Gianluigi Buffon สร้างสถิติไม่เสียประตูติดต่อกันยาวนาน 974 นาทีในเซเรีย อาเมื่อปี 2016 เป็นตัวเลขที่ลบสถิติเดิมซึ่งยืนหยัดมานานถึงยี่สิบสองปี แต่คำถามที่น่าสนใจกว่าตัวเลขคือสถิตินี้เป็นผลงานของผู้รักษาประตูคนเดียวจริงหรือไม่ เพราะเบื้องหลังตัวเลขนี้คือระบบเกมรับทั้งทีมที่ทำงานร่วมกันมาตลอดหลายเดือน ก่อนที่จังหวะเดียวจะปิดฉากสถิติที่หลายคนคิดว่าจะไม่มีวันถูกทำลายลงได้อีก
สถิตินี้คือเท่าไรและเกิดขึ้นเมื่อไหร่
สถิติดังกล่าวคือ 974 นาทีที่บุฟฟอนไม่เสียประตูให้คู่แข่งเลยในเซเรีย อา นับตั้งแต่ต้นปี 2016 จนถึงวันที่ 20 มีนาคมปีเดียวกัน สถิตินี้จบลงในเกมดาร์บี้เดลลาโมเลที่ยูเวนตุสเป็นฝ่ายบุกไปเยือนโตรีโน เมื่อผู้เล่นของโตรีโนยิงจุดโทษเข้าไปในนาทีที่ 48 ของเกม ก่อนหน้านั้นบุฟฟอนเสียประตูในลีกไปเพียงลูกเดียวตลอดทั้งปี 2016 ซึ่งเป็นลูกยิงของอันโตนิโอ คาสซาโน นักเตะซามป์โดเรียในช่วงต้นปี ตัวเลข 974 นาทีจึงครอบคลุมช่วงเวลายาวนานหลายเดือนที่คู่แข่งของยูเวนตุสไม่สามารถเจาะเกมรับของทีมได้เลยแม้แต่ครั้งเดียว ถ้าคิดเป็นจำนวนนัดเต็ม เท่ากับว่าบุฟฟอนไม่เสียประตูต่อเนื่องมากกว่าสิบนัดติดต่อกันในทุกสถานการณ์ของเกม
สถิติเดิมเป็นของใคร
ก่อนหน้าบุฟฟอน เจ้าของสถิติไม่เสียประตูติดต่อกันยาวนานที่สุดในเซเรีย อาคือเซบาสเตียโน รอสซี ผู้รักษาประตูของเอซี มิลาน ซึ่งทำได้ 929 นาทีในช่วงฤดูกาล 1993 ถึง 1994 สถิตินี้ยืนหยัดมานานถึงยี่สิบสองปีก่อนที่บุฟฟอนจะทำลายลงได้ นอกจากนี้ในระหว่างการไล่ตามสถิติ บุฟฟอนยังแซงหน้าสถิติเก่าแก่กว่านั้นของจานปิเอโร คอมบี ผู้รักษาประตูตำนานที่เคยไม่เสียประตูต่อเนื่อง 934 นาทีในยุคก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง การทำลายสถิติสองรายการพร้อมกันในคราวเดียวทำให้ตัวเลข 974 นาทีของบุฟฟอนกลายเป็นสถิติใหม่ของวงการฟุตบอลอิตาลีทั้งหมด ไม่ใช่แค่ในยุคปัจจุบันเพียงอย่างเดียว การที่สถิติเก่าของรอสซียืนยาวถึงยี่สิบสองปีก็บอกได้ว่าการทำคลีนชีตต่อเนื่องระดับนี้ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยในลีกอิตาลี
แนวรับของทีมในฤดูกาลนั้นเป็นอย่างไร
ฤดูกาล 2015 ถึง 2016 ยูเวนตุสเสียประตูรวมทั้งฤดูกาลเพียง 20 ลูกจาก 38 นัด ซึ่งเป็นสถิติเกมรับที่ดีที่สุดในเซเรีย อาฤดูกาลนั้น และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ทีมคว้าแชมป์ด้วย 91 คะแนน ทิ้งห่างนาโปลีอันดับสองที่ทำได้ 82 คะแนน และโรมาอันดับสามที่ทำได้ 80 คะแนน ตัวเลขเสียประตูน้อยขนาดนี้ไม่ได้เกิดจากฝีมือผู้รักษาประตูเพียงคนเดียว แต่มาจากระบบเกมรับที่กองหลังและกองกลางของทีมช่วยกันปิดพื้นที่และตัดบอลก่อนที่คู่แข่งจะได้ยิงบอลใกล้ประตู บุฟฟอนเองเคยให้ความเห็นในทำนองว่าคลีนชีตที่ดีเกิดจากทีมทั้งสิบเอ็ดคน ไม่ใช่แค่คนที่ยืนอยู่หน้าประตูเพียงคนเดียว การที่ยูเวนตุสคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้เป็นสมัยที่ห้าติดต่อกันยิ่งตอกย้ำว่าความแข็งแกร่งของทีมชุดนี้ไม่ได้มาจากผู้เล่นคนใดคนหนึ่งเพียงลำพัง

สถิติจบลงอย่างไร
เกมที่ทำให้สถิติสิ้นสุดลงคือดาร์บี้เดลลาโมเลที่สนามโอลิมปิโกกรันเดโตรีโน ในวันที่ 20 มีนาคม 2016 อันเดรอา เบลอตติ กองหน้าของโตรีโนยิงจุดโทษเข้าประตูในนาทีที่ 48 ยุติสถิติ 974 นาทีของบุฟฟอนลงอย่างเป็นทางการ แต่ท้ายที่สุดยูเวนตุสก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ 4 ต่อ 1 ในเกมนั้น การเสียประตูจากจุดโทษถือเป็นจุดจบที่ค่อนข้างเหมาะสมสำหรับสถิติประเภทนี้ เพราะจุดโทษมักเกิดจากจังหวะที่ไม่เกี่ยวกับความผิดพลาดของแนวรับโดยตรง แต่เป็นการตัดสินของผู้ตัดสินในจังหวะปะทะภายในกรอบเขตโทษ พูดอีกแบบคือแนวรับของยูเวนตุสไม่ได้ถูกเจาะด้วยเกมรุกที่สวยงามของโตรีโน แต่เป็นจังหวะที่ผู้ตัดสินชี้เป็นจุดโทษเท่านั้นที่ทำให้สถิติต้องจบลง

สถิติแบบนี้บอกอะไรเกี่ยวกับเกมรับอิตาลี
สถิติไม่เสียประตูระยะยาวแบบนี้มักถูกใช้เป็นเครื่องวัดฝีมือผู้รักษาประตู แต่ในความเป็นจริงมันสะท้อนความแข็งแกร่งของทั้งระบบเกมรับมากกว่า ตัวเลขนาทีไม่เสียประตูบอกได้แค่ว่าคู่แข่งไม่สามารถทำประตูได้ในช่วงเวลานั้น แต่ไม่ได้บอกว่าคู่แข่งสร้างโอกาสอันตรายมากน้อยแค่ไหนหรือบุฟฟอนต้องเซฟลูกยากกี่ครั้งระหว่างทาง นี่คือความต่างระหว่างสถิติคลีนชีตกับสถิติเชิงคุณภาพอย่างจำนวนการเซฟหรือโอกาสที่คาดว่าคู่แข่งจะทำประตูได้ ทีมที่มีแนวรับแข็งแกร่งอย่างยูเวนตุสในฤดูกาลนั้นมักตัดเกมรุกของคู่แข่งได้ตั้งแต่กลางสนามก่อนที่จะปล่อยให้บอลมาถึงกรอบเขตโทษด้วยซ้ำ ผู้รักษาประตูจึงได้รับประโยชน์จากระบบทั้งหมดไม่แพ้ฝีมือส่วนตัวของเขาเอง เกมรับแบบอิตาลีที่เน้นวินัยและการยืนตำแหน่งเป็นทีมจึงมักผลิตสถิติคลีนชีตยาว ๆ แบบนี้ออกมาได้บ่อยกว่าลีกที่เน้นเกมรุกเป็นหลัก สถิติของบุฟฟอนจึงควรถูกมองเป็นภาพรวมของทีมชุดนั้นทั้งชุด มากกว่าจะยกให้เป็นผลงานของผู้รักษาประตูเพียงคนเดียว แม้ชื่อของเขาจะเป็นชื่อที่ถูกจารึกไว้ในหน้าประวัติศาสตร์ก็ตาม

