มิวนิก1860 ปี2000 คือฤดูกาลที่สโมสรอีกฝั่งหนึ่งของเมืองมิวนิกก้าวขึ้นมาเป็นทีมที่แฟนบอลทั่วประเทศต้องจับตามอง ทีเอสเฟา 1860 มิวนิก ภายใต้การคุมทีมของ แวร์เนอร์ โลรันท์ ไม่เพียงจบฤดูกาลด้วยอันดับสี่ของตารางเท่านั้น แต่ยังเป็นทีมที่เอาชนะเพื่อนบ้านร่วมเมืองอย่างบาเยิร์น มิวนิกได้ทั้งสองนัดในฤดูกาลเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยนักในประวัติศาสตร์ของดาร์บีแมตช์เมืองมิวนิก
มิวนิก1860 ปี2000 มิวนิกมีคู่แข่งร่วมเมืองที่แข็งแรง
แวร์เนอร์ โลรันท์คุมทีมทีเอสเฟา 1860 มิวนิกมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 1992 จนถึงปี 2001 ความต่อเนื่องในตำแหน่งผู้จัดการทีมยาวนานเกือบสิบปีแบบนี้ทำให้เขามีเวลาสร้างทีมขึ้นมาตามแนวทางของตัวเองได้อย่างเต็มที่ ต่างจากสโมสรหลายแห่งที่มักเปลี่ยนผู้จัดการทีมบ่อยครั้งเมื่อผลงานไม่เป็นไปตามคาด ฤดูกาล 1999/2000 จึงเป็นผลผลิตของการสร้างทีมระยะยาวที่ค่อย ๆ สั่งสมมาหลายปี ไม่ใช่ทีมที่ปรับโครงสร้างใหม่ทั้งหมดในคราวเดียว และผลลัพธ์ที่ออกมาคือทีมที่แข่งขันกับทีมชั้นนำของประเทศได้อย่างสมน้ำสมเนื้อตลอดทั้งฤดูกาล ในเวลานั้นทีเอสเฟา 1860 มิวนิกยังใช้โอลิมเปียชตาดิโอนเป็นสนามเหย้าร่วมกับบาเยิร์น มิวนิก ก่อนที่ทั้งสองสโมสรจะย้ายไปเล่นในสนามใหม่ร่วมกันอีกครั้งในอีกหลายปีถัดมา การใช้สนามเดียวกันของสองสโมสรในเมืองเดียวกันทำให้ดาร์บีแมตช์ของมิวนิกมีบรรยากาศที่ต่างจากดาร์บีแมตช์ในเมืองอื่น เพราะทั้งสองทีมต่างคุ้นเคยกับสนามแห่งนี้เป็นอย่างดีไม่ต่างกัน สำหรับแฟนบอลในเมืองมิวนิกเอง การที่ทั้งสองสโมสรใช้สนามเดียวกันยังทำให้การไปชมนัดดาร์บีเป็นเรื่องที่คุ้นเคยและเข้าถึงง่ายกว่าดาร์บีแมตช์ในเมืองอื่นที่ทีมคู่แข่งมักมีสนามเหย้าของตัวเองอยู่คนละแห่ง
มาร์ทินมักซ์กับเกมรุก

กำลังสำคัญในแดนหน้าของทีมคือ มาร์ทิน มักซ์ กองหน้าที่ทำประตูได้มากถึง 19 ลูกตลอดฤดูกาล 1999/2000 ตัวเลขนี้ทำให้เขาเป็นหนึ่งในดาวซัลโวตัวจริงของบุนเดสลีกาฤดูกาลนั้น และเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ทีมสามารถแข่งขันกับทีมระดับหัวตารางได้ตลอดทั้งฤดูกาล การมีกองหน้าที่ทำประตูได้สม่ำเสมอระดับนี้ช่วยให้โลรันท์วางแผนเกมได้อย่างมั่นใจ เพราะรู้ว่าทีมมีตัวจบสกอร์ที่ไว้ใจได้ในเกมที่การทำประตูเป็นเรื่องยาก มักซ์จึงกลายเป็นสัญลักษณ์ของฤดูกาลที่ประสบความสำเร็จของทีเอสเฟา 1860 มิวนิกในช่วงเวลานั้น เขายังคงรักษาฟอร์มการทำประตูในระดับสูงต่อเนื่องไปอีกหลายฤดูกาลหลังจากนั้น ซึ่งยืนยันว่าผลงาน 19 ประตูในฤดูกาลนี้ไม่ใช่ฟอร์มที่ดีเพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่เป็นส่วนหนึ่งของช่วงเวลาที่เขาเล่นได้ในระดับสูงสุดของอาชีพค้าแข้งอย่างต่อเนื่องหลายปี
ดาร์บีสองนัดส่งสัญญาณอะไร

สิ่งที่ทำให้ฤดูกาลนี้ของทีเอสเฟา 1860 มิวนิกถูกจดจำเป็นพิเศษคือผลการแข่งขันดาร์บีแมตช์กับบาเยิร์น มิวนิก ทีมเอาชนะบาเยิร์นได้ที่บ้านด้วยสกอร์ 1–0 ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 1999 ก่อนที่ในนัดเยือนช่วงเดือนเมษายนปีถัดมาจะพลิกกลับมาเอาชนะได้อีกครั้งด้วยสกอร์ 2–1 ในวันที่ 15 เมษายน 2000 การเอาชนะคู่ปรับร่วมเมืองได้ทั้งสองนัดในฤดูกาลเดียวกันไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะเมื่อคู่แข่งคือบาเยิร์น มิวนิกที่เป็นหนึ่งในทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศในเวลานั้น ผลการแข่งขันทั้งสองนัดนี้จึงกลายเป็นเครื่องยืนยันว่าทีเอสเฟา 1860 มิวนิกในฤดูกาลนี้ไม่ได้เป็นเพียงทีมรองของเมือง แต่เป็นทีมที่มีศักยภาพเอาชนะทีมที่แข็งแกร่งที่สุดของประเทศได้จริง เนื่องจากทั้งสองทีมใช้สนามเดียวกันเป็นบ้านในเวลานั้น ความแตกต่างระหว่างนัดเหย้ากับนัดเยือนของดาร์บีคู่นี้จึงอยู่ที่ฝ่ายใดเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันมากกว่าความแตกต่างของสภาพสนามหรือบรรยากาศโดยรอบ แต่ผลการแข่งขันที่ทีเอสเฟา 1860 มิวนิกทำได้ในทั้งสองนัดก็ไม่ได้ลดความน่าประทับใจลงแต่อย่างใด
อันดับสี่ได้สิทธิ์ยุโรประดับไหน
เมื่อจบฤดูกาล ทีเอสเฟา 1860 มิวนิกจบอันดับสี่ของตารางบุนเดสลีกาด้วยคะแนน 53 แต้ม และผลต่างประตูได้เสียบวก 7 ลูก อันดับนี้เพียงพอที่จะทำให้ทีมได้สิทธิ์เข้าร่วมรอบคัดเลือกรอบสามของยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกในฤดูกาลถัดมา ไม่ใช่สิทธิ์เข้ารอบแบ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติแบบทีมอันดับหนึ่งหรือสองของลีก ทีมต้องผ่านรอบคัดเลือกให้ได้ก่อนจึงจะได้เล่นในรอบแบ่งกลุ่ม แต่สุดท้ายทีเอสเฟา 1860 มิวนิกก็ตกรอบคัดเลือกไปด้วยสกอร์รวมสองนัด 1–3 จึงต้องลงเล่นในยูฟ่าคัพแทนในฤดูกาลนั้น และสามารถผ่านเข้าไปเล่นได้ถึงรอบสามของรายการ
แม้จะไม่ได้เข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มของแชมเปียนส์ลีกอย่างที่หลายคนอาจคาดหวังไว้ แต่การจบอันดับสี่พร้อมได้สิทธิ์ลงเล่นระดับยุโรปก็ยังถือเป็นความสำเร็จที่ชัดเจนสำหรับสโมสรที่มักถูกมองว่าเป็นรองบาเยิร์น มิวนิกในเมืองเดียวกันมาโดยตลอด ฤดูกาล 1999/2000 จึงเป็นหนึ่งในช่วงเวลาที่ดีที่สุดของทีเอสเฟา 1860 มิวนิกในยุคนั้น ทั้งในแง่ผลงานบนตารางคะแนนและผลการแข่งขันในสนามที่พบกับคู่ปรับร่วมเมือง โครงสร้างการคัดเลือกทีมเข้าแข่งขันระดับยุโรปในเวลานั้นเปิดโอกาสให้ทีมอันดับสี่ของบุนเดสลีกาได้ลุ้นเข้าสู่เวทีใหญ่ที่สุดของทวีปผ่านรอบคัดเลือก ต่างจากปัจจุบันที่กติกาการจัดสรรโควตาของแต่ละประเทศเปลี่ยนแปลงไปหลายครั้งแล้ว การได้ลุ้นแม้เพียงผ่านรอบคัดเลือกจึงยังถือเป็นก้าวสำคัญของสโมสรขนาดกลางอย่างทีเอสเฟา 1860 มิวนิกในยุคนั้น

