ยูเวนตุสไร้พ่าย คอนเตเปลี่ยนทีมอันดับเจ็ดสองปีติดให้แข่งขันสม่ำเสมอทั้ง38นัดอย่างไร

อันโตนิโอ คอนเต ผู้ฝึกสอนยูเวนตุส

ยูเวนตุสไร้พ่ายในเซเรีย อา 2011–12 เกิดขึ้นหลังทีมจบอันดับเจ็ดสองฤดูกาลติดต่อกัน อันโตนิโอ คอนเตกลับมารับงานเดือนพฤษภาคม 2011 พร้อมผู้เล่นใหม่อย่างอันเดรีย ปีร์โล อาร์ตูโร วิดัล สเตฟาน ลิชต์สไตเนอร์ และเมียร์โก วูชินิช เป้าหมายจึงเริ่มจากการสร้างทีมขึ้นใหม่ ก่อนผลการแข่งขันจะพาไปถึงแชมป์

ตลอด 38 นัด ยูเวนตุสชนะ 23 เสมอ 15 ยิง 68 และเสีย 20 ประตู การไม่แพ้ไม่ได้หมายถึงทีมชนะทุกสัปดาห์ แต่หมายถึงการเก็บแต้มได้ทั้งวันที่เกมรุกทำงานเต็มที่และวันที่คู่แข่งบังคับให้ต้องเปลี่ยนรูปแบบ

ยูเวนตุสไร้พ่าย การกลับมาของคอนเตกับโจทย์ทีม

จากอันดับเจ็ดสู่ผู้ท้าชิง

คอนเตเคยเป็นกัปตันของสโมสรในยุค 1990 เขาจึงกลับมาพร้อมความคุ้นเคยกับความคาดหวัง แต่สถานะก่อนเปิดฤดูกาลยังเป็นทีมที่กำลังสร้างใหม่ แชมป์เก่ามิลานถูกมองเป็นคู่แข่งหลัก ขณะที่ยูเวนตุสต้องพิสูจน์ว่าผู้เล่นใหม่กับสนามใหม่จะเปลี่ยนผลงานได้จริง

จุดยืนยันแรกคือชัยชนะเหนือมิลาน 2–0 ที่ยูเวนตุส สเตเดียม ทั้งสองประตูของเคลาดิโอ มาร์คิซิโอเกิดช่วงท้ายเกม ผลนัดนี้ทำให้ทีมของคอนเตขยับจากความหวังช่วงต้นฤดูกาลไปเป็นคู่แข่งแชมป์ที่มีผลการแข่งขันรองรับ

ชัยชนะเยือนอินเตอร์และลาซิโอตามมา ส่วนเกมกับนาโปลีและโรมาแสดงให้เห็นว่าทีมยังกลับเข้าสู่เกมได้เมื่อสถานการณ์ไม่เป็นใจ ยูเวนตุสจบครึ่งฤดูกาลแรกในฐานะจ่าฝูงฤดูหนาว แม้เกมเลื่อนและผลเสมอหลายครั้งเปิดทางให้มิลานกลับขึ้นนำภายหลัง

จัตุรัสซานคาร์โลและอาคารโดยรอบในตูรินจากมุมสูง
จัตุรัสซานคาร์โลในเมืองตูรินจากมุมสูง (ภาพบริบทเมือง ไม่ใช่อัฒจันทร์สนาม)

ปีร์โล วิดัล และมาร์คิซิโอแบ่งงาน

แกนกลางที่รองรับหลายรูปแบบ

ปีร์โลเป็นจุดเริ่มการจ่ายบอลจากแดนกลาง วิดัลเติมพลังในการแย่งบอลและวิ่งเข้าพื้นที่ ส่วนมาร์คิซิโอเชื่อมการครองบอลกับการทำประตู ตัวอย่างกับมิลานชัดเจน เพราะมาร์คิซิโอเป็นผู้จบสองจังหวะตัดสินเกม ขณะที่ทีมรักษาความสมดุลจนไม่เสียประตู

คอนเตไม่ได้ฝากเกมไว้กับผู้เล่นสามคนเท่านั้น ลิชต์สไตเนอร์เพิ่มทางเลือกริมเส้น วูชินิชกับอเลสซานโดร มาตรีผลัดกันเป็นจุดหมายในแดนหน้า และอันเดรีย บาร์ซาญี เลโอนาร์โด โบนุชชี กับจอร์โจ คิเอลลินีรองรับการเปลี่ยนแนวรับตามแผนที่ใช้

การแบ่งงานนี้สำคัญในฤดูกาลยาว ปีร์โลไม่จำเป็นต้องเป็นคนจบทุกครั้ง วิดัลไม่ต้องยืนตำแหน่งเดิมตลอดเกม และมาร์คิซิโอสามารถวิ่งจากกลางเข้าเขตโทษ เมื่อคนหนึ่งขยับ อีกคนยังช่วยรักษาระยะของแดนกลางไว้

ปรับโครงสร้างเมื่อคู่แข่งเปลี่ยน

จาก 4–2–4 ผ่าน 4–3–3 สู่ 3–5–2

ยูเวนตุสเริ่มต้นด้วย 4–2–4 ก่อนขยับเป็น 4–3–3 และพัฒนาไปสู่ 3–5–2 ตามลำดับที่สโมสรบันทึกไว้ การเพิ่มกองกลางคนที่สามทำให้ปีร์โล วิดัล และมาร์คิซิโออยู่ร่วมกันได้ ส่วนแนวรับสามคนเปิดพื้นที่ให้วิงแบ็กขึ้นลงตามจังหวะ

ชื่อของระบบอธิบายเพียงตำแหน่งเริ่มต้น สิ่งที่ต่อเนื่องกว่าคือจำนวนผู้เล่นในแดนกลางและการมีทางเลือกด้านกว้าง เมื่อใช้ 4–3–3 ปีกช่วยยืดแนวรับคู่แข่ง เมื่อใช้ 3–5–2 วิงแบ็กรับหน้าที่ริมเส้น ขณะที่คู่หน้ามีผู้เล่นอยู่ใกล้กันมากขึ้น

เกมลีกกับมิลานวันที่ 2 ตุลาคม 2011 เป็นตัวอย่างของช่วง 4–3–3 ปีร์โลยืนกลางร่วมกับวิดัลและมาร์คิซิโอ ส่วนซิโมเน เปเปกับมิลอส คราซิชเริ่มเกมข้างวูชินิช มาร์คิซิโอยิงทั้งสองประตูในชัยชนะ 2–0 โดยลูกแรกเกิดจากการเล่นร่วมกับวูชินิชก่อนจบในนาที 87

วันที่ 24 มกราคม 2012 คอนเตใช้ 3–5–2 ในโคปปา อิตาเลียกับโรมา บาร์ซาญี โบนุชชี และคิเอลลินีเป็นสามกองหลัง ลูกา มาร์โรเน ปีร์โล และเอมานูเอเล จัคเครินีเป็นสามคนกลาง ขณะที่ลิชต์สไตเนอร์กับมาร์เซโล เอสติการ์ริเบียเป็นวิงแบ็ก ยูเวนตุสชนะ 3–0 จากประตูจัคเครินี เดล ปิเอโร และการทำเข้าประตูตัวเองของไซมอน เคียร์

ในเกมลีกกับอูดิเนเซวันที่ 28 มกราคม มาตรีทำสองประตูในชัยชนะ 2–1 จัคเครินีออกสตาร์ตในแดนกลางร่วมกับวิดัลและปีร์โล ส่วนมาร์คิซิโอลงแทนฟาบิโอ กวายาเรลลาในนาที 61

สนามหญ้าและอัฒจันทร์สีขาวของสนามซิลวิโอ ปิโอลาในแวร์เชลลี
สนามซิลวิโอ ปิโอลาในแวร์เชลลี (ภาพบริบทสนาม ไม่ใช่ทางเข้าสนามยูเวนตุส)

ไร้พ่ายแต่ยังต้องลุ้นกับมิลาน

แปดชัยชนะพาทีมกลับขึ้นนำ

ช่วงหนึ่งยูเวนตุสตามมิลานเจ็ดคะแนนก่อนเยือนฟิออเรนตินา ทีมตอบด้วยชัยชนะติดต่อกันแปดนัด และกลับขึ้นนำเมื่อมิลานสะดุดกับคาตาเนียและฟิออเรนตินา เส้นทางแชมป์จึงไม่ได้ราบเรียบ แม้สถิติท้ายฤดูกาลจะไม่มีความพ่ายแพ้

ผลเสมอเลชเชในบ้านทำให้การแข่งขันยังตึงเครียด จากนั้นยูเวนตุสชนะกายารี 2–0 ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2012 ขณะเดียวกันมิลานแพ้อินเตอร์ ช่องว่างสี่คะแนนเมื่อเหลือหนึ่งนัดทำให้ยูเวนตุสคว้าแชมป์อย่างแน่นอน

ตัวเลข 23 ชัยชนะกับ 15 เสมออธิบายความสม่ำเสมอได้ตรงที่สุด ทีมได้ 84 คะแนนจากระบบสามคะแนน ยิงเฉลี่ยไม่ถึงสองประตูต่อนัด แต่เสียเพียง 20 ประตู การป้องกันแต้มในเกมที่ไม่ชนะจึงมีน้ำหนักพอ ๆ กับช่วงแปดชัยชนะที่เปลี่ยนตำแหน่งจ่าฝูง

ยูเวนตุสไร้พ่ายจึงเป็นผลจากหลายส่วนร่วมกัน คอนเตยกระดับทีมอันดับเจ็ด ผู้เล่นใหม่เติมคุณภาพ แดนกลางสามคนแบ่งหน้าที่ และระบบเปลี่ยนจากสี่กองหลังไปสู่สามกองหลังได้ ฤดูกาลจบด้วยแชมป์ 84 คะแนนและสถิติ 38 นัดโดยไม่แพ้ ซึ่งเปิดวงจรความสำเร็จบทใหม่ของสโมสร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO