ลาลีกาแต้มเท่ากันในปี 1931 ไม่ได้มีเพียงสองสโมสรแย่งแชมป์ แต่มีแอธเลติก คลับ ราซิง ซานตานเดร์ และเรอัลโซเซียดาดจบที่ 22 คะแนนเท่ากันทั้งหมด แอธเลติกเป็นผู้ชนะ แม้แพ้ในเกมสุดท้ายที่ซานมาเมส ขณะที่คู่แข่งอีกสองทีมต่างเก็บชัยชนะได้
ฤดูกาลนี้ต่างจากแชมป์ไร้พ่ายของแอธเลติกในปีก่อน ทีมของเฟร็ด เพนต์แลนด์ยิงได้มากขึ้น แต่แพ้ถึง 7 นัดจาก 18 นัด ความสูสีจึงเกิดจากเส้นทางที่ขึ้นลงของทั้งสามสโมสร และเกมสำคัญก่อนวันปิดฤดูกาลมีน้ำหนักมากพอ ๆ กับผลนัดสุดท้าย
ลาลีกาแต้มเท่ากันเริ่มจากการผลัดกันสร้างโอกาส
เรอัลโซเซียดาดของแฮร์รี โลว์เริ่มฤดูกาลด้วยการเสมออลาเบสที่อาโตชาแล้วแพ้ในบิลเบา แต่ต่อมาชนะหกนัดติดต่อกันจนขึ้นเป็นจ่าฝูง สโมสรครองตำแหน่งบนสุดตั้งแต่นัดที่ห้าถึงนัดที่สิบสอง จึงเป็นผู้ท้าชิงที่มีช่วงนำอย่างชัดเจน ไม่ได้เพิ่งเข้ามาใกล้แชมป์ในวันสุดท้าย
ปัญหาคือหลังจากนั้นโซเซียดาดเก็บได้เพียงคะแนนเดียวในสี่นัด ช่วงที่คะแนนหยุดเพิ่มทำให้ความได้เปรียบจากการชนะติดกันลดลง ก่อนที่ทีมจะกลับมาเก็บชัยชนะช่วงปลายฤดูกาลและจบด้วยคะแนนเท่าผู้ชนะในที่สุด

ฝั่งราซิงมีพัฒนาการต่างออกไป สโมสรจบอันดับแปดในฤดูกาล 1929/30 และแพ้เกมเยือนทั้งเก้านัด แต่เมื่อถึงฤดูกาล 1930/31 ราซิงขยับขึ้นมาเป็นรองแชมป์ ความเปลี่ยนแปลงจากทีมที่ต้องรักษาสถานะในลีกสู่ทีมลุ้นถ้วยเกิดขึ้นภายในปีเดียว
ความพ่ายแพ้หนักไม่ได้ปิดเส้นทางของราซิง
วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 1931 ราซิงแพ้แอธเลติก 1–7 ที่ซานมาเมส บาตายิงสี่ประตูในเกมนั้น ส่วนโกรอสติซายิงสองและชิร์รีที่สองยิงอีกหนึ่ง ผลนัดนี้แสดงความอันตรายของเกมรุกแอธเลติก แต่ไม่ได้ทำให้ราซิงหายไปจากกลุ่มลุ้นแชมป์
เมื่อจบฤดูกาล ราซิงยังมีคะแนนเท่าแอธเลติกแม้แพ้การพบกันอย่างขาดลอย การไล่ล่าตำแหน่งจึงต้องดูผลงานกับคู่แข่งทั้งลีกด้วย ชัยชนะใหญ่ของทีมหนึ่งกับความสำเร็จตลอดฤดูกาลของอีกทีมสามารถเกิดขึ้นร่วมกันได้
นัดรองสุดท้ายสร้างความได้เปรียบให้แอธเลติก
ในนัดที่สิบเจ็ด แอธเลติกบุกชนะเอสปันญอล 4–0 ที่ซาร์เรีย ส่วนราซิงแพ้เรอัลอูนีออน 3–4 ที่อิรุน ผลสองสนามนี้ทำให้แอธเลติกได้คะแนนเพิ่มในจังหวะที่คู่แข่งจากซานตานเดร์ทำหล่น และสร้างเงื่อนไขสำหรับการรักษาตำแหน่งในนัดปิดฤดูกาล
ก่อนเกมสุดท้าย แอธเลติกมี 22 คะแนน ส่วนราซิงและโซเซียดาดมีทีมละ 20 คะแนน ในระบบชนะได้ 2 คะแนน คู่แข่งทั้งสองจึงทำได้สูงสุดเพียงขึ้นมาเท่าแอธเลติก หากแอธเลติกเก็บผลเสมอได้ คะแนนรวมก็จะสูงกว่ายอดที่สองทีมตามหลังไปถึงได้
| สโมสร | ก่อนนัดสุดท้าย | ผลนัดสุดท้าย | คะแนนจบฤดูกาล |
|---|---|---|---|
| แอธเลติก คลับ | 22 | แพ้เรอัลอูนีออน 1–2 | 22 |
| ราซิง ซานตานเดร์ | 20 | ชนะอาเรนัส 4–1 | 22 |
| เรอัลโซเซียดาด | 20 | ชนะเอสปันญอล 2–1 | 22 |
เรอัลอูนีออนชนะสองผู้ท้าชิงในสองนัดท้าย
เมื่อมาเยือนซานมาเมส เรอัลอูนีออนเป็นฝ่ายขึ้นนำจากประตูของอูร์ติซเบเรอา บาตาตีเสมอให้แอธเลติกในครึ่งหลัง แต่ผู้ทำประตูคนเดิมของทีมเยือนยิงอีกครั้งจนจบเกมด้วยชัยชนะ 2–1 แอธเลติกจึงไม่ได้ใช้ผลเสมอปิดประตูการไล่ตามอย่างที่สถานการณ์คะแนนเปิดทางไว้
ก่อนหน้านั้นเรอัลอูนีออนเพิ่งชนะราซิงในเกมเจ็ดประตู เมื่อนำสองนัดมาวางต่อกัน สโมสรจากอิรุนจึงมีบทบาทต่อการแข่งขันแย่งแชมป์อย่างมาก แม้จะไม่ได้เป็นหนึ่งในสามทีมที่จบด้วย 22 คะแนนก็ตาม
ราซิงปิดฤดูกาลด้วยการชนะอาเรนัส 4–1 ที่เอลซาร์ดิเนโร ส่วนโซเซียดาดชนะเอสปันญอล 2–1 ที่อาโตชา ทั้งสองเก็บสองคะแนนตามที่ต้องการได้ และทำให้ปลายทางของการแข่งขันกลายเป็นคะแนนเท่ากันสามทีม

สามทีมมี 22 คะแนนด้วยผลงานคนละแบบ
แอธเลติกจบด้วยชนะ 11 นัดและแพ้ 7 นัดโดยไม่เสมอเลย ส่วนราซิงกับโซเซียดาดต่างชนะ 10 เสมอ 2 และแพ้ 6 นัด ผลงานเช่นนี้ทำให้ทั้งสามมีคะแนนเท่ากันได้ แม้แอธเลติกจะชนะมากกว่าและแพ้มากกว่าอีกสองทีมพร้อมกัน
เกมรุกคือส่วนที่แอธเลติกแตกต่างออกไปอย่างมาก ทีมยิง 73 ประตู เทียบกับราซิง 49 และโซเซียดาด 42 ประตู ขณะที่ประตูเสียของทั้งสามอยู่ที่ 33, 37 และ 39 ตามลำดับ ความได้เปรียบด้านประตูจึงชัดเจนกว่าความได้เปรียบด้านคะแนน
บัญชีแชมป์ระบุแอธเลติกเป็นอันดับหนึ่ง ราซิงอันดับสอง และโซเซียดาดอันดับสาม โดยคำอธิบายย้อนหลังใช้เรื่องเกณฑ์ประตูตัดสิน การระบุสูตรตามข้อบังคับปี 1931 ยังต้องมีเอกสารกติกาต้นฉบับเพิ่มเติม จึงไม่ควรนำกฎแต้มเท่ากันของยุคปัจจุบันไปแทนโดยอัตโนมัติ
รักษาแชมป์ได้โดยไม่ต้องซ้ำรอยฤดูกาลไร้พ่าย
ในฤดูกาลก่อน แอธเลติกยิง 63 ประตูและไม่แพ้เลย แต่ปี 1931 ทีมยิงมากขึ้นอีกสิบประตูพร้อมจำนวนความพ่ายแพ้ที่เพิ่มขึ้น ผลลัพธ์ทั้งสองแบบยังพาไปถึงแชมป์ได้ แสดงว่าไม่มีรูปแบบชนะเสมอแพ้ชุดเดียวที่รับประกันความสำเร็จโดยไม่ต้องดูคู่แข่งร่วมลีก
สำหรับราซิงและโซเซียดาด คะแนน 22 ไม่ใช่ร่องรอยของการเป็นเพียงตัวประกอบ ราซิงยกระดับจากอันดับแปดขึ้นสู่รองแชมป์ ส่วนโซเซียดาดมีช่วงชนะหกนัดติดและนำตารางหลายสัปดาห์ ทั้งคู่ทำให้การป้องกันแชมป์ของแอธเลติกต้องอาศัยผลงานสะสมและความได้เปรียบเรื่องประตูจนถึงปลายทาง

