บาร์เซโลนา 100 แต้ม ฤดูกาลประวัติศาสตร์ที่ทีมต้องเดินเอง

สนามคัมป์นู รังเหย้าของบาร์เซโลนา

บาร์เซโลนา 100 แต้ม คือผลงานที่ทีมทำได้ในฤดูกาล 2012-13 ซึ่งเป็นฤดูกาลที่แปลกกว่าที่หลายคนจำได้ เพราะตลอดครึ่งหลังของฤดูกาล หัวหน้าโค้ชของทีมไม่ได้อยู่ข้างสนามด้วยเหตุผลด้านสุขภาพ แต่ทีมกลับยังคงรักษาระดับผลงานเอาไว้ได้จนปิดฤดูกาลด้วยคะแนนสูงที่สุดเท่าที่สโมสรเคยทำมา คำถามที่น่าสนใจคืออะไรทำให้ทีมยังคงเดินหน้าต่อไปได้ในสภาพที่ขาดผู้นำคนสำคัญไปครึ่งฤดูกาล

100 แต้มในฤดูกาลนั้นสร้างขึ้นจากสถิติแบบไหน

ฤดูกาล 2012-13 บาร์เซโลนาปิดฉากด้วยการชนะ 32 นัด เสมอ 4 นัด และแพ้เพียง 2 นัดจากทั้งหมด 38 นัด ยิงประตูได้ถึง 115 ลูกและเสียเพียง 40 ลูก รวมเป็น 100 แต้มพอดี ทิ้งห่างเรอัลมาดริดที่จบอันดับสองด้วย 85 แต้มอยู่ถึง 15 แต้มเต็ม ตัวเลขแพ้เพียง 2 นัดตลอดทั้งฤดูกาลคือส่วนที่สำคัญที่สุด เพราะแสดงให้เห็นว่าทีมแทบไม่เคยเสียการควบคุมในนัดใดเลย แม้จะมีบางนัดที่เสมอหรือไม่ได้ชนะขาด แต่ก็ไม่ปล่อยให้กลายเป็นความพ่ายแพ้ ความสม่ำเสมอในระดับนี้ตลอด 38 นัดคือสิ่งที่ทำให้ 100 แต้มไม่ใช่แค่ตัวเลขสวยงาม แต่เป็นภาพสะท้อนของทีมที่มีมาตรฐานคงที่ตั้งแต่ต้นฤดูกาลจนจบ

ช่วงต้นฤดูกาลทีมเริ่มต้นแรงแค่ไหน

ด้านนอกอาคารสนามคัมป์นูในฤดูหนาว มีต้นไม้ใบร่วงอยู่ด้านหน้าและป้ายโฆษณาติดอยู่บนผนังอาคาร
ด้านนอกอาคารสนามคัมป์นู สนามเหย้าของบาร์เซโลนาในกรุงบาร์เซโลนา

บาร์เซโลนาเปิดฤดูกาลด้วยชัยชนะที่ชัดเจนตั้งแต่นัดแรก ถล่มเรอัลโซเซียดาด 5-1 ในบ้านเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2012 ตามมาด้วยชัยชนะ 1-0 เหนือบาเลนเซีย และในแชมเปียนส์ลีกก็เอาชนะสปาร์ตักมอสโกไป 3-2 ในบ้าน ทีมรักษาสถิติไม่แพ้ใครต่อเนื่องไปได้อีกหลายนัดหลังจากนั้น การเริ่มต้นฤดูกาลแบบนี้สร้างความได้เปรียบทางจิตวิทยาให้ทีมตั้งแต่ต้น เพราะเมื่อสะสมแต้มนำห่างคู่แข่งได้เร็ว แรงกดดันในช่วงกลางและปลายฤดูกาลก็ลดลงตามไปด้วย ทีมสามารถบริหารจังหวะการลงเล่นและพักผู้เล่นบางคนได้มากขึ้นโดยไม่ต้องเสี่ยงเสียแต้มสำคัญ ซึ่งกลายเป็นปัจจัยที่ช่วยพยุงทีมไว้ได้ในเวลาต่อมาเมื่อเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับหัวหน้าโค้ช การที่ทีมสร้างระยะห่างกับอันดับสองได้ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาลยังหมายความว่า แม้จะมีบางนัดที่ทีมเล่นได้ไม่ดีเท่าที่ควรในช่วงกลางฤดูกาล ผลกระทบต่ออันดับโดยรวมก็ไม่ได้รุนแรงเท่ากับหากทีมต้องไล่ตามคะแนนอยู่ตลอดเวลา

การที่หัวหน้าโค้ชต้องหยุดพักกระทบทีมอย่างไร

อาคารลามาเซียหลังเก่าตั้งอยู่หน้าสนามคัมป์นู มีต้นปาล์มและธงสโมสรโบกอยู่บนอัฒจันทร์ด้านหลัง
อาคารลามาเซีย ศูนย์ฝึกเยาวชนเดิมของบาร์เซโลนา ตั้งอยู่ข้างสนามคัมป์นู

ติโต บิลาโนบาเข้ารับตำแหน่งหัวหน้าโค้ชบาร์เซโลนาตั้งแต่วันที่ 13 มิถุนายน 2012 ต่อจากเป๊ป กวาร์ดิโอลาที่หมดสัญญา แต่ในวันที่ 19 ธันวาคมปีเดียวกัน เขาต้องเข้ารับการผ่าตัดต่อมน้ำลายพาโรทิดซึ่งเป็นอาการที่เคยผ่าตัดมาแล้วครั้งหนึ่งก่อนหน้านั้นหนึ่งปี ระหว่างที่บิลาโนบาพักรักษาตัว จอร์ดี รูราผู้ช่วยโค้ชรับหน้าที่คุมทีมแทนในสนามแข่งแทน สถานการณ์แบบนี้ถือเป็นความท้าทายใหญ่สำหรับทีมใหญ่ระดับบาร์เซโลนา เพราะการขาดหัวหน้าโค้ชตัวจริงไปกลางฤดูกาลมักส่งผลต่อการตัดสินใจสำคัญ ๆ ทั้งเรื่องแทคติกและการจัดการห้องแต่งตัว แต่ผลงานในสนามกลับไม่ได้ทรุดลงตามที่หลายคนกังวล ส่วนหนึ่งเป็นเพราะทีมชุดนี้มีผู้เล่นที่คุ้นเคยกับปรัชญาการเล่นของสโมสรมาอย่างยาวนานอยู่แล้ว ทำให้แนวทางการเล่นโดยรวมไม่ได้เปลี่ยนไปมากนักแม้ผู้นำข้างสนามจะเปลี่ยนหน้าไป เรื่องราวของฤดูกาลนี้จึงมักถูกเล่าควบคู่กันเสมอ ทั้งในแง่ของความสำเร็จด้านตัวเลขและในแง่ของกำลังใจที่ทีมงานและผู้เล่นต้องมอบให้กับหัวหน้าโค้ชที่ต้องต่อสู้กับปัญหาสุขภาพไปพร้อมกับการทำหน้าที่คุมทีมในบางช่วง

ทำไมแต้มสูงขนาดนี้ถึงไม่ได้แปลว่าทีมสมบูรณ์แบบ

แม้จะกวาด 100 แต้มในลีกได้สำเร็จ แต่ฤดูกาลเดียวกันนี้บาร์เซโลนากลับเจอกับความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ในถ้วยยุโรป โดยตกรอบรองชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกให้กับบาเยิร์น มิวนิก หลังแพ้ไปถึง 0-4 ในเกมเยือนที่อาลิอันซ์ อารีนา ซึ่งถูกระบุว่าเป็นความพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ที่สุดของทีมในเวทียุโรปในรอบ 16 ปี ก่อนจะแพ้ต่ออีก 0-3 ในนัดที่สองที่บ้านตัวเอง ความแตกต่างระหว่างผลงานในลีกกับผลงานในถ้วยยุโรปแบบสุดขั้วนี้แสดงให้เห็นว่าทีมที่แข็งแกร่งพอจะครองความเป็นเจ้าลีกในประเทศได้อย่างเบ็ดเสร็จ ก็ยังมีจุดอ่อนที่ทีมระดับเดียวกันในยุโรปสามารถเจาะเข้ามาทำลายได้เช่นกัน โดยเฉพาะเมื่อต้องเจอทีมที่มีความเร็วและพลังกายภาพเหนือกว่าในสถานการณ์เฉพาะหน้า 100 แต้มในลีกจึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพรวมทั้งฤดูกาล ไม่ใช่หลักฐานว่าทีมไร้จุดอ่อนโดยสิ้นเชิง

สถิติ 100 แต้มอยู่ตรงไหนในประวัติศาสตร์ลาลีกา

บาร์เซโลนาการันตีแชมป์ลีกสมัยที่ 22 ได้ในวันที่ 11 พฤษภาคม 2013 หลังเรอัลมาดริดเปิดบ้านเสมอกับเอสปันญอล ทำให้ทีมมีคะแนนนำห่างคู่แข่งอยู่ 8 แต้มโดยเหลือการแข่งขันอีก 2 นัด ก่อนที่ตัวเลขสุดท้ายจะขยับไปอยู่ที่ 100 แต้มเมื่อจบฤดูกาลจริง ตัวเลขนี้เท่ากับสถิติที่เรอัลมาดริดเพิ่งทำไว้ในฤดูกาลก่อนหน้าอย่าง 2011-12 พอดี ทำให้จนถึงขณะนี้มีเพียงสองฤดูกาลเท่านั้นในประวัติศาสตร์ลาลีกาที่ทีมแชมป์ทำแต้มได้ถึงหลักร้อย และทั้งสองฤดูกาลนั้นก็เกิดขึ้นติดต่อกันพอดี การที่คู่ปรับตลอดกาลอย่างเรอัลมาดริดและบาร์เซโลนาต่างผลัดกันทำสถิตินี้ในสองฤดูกาลติดกัน สะท้อนว่าช่วงเวลานั้นคือจุดที่มาตรฐานการเก็บแต้มของทีมระดับบนสุดของลาลีกาถูกยกระดับขึ้นไปอีกขั้นจากที่เคยเป็นมาในอดีต

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO