บาร์ซาแชมป์แรกในลีกปี 1929 เกิดจากการกลับมาหลังเริ่มฤดูกาลอย่างติดขัด บาร์เซโลนาต้องไล่เรอัลมาดริด เปลี่ยนผู้รับผิดชอบหลักด้านการฝึกสอน และรอเกมตกค้างที่อาเรนัสจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน ชัยชนะ 2–0 ในวันนั้นจึงเป็นปลายทางของการลุ้นแชมป์ที่ยาวกว่าภาพตารางคะแนนสุดท้าย
ความน่าสนใจอยู่ที่ทีมไม่ได้ชนะมากกว่ามาดริด ทั้งสองสโมสรจบด้วยชัยชนะสิบเอ็ดนัดเท่ากัน แต่บาร์เซโลนามีผลเสมอมากกว่าและแพ้น้อยกว่า สองคะแนนที่แยกแชมป์กับรองแชมป์จึงมาจากภาพรวมของฤดูกาล รวมถึงความสามารถในการกลับมาเก็บผลการแข่งขันหลังผ่านช่วงยากลำบาก
บาร์ซาแชมป์แรกเริ่มต้นด้วยความไม่แน่นอน
ก่อนลีกถือกำเนิด บาร์เซโลนาเป็นทีมที่มีความสำเร็จในรายการเดิมอยู่แล้ว โรมา ฟอร์นส์พาทีมได้แชมป์กาตาลุญญาและแชมป์สเปนในฤดูกาล 1927/28 ประสบการณ์นั้นเป็นพื้นฐานของทีม แต่ไม่ได้ทำให้การลงเล่นรายการลีกใหม่เป็นเส้นทางที่ราบรื่นโดยอัตโนมัติ
หลังเปิดลีกด้วยชัยชนะเหนือราซิงซันตันเดร์ บาร์เซโลนากลับแพ้เรอัลมาดริด 1–2 ที่เลสกอร์ตส์ในการลงสนามนัดที่สอง และตามมาด้วยผลการแข่งขันที่ไม่น่าพอใจ ความพ่ายแพ้ต่อคู่แข่งร่วมลุ้นแชมป์ตั้งแต่ต้นทำให้ทีมต้องเป็นฝ่ายแก้สถานการณ์ แทนที่จะเริ่มด้วยการรักษาความได้เปรียบ
ช่วงดังกล่าวยังมีการเปลี่ยนแปลงในฝ่ายบริหาร อาร์กาดี บาลาเกร์ลาออกจากตำแหน่งประธานเมื่อวันที่ 23 มีนาคม และโตมาส โรเซสเข้ามารับหน้าที่ต่อ การเปลี่ยนผ่านไม่ได้เกิดเฉพาะบนสนามแข่งขัน แต่รวมถึงคนที่ตัดสินใจเลือกแนวทางของทีมด้วย
ฟอร์นส์กับเบลลามีมีส่วนในทีมแชมป์เดียวกัน
ประธานคนใหม่เลือกเจมส์ เบลลามีมารับหน้าที่แทนฟอร์นส์ในตำแหน่งหลักด้านการฝึกสอน อย่างไรก็ตาม ฟอร์นส์ไม่ได้หายไปจากทีม เขายังคงทำงานเป็นผู้ช่วย ประวัติผู้ฝึกสอนของสโมสรจึงให้เครดิตทั้งสองคนในฐานะทีมงานที่พาบาร์เซโลนาได้แชมป์ลีกครั้งแรก
ลำดับนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมชื่อฟอร์นส์และเบลลามีจึงปรากฏคู่กันเมื่อพูดถึงฤดูกาล 1928/29 ฟอร์นส์เป็นผู้เริ่มต้นฤดูกาลลีกและมีผลงานสร้างทีมก่อนหน้า ส่วนเบลลามีเข้ามารับผิดชอบในช่วงที่ต้องพลิกสถานการณ์ การระบุเพียงชื่อเดียวโดยไม่บอกช่วงเวลาย่อมทำให้บทบาทอีกคนหายไป
การกลับมาไล่ทันมาดริด
เมื่อถึงช่วงเปลี่ยนผู้ฝึกสอน เรอัลมาดริดนำบาร์เซโลนาอยู่เจ็ดคะแนน จากนั้นบาร์เซโลนาชนะเก้านัดและเสมอสองนัดในสิบเอ็ดเกมที่เหลือ การไม่แพ้ตลอดช่วงนั้นทำให้การไล่ตามเปลี่ยนจากความหวังเป็นโอกาสคว้าแชมป์จริง
หนึ่งในชัยชนะสำคัญคือเกมเยือนมาดริดวันที่ 9 พฤษภาคม 1929 บาร์เซโลนาชนะ 1–0 จากประตูของซาสเตร บันทึกการแข่งขันของสโมสรระบุว่าเขายิงในนาทีที่ 83 ผลนี้ทำให้บาร์เซโลนาเอาชนะคู่แข่งที่เคยบุกมาชนะตนเองในช่วงต้นลีกได้ถึงบ้าน
เกมเดือนพฤษภาคมยังไม่ได้ตัดสินแชมป์ทันที แต่มีผลต่อทั้งสองฝั่งของการแข่งขันลุ้นตำแหน่ง บาร์เซโลนาเก็บชัยชนะ ขณะที่มาดริดไม่ได้คะแนนจากการพบกันครั้งนั้น ประตูช่วงท้ายของซาสเตรจึงเป็นเหตุการณ์สำคัญระหว่างทาง ก่อนที่คนยิงประตูในเกมปิดฤดูกาลจะเป็นอีกคนหนึ่ง

ทำไมยังมีเกมที่ต้องเล่นหลังมาดริดจบโปรแกรม
เมื่อเรอัลมาดริดแข่งขันครบ บาร์เซโลนามีคะแนนเท่ากันแต่ยังเหลือเกมเยือนอาเรนัส เด เกตโซหนึ่งนัด ซึ่งเลื่อนมาจากกำหนดเดิม เกมดังกล่าวลงแข่งขันจริงวันที่ 30 มิถุนายน 1929 จึงเป็นเกมสุดท้ายตามลำดับการลงสนามของบาร์เซโลนาในลีกครั้งนั้น
สถานการณ์ก่อนเริ่มเกมต่างจากการมีนัดชิงระหว่างสองทีมที่ลุ้นแชมป์ มาดริดไม่ได้ลงสนามกับบาร์เซโลนาในวันตัดสิน ส่วนอาเรนัสเป็นคู่แข่งตามโปรแกรมลีกที่ยังแข่งขันไม่ครบ การเลื่อนเกมทำให้ผลของคู่นี้กลายเป็นชิ้นสุดท้ายที่จะเติมตารางคะแนนให้สมบูรณ์
ทั้งสองทีมลุ้นแชมป์มี 23 คะแนนก่อนเกมตกค้าง ชัยชนะของบาร์เซโลนาทำให้เพิ่มเป็น 25 คะแนนและอยู่เหนือมาดริดสองคะแนน ลำดับนี้อธิบายความสำคัญของวันที่ 30 มิถุนายนได้โดยไม่ต้องเรียกเกมนั้นว่ารอบชิงชนะเลิศ หรือเข้าใจว่าคู่แข่งคือเรอัลมาดริด
สองประตูของปาเรราปิดการแข่งขันที่เกตโซ
บาร์เซโลนายังเจาะประตูอาเรนัสไม่ได้ในครึ่งแรก จนหลังพักครึ่งมานูเอล ปาเรราจึงทำประตูจากลูกเปิดของปีเอรา ก่อนยิงประตูที่สองจากการส่งของซามิเตียร์ ทั้งสองจังหวะเปลี่ยนเกมที่ยังเสมอให้เป็นชัยชนะ 2–0 ของทีมเยือน
รายงานย้อนหลังของสโมสรระบุประตูแรกในนาทีที่ 65 และประตูที่สองแปดนาทีต่อมา บทบาทในเกมนี้จึงไม่ได้มีเฉพาะผู้จบสกอร์ ปีเอราและซามิเตียร์ต่างเกี่ยวข้องกับการสร้างโอกาสที่นำไปสู่สองประตู ส่วนปาเรราเป็นคนทำให้โอกาสเหล่านั้นกลายเป็นผลที่ตัดสินตำแหน่ง
ปาเรรายังเป็นผู้ทำประตูแรกของบาร์เซโลนาในประวัติศาสตร์ลีกตั้งแต่เกมที่ราซิงซันตันเดร์ การยิงสองประตูใส่อาเรนัสจึงทำให้ชื่อของเขาเชื่อมจุดเริ่มต้นและปลายทางของฤดูกาลแรก แม้ดาวยิงสูงสุดของทีมตลอดลีกครั้งนั้นจะเป็นซาสเตรซึ่งทำสิบเอ็ดประตูก็ตาม

สิบเอ็ดชัยชนะเท่ากัน แต่ผลลัพธ์ต่างกัน
| ทีม | ชนะ | เสมอ | แพ้ | คะแนน |
|---|---|---|---|---|
| บาร์เซโลนา | 11 | 3 | 4 | 25 |
| เรอัลมาดริด | 11 | 1 | 6 | 23 |
บาร์เซโลนาจบสิบแปดเกมด้วยประตูได้ 37 และเสีย 23 แต่ความต่างที่เห็นทันทีเมื่อเทียบมาดริดคือผลเสมออีกสองนัดและความพ่ายแพ้ที่น้อยกว่าสองนัด เส้นทางแชมป์จึงประกอบด้วยทั้งชัยชนะสำคัญอย่างเกมเยือนมาดริด การรักษาผลในวันที่ไม่ชนะ และการปิดงานกับอาเรนัส หลังจากเคยตกเป็นฝ่ายตามอยู่มากในช่วงต้นฤดูกาล

