 เกิดขึ้นในฤดูกาลที่ไม่เหมือนฤดูกาลไหนมาก่อน เพราะพรีเมียร์ลีกต้องหยุดแข่งขันกลางฤดูกาลจากสถานการณ์โควิด-19 ก่อนจะกลับมาแข่งขันต่อจนจบโดยไม่มีผู้ชมในสนาม บทความนี้เล่าเส้นทางของลิเวอร์พูลตั้งแต่ก่อนการพักลีก ไปจนถึงคืนที่แชมป์ถูกยืนยันอย่างเป็นทางการ พร้อมอธิบายว่าทำไมคำว่าแชมป์ครั้งแรกจึงต้องใช้ให้ถูกกับยุคพรีเมียร์ลีก ไม่ใช่ประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดของสโมสรทั้งหมด
ความสม่ำเสมอก่อนพักลีกมีหลักฐานใด
ก่อนที่ฤดูกาลจะหยุดชะงักกลางเดือนมีนาคม 2020 ลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของเยือร์เกน คล็อปป์ เสียแต้มไปเพียง 2 แต้มจาก 27 นัดแรกของฤดูกาลเท่านั้น ตัวเลขนี้สะท้อนความสม่ำเสมอที่สูงมากตลอดครึ่งฤดูกาลแรกและเข้าสู่ครึ่งหลัง ในช่วงเดือนมกราคม 2020 ทีมเอาชนะแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 2-0 ก่อนจะต่อด้วยชัยชนะในเกมเยือนทั้งที่วูล์ฟแฮมป์ตันและเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ผลงานต่อเนื่องเช่นนี้ทำให้ช่องว่างคะแนนกับทีมอันดับรองลงมาถ่างออกไปเรื่อย ๆ จนดูเหมือนการลุ้นแชมป์แทบไม่มีความตื่นเต้นเหลืออยู่เลย แม้ในช่วงนี้ทีมจะเผชิญกับความพ่ายแพ้นัดแรกของฤดูกาลที่สนามวัตฟอร์ดด้วยสกอร์ห่างถึง 0-3 ก็ตาม แต่ผลแพ้นัดเดียวไม่ได้กระทบต่อภาพรวมของฤดูกาลมากนัก เพราะแต้มที่สะสมไว้ก่อนหน้านั้นสูงมากพอจนแทบไม่มีทีมใดสามารถไล่ตามทันได้แล้วในเวลานั้น ความน่าสนใจของช่วงนี้คือทีมไม่ได้พึ่งพาแค่แนวรุกเพียงอย่างเดียว แต่รักษาความหนักแน่นทั้งแนวรับและกลางสนามควบคู่กันไป ทำให้ผลงานในบ้านและนอกบ้านไม่ต่างกันมากนัก ต่างจากหลายฤดูกาลก่อนหน้าที่ทีมมักเสียแต้มง่ายเมื่อต้องเดินทางไปเยือนทีมระดับกลางตาราง สถิติการเสียแต้มเพียง 2 แต้มจาก 27 นัดแรกจึงถูกพูดถึงในฐานะหนึ่งในฟอร์มที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ลีกสูงสุดของอังกฤษยุคใหม่
การพักแข่งขันแบ่งเส้นเวลาอย่างไร
เมื่อการแข่งขันต้องหยุดชะงักกลางเดือนมีนาคม 2020 จากสถานการณ์การแพร่ระบาด พรีเมียร์ลีกใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะวางแผนกลับมาแข่งขันได้อีกครั้ง โดยแบ่งเป็นขั้นตอนชัดเจน เริ่มจากการกลับมาซ้อมเป็นกลุ่มเล็กในวันที่ 19 พฤษภาคม 2020 ก่อนจะอนุญาตให้ซ้อมแบบมีการปะทะตัวกันได้ในวันที่ 27 พฤษภาคม และในที่สุดฤดูกาลก็กลับมาแข่งขันจริงอีกครั้งในวันที่ 17 มิถุนายน 2020 ช่วงเวลาที่หยุดพักไปเกือบสามเดือนนี้ทำให้ทุกทีมต้องปรับสภาพร่างกายและจังหวะการเล่นใหม่ ทีมที่มีคะแนนนำห่างอย่างลิเวอร์พูลจึงต้องระมัดระวังไม่ให้ความได้เปรียบที่สะสมมาต้องเสียไปในช่วงที่กลับมาแข่งขันใหม่ ๆ เพราะทุกทีมเริ่มต้นจากจุดที่ไม่คุ้นเคยกับการแข่งขันในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีผู้ชมเหมือนกันหมด นับตั้งแต่วันที่แข่งขันจริงกลับมาในเดือนมิถุนายน จนถึงวันที่ลิเวอร์พูลได้รับการยืนยันแชมป์ กินเวลาไม่ถึงสองสัปดาห์เท่านั้น สะท้อนว่าแม้สนามจะไม่มีผู้ชมและบรรยากาศเปลี่ยนไปมาก แต่ผลการแข่งขันในสนามยังคงเดินไปตามทิศทางเดิมที่ทีมวางไว้ก่อนการพักลีก

ผลที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ยืนยันอะไร
คืนวันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2020 เชลซีเปิดบ้านพบแมนเชสเตอร์ ซิตี้ที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ และเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 2-1 ผลการแข่งขันนัดนี้เองที่ทำให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ไม่มีทางไล่ตามคะแนนของลิเวอร์พูลได้ทันอีกต่อไป ส่งผลให้ลิเวอร์พูลได้รับการยืนยันแชมป์พรีเมียร์ลีกอย่างเป็นทางการในวันที่ 26 มิถุนายน 2020 ทั้งที่ทีมยังไม่ได้ลงเล่นในคืนนั้นด้วยซ้ำ บังเอิญว่าคืนเดียวกันลิเวอร์พูลเองก็ลงเล่นและเอาชนะคริสตัล พาเลซไปได้ถึง 4-0 ทำให้ส่วนต่างคะแนนนำห่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้ขยับไปถึง 23 คะแนน ความพิเศษของฤดูกาลนี้คือลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ได้ก่อนที่ฤดูกาลจะจบลงถึง 5 นัด ซึ่งเป็นการทำลายสถิติเดิมที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาล 2000/01 และแมนเชสเตอร์ ซิตี้ในฤดูกาล 2017/18 เคยทำไว้ร่วมกัน เมื่อจบฤดูกาลลิเวอร์พูลมีคะแนนสะสมรวม 99 คะแนน ซึ่งเป็นตัวเลขสูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรนับตั้งแต่มีพรีเมียร์ลีกเป็นต้นมา
คำว่าครั้งแรกควรใช้กับรายการใด
สิ่งที่ต้องระบุให้ชัดเจนคือแชมป์สมัยนี้เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกครั้งแรกของลิเวอร์พูลนับตั้งแต่ลีกสูงสุดของอังกฤษเปลี่ยนชื่อและรูปแบบมาเป็นพรีเมียร์ลีกในปี 1992 ไม่ใช่แชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกของสโมสรทั้งหมด เพราะก่อนหน้านั้นลิเวอร์พูลเคยเป็นแชมป์ดิวิชั่นหนึ่งของอังกฤษมาแล้วหลายสมัยในยุคก่อนพรีเมียร์ลีก การรอคอยแชมป์ลีกสูงสุดครั้งใหม่ของสโมสรจึงกินเวลานานถึง 30 ปี นับจากแชมป์ลีกสูงสุดสมัยก่อนหน้า และแชมป์สมัยนี้ถือเป็นแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 19 ในประวัติศาสตร์สโมสรเมื่อรวมทั้งยุคดิวิชั่นหนึ่งและยุคพรีเมียร์ลีกเข้าด้วยกัน การแยกสองคำนี้ออกจากกันมีความสำคัญมาก เพราะสื่อและแฟนบอลจำนวนไม่น้อยมักพูดถึงแชมป์ปี 2020 ว่าเป็นแชมป์ลีกสูงสุดครั้งแรกของทีมแบบเหมารวม ทั้งที่ความจริงแล้วเป็นเพียงแชมป์ครั้งแรกในยุคพรีเมียร์ลีกเท่านั้น ส่วนสถิติแชมป์ลีกสูงสุดโดยรวมของสโมสรยังนับต่อเนื่องมาจากยุคก่อนหน้าซึ่งมีมาอย่างยาวนานกว่านั้นมาก


