โปรตุเกสโกงตาย! รามอสโขกชัยนาทีบาป ดับฝันโครเอเชีย
โปรตุเกสต้องเหนื่อยหนักกว่าที่คิด หลังถูกโครเอเชียขึ้นนำก่อนในครึ่งหลัง แต่ทัพฝอยทองยังแสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจที่แข็งแกร่ง ไล่ตีเสมอจากจุดโทษของ คริสเตียโน โรนัลโด ก่อนมาได้ประตูชัยสุดดราม่าช่วงทดเวลาบาดเจ็บจาก กอนซาโล รามอส ขณะที่โครเอเชียเกือบยื้อเกมได้จนวินาทีสุดท้าย แต่ VAR ริบประตูตีเสมอ ส่งให้โปรตุเกสพลิกเข้ารอบด้วยชัยชนะ 2-1 และนี่คือไฮไลต์สำคัญทั้งหมดของเกมสุดเดือดคู่นี้
รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม
โปรตุเกส (4-2-3-1): ดิโอโก คอสตา; ฌาว กังเซโล, รูเบน ดิอาส, เรนาโต เวกา, นูโน เมนเดส; ฌาว เนเวส, วิตินญา; เปโดร เนโต, บรูโน แฟร์นันดส์, ราฟาเอล เลเอา; คริสเตียโน โรนัลโด
โครเอเชีย (4-2-3-1): โดมินิก ลิวาโควิช; อิวาน เปริชิช, มาริน ปองกราซิช, โยซิป ชูตาโล, โยซิป สตานิชิช; มาเตโอ โควาชิช, ลูกา โมดริช; มาร์ติน บาตูรินา, เปตาร์ ซูชิช, นิโคลา วลาชิช; อันเต บูดิเมียร์
ครึ่งแรก
นาที 3: โครเอเชียได้ลุ้นก่อน บูดิเมียร์ยิงจ่อๆ แต่ ดิโอโก คอสตา เซฟเอาไว้ได้
นาที 4: โปรตุเกสตอบโต้ทันที เลเอาจ่ายให้ บรูโน แฟร์นันดส์ ซัดเต็มข้อ แต่ลิวาโควิชป้องกันไว้ได้
นาที 16: เรนาโต เวกา โหม่งจากลูกเตะมุม แต่บอลข้ามคาน
นาที 17: รูเบน ดิอาส โดนใบเหลืองจากจังหวะศอกใส่บูดิเมียร์
นาที 23: โปรตุเกสเกือบได้ประตู เนโตรอชาร์จหน้าปากประตู แต่ปองกราซิชโหม่งสกัดได้ทัน
นาที 28: บาตูรินาซัดไกลให้โครเอเชีย แต่เรนาโต เวกาพุ่งบล็อกไว้ได้
นาที 33: บรูโนได้ยิงสองจังหวะติด แต่ลิวาโควิชเซฟก่อนแนวรับโครเอเชียช่วยกันเคลียร์
นาที 45+1: เลเอาวอลเลย์เต็มข้อจากหน้าเขตโทษ บอลข้ามคาน
จบครึ่งแรก: โปรตุเกส เสมอ โครเอเชีย 0-0
ครึ่งหลัง
นาที 48: โควาชิชหลุดเข้าไปยิง แต่ดิโอโก คอสตาใช้ปลายเท้าเซฟช่วยโปรตุเกส
นาที 53: GOAL! โครเอเชียขึ้นนำ 1-0 จาก อิวาน เปริชิช ยิงผ่านคอสตาเข้าไปอย่างเฉียบขาด
นาที 56: มาตาโนวิชส่งบอลเข้าประตูได้ แต่ถูกจับล้ำหน้า
นาที 58: เลเอาปั่นโค้งสุดสวย บอลชนคานอย่างน่าเสียดาย
นาที 61: โรนัลโดส่งบอลเข้าประตู แต่ VAR ยืนยันเป็นจังหวะล้ำหน้า
นาที 66: โปรตุเกสได้จุดโทษ หลัง VAR พบว่าวลาชิชดึงเสื้อเรนาโต เวกา
นาที 68: GOAL! คริสเตียโน โรนัลโด ยิงจุดโทษตีเสมอ 1-1
นาที 75: โควาชิชยิงไกลชนเสา ก่อนตามซ้ำอีกครั้งแต่คอสตาเซฟไว้ได้
นาที 77: มาตาโนวิชหลุดเดี่ยวในมุมแคบ แต่คอสตายังปิดมุมเซฟได้
นาที 80: โครเอเชียส่งบอลเข้าประตูอีกครั้ง แต่ถูกจับล้ำหน้า
นาที 89: ปาชาลิชโหม่งโล่งๆ หลุดเสาไปอย่างน่าเสียดาย
นาที 90+4: GOAL! กอนซาโล รามอส โขกจากลูกเปิดของเลเอา พาโปรตุเกสแซงนำ 2-1
นาที 90+15: โครเอเชียตีเสมอได้ แต่ VAR ริบประตูคืนจากจังหวะล้ำหน้า
นาที 90+19: จบเกม โปรตุเกส พลิกชนะ โครเอเชีย 2-1 ผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแบบสุดดราม่า
สรุปภาพรวมหลังเกม โปรตุเกส vs โครเอเชีย
โปรตุเกสและโครเอเชียเปิดเกมแลกกันอย่างสูสีตั้งแต่ต้น ต่างฝ่ายต่างสร้างโอกาสหลายครั้งแต่ผู้รักษาประตูทั้งสองทีมโชว์ฟอร์มเหนียวแน่น ทำให้จบครึ่งแรกแบบไร้สกอร์ ก่อนที่ครึ่งหลังโครเอเชียจะขึ้นนำจาก อิวาน เปริชิช แต่โปรตุเกสไม่ยอมแพ้ ไล่ตีเสมอจากจุดโทษของ คริสเตียโน โรนัลโด ก่อนมาได้ประตูชัยช่วงทดเวลาบาดเจ็บจาก กอนซาโล รามอส ขณะที่โครเอเชียเกือบตีเสมอได้ในนาทีท้าย แต่ VAR ริบประตูคืน ทำให้โปรตุเกสพลิกแซงชนะ 2-1 พร้อมผ่านเข้าสู่รอบต่อไปแบบสุดดราม่า ส่วนโครเอเชียต้องยุติเส้นทางฟุตบอลโลกอย่างน่าเสียดาย
บทวิเคราะห์เกมถัดไป โปรตุเกส vs สเปน
วันที่: 7 กรกฎาคม 2026
เวลา: 02:00 น. (เวลาประเทศไทย)
สนาม: ดัลลาส สเตเดียม (AT&T Stadium)
เมือง: อาร์ลิงตัน, รัฐเท็กซัส, สหรัฐอเมริกา
นี่คือหนึ่งในคู่ที่สูสีที่สุดของรอบ 16 ทีมสุดท้าย โดยโปรตุเกสเพิ่งผ่านเกมสุดดราม่ากับโครเอเชียมาได้ ทำให้ขวัญกำลังใจของทีมกำลังอยู่ในจุดสูงสุด แต่ก็เห็นได้ชัดว่าแนวรับยังมีจังหวะเสียสมาธิและเปิดพื้นที่ให้คู่แข่งเล่นงานหลายครั้ง ขณะที่เกมรุกยังต้องหวังความเฉียบขาดของ คริสเตียโน โรนัลโด, ราฟาเอล เลเอา และกอนซาโล รามอส เป็นหลัก
ฝั่งสเปนกลับดูสมดุลกว่า หลังถล่มออสเตรีย 3-0 ด้วยฟอร์มที่ทั้งเกมรุกและเกมรับทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม พวกเขาครองบอลได้เหนือกว่า สร้างโอกาสได้ต่อเนื่อง และยังไม่เสียประตูในรอบน็อกเอาต์ อีกทั้งการประสานงานของ ลามีน ยามาล, มิเกล โอยาร์ซาบัล และแดนกลางที่คุมจังหวะเกมได้ดี ทำให้สเปนดูมีความพร้อมมากกว่าเล็กน้อย
หากโปรตุเกสสามารถเปลี่ยนเกมให้เป็นการเล่นสวนกลับและใช้ความเร็วของแนวรุกได้ ก็มีโอกาสสร้างปัญหาให้สเปนไม่น้อย แต่หากเกมยังสูสียืดเยื้อ สเปนน่าจะอาศัยคุณภาพในการครองบอลและความนิ่งในจังหวะสุดท้ายเบียดคว้าชัยได้
สกอร์ที่คาด: สเปน ชนะ โปรตุเกส 2-1
บทสรุปส่งท้าย
แม้โครเอเชียจะต่อสู้อย่างสมศักดิ์ศรีและเกือบยื้อเกมได้จนถึงวินาทีสุดท้าย แต่สุดท้ายเป็นโปรตุเกสที่แสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจของทีมใหญ่ พลิกสถานการณ์กลับมาคว้าชัย 2-1 พร้อมตีตั๋วเข้าสู่รอบต่อไป เกมนี้ยังเป็นอีกค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ของ คริสเตียโน โรนัลโด ที่ยิงประตูแรกของตัวเองในรอบน็อกเอาต์ฟุตบอลโลก พร้อมกลายเป็นผู้เล่นอายุมากที่สุดที่ทำประตูได้ในรอบน็อกเอาต์ของเวิลด์คัพ ขณะที่ฝั่งโครเอเชียต้องยุติเส้นทางไว้เพียงรอบนี้ และอาจเป็นการปิดฉากฟุตบอลโลกของ ลูกา โมดริช อย่างน่าเสียดาย หลังต่อสู้จนถึงเสียงนกหวีดสุดท้าย

