ผลบอลโลก ฝรั่งเศส ถล่ม สวีเดน 3-0 ลิ่วรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ผลบอลโลก ฝรั่งเศส ถล่ม สวีเดน 3-0 ลิ่วรอบ 16 ทีมสุดท้าย

ตราไก่ไล่ต้อนนิ่ม! ฝรั่งเศส ถล่ม สวีเดน 3-0 “เอ็มบัปเป้” เบิ้ล “โอลิเซ่” แฮตทริกแอสซิสต์

 

ศึกฟุตบอลโลกรอบน็อกเอาต์ที่มหานครนิวยอร์กเดือดระอุ! เมื่อทัพ “ตราไก่” ทีมชาติฝรั่งเศส โชว์ฟอร์มสมราคาเต็งแชมป์ ไล่ต้อนเอาชนะคู่ปรับร่วมทวีปอย่างสวีเดนไปอย่างขาดลอย 3-0 โดยเกมนี้แนวรุกของฝรั่งเศสประสานงานกันได้อย่างไร้ที่ติ นำโดย คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่เหมาคนเดียวสองประตู และแผงฤทธิ์เดชของ ไมเคิล โอลิเซ่ ที่ระเบิดฟอร์มทำแฮตทริกแอสซิสต์ จารึกสถิติใหม่ให้ประวัติศาสตร์ทัพตราไก่ พร้อมตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้อย่างสง่างาม เราไปย้อนดูไฮไลท์และเหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นในแมตช์หยุดโลกนัดนี้กันเลยครับ

รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม

 

ฝรั่งเศส (4-2-3-1): ไมค์ เมนญอง; ฌูลส์ กุนเด้, ดาโยต์ อูปาเมกาโน่, วิลเลียม ซาลิบา, ลูก้าส์ ดีญ; โอเรเลียง ชูอาเมนี่, อาเดรียง ราบิโอต์; อุสมาน เดมเบเล่, ไมเคิล โอลิเซ่, แบรดลีย์ บาร์โคล่า; คิลิยัน เอ็มบัปเป้

สวีเดน (3-4-2-1): ยาคอบ วิเดลล์ แซตเตอร์สตรอม; กุสตาฟ ลาเกอร์บีลเก้, วิคตอร์ ลินเดเลิฟ, กาเบรียล กุดมุนด์สสัน; ดาเนียล สเวนสสัน, ยาซิน อายารี่, ลูคัส เบิร์กวัลล์, เอลเลียต สเตราด์; แอนโทนี่ อีแลงก้า, อเล็กซานเดอร์ อิซัค; วิคเตอร์ โยเคอเรส

 

ครึ่งแรก

 

นาทีที่ 3: สวีเดนเริ่มเกมได้ดี โยเคอเรส เบียดชนะ ซาลิบา ก่อนจ่ายย้อนให้ อิซัค ได้สับไกยิงจากเส้นกรอบเขตโทษ แต่บอลเบาเกินไป เมนญอง รับสบายน้ำลายไม่กระเด็น

 

นาทีที่ 20: เอ็มบัปเป้ หลุดเดี่ยวขึ้นมาตรงกลาง ก่อนแปบอลสวนตัวผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างนิ่ง ๆ แต่ไลน์แมนยกธงล้ำหน้า ซึ่งภาพช้าก็ยืนยันว่าล้ำหน้าไปนิดเดียวจริง ๆ

 

นาทีที่ 30: เอ็มบัปเป้ แทงบอลทะลุช่องให้ ราบิโอต์ หลุดไปอัดเต็มข้อจากมุมแคบ ทำเอา แซตเตอร์สตรอม ต้องออกแรงเซฟล้มตัวปัดออกหลังไป

 

นาทีที่ 32: กุนเด้ ตักบอลตัดหลังแนวรับมาให้ เอ็มบัปเป้ ที่ยืนโล่ง ๆ ที่เสาไกล เจ้าตัวตวัดยิงจังหวะเดียวทันที แต่โดนไม่เต็มใบ บอลพุ่งชนโคนเสาแรกอย่างน่าเสียดาย ก่อนผู้รักษาประตูจะตามตะครุบไว้ได้

 

นาทีที่ 36: จังหวะหวาดเสียวที่สุดของเกม โอลิเซ่ กระโดดฟาด (Overhead kick) ในกรอบเขตโทษ บอลพุ่งชนเสาไกลอย่างจัง ลูกกระดอนมาเข้าทาง เดมเบเล่ ซ้ำดาบสองหลุดกรอบไปนิดเดียว ชวดได้ประตูสุดสวยซูเปอร์โชว์

 

นาทีที่ 38: ลินเดเลิฟ พลาดท่าจับบอลลั่น เลยพยายามแก้ตัวด้วยการสไลด์เปิดปุ่มใส่ โอลิเซ่ เต็ม ๆ จนเกือบมีเรื่องกระทบกระทั่งกัน แต่กัปตันทีมสวีเดนยังโชคดีรอดพ้นจากการโดนลงโทษหนัก

 

นาทีที่ 42: ฝรั่งเศสโหมบุกหนัก เอ็มบัปเป้จ่ายให้ บาร์โคล่า เปิดเข้ากลาง กองหลังสวีเดนสกัดไม่ขาดมาเข้าทาง โอลิเซ่ ได้แต่งแล้วปั่นโค้งจากเส้นกรอบเขตโทษ บอลหลุดเสาไปนิดเดียว

 

นาทีที่ 45: คิลิยัน เอ็มบัปเป้! จังหวะต่อเนื่องจากลูกเตะมุม ฝรั่งเศสเล่นสั้นกันระหว่าง โอลิเซ่, เดมเบเล่ และเอ็มบัปเป้ ก่อนที่เอ็มบัปเป้จะดึงจังหวะหลอกกองหลังในกรอบเขตโทษแล้วยิงหักข้อเสียบหน้าต่างเสาไกลเข้าไปอย่างสุดสวย แซตเตอร์สตรอม นายทวารสวีเดนได้แต่ขาตาย ปล่อยให้ทัพตราไก่ทะยานนำก่อนจบครึ่งแรก

 

นาทีที่ 45’+2: อีแลงก้า กึ่งยิงกึ่งผ่านเลียดมาจากฝั่งขวา บอลหลุดมาถึง สเตราด์ แต่โดนกองหลังกดดันทำให้ยิงโด่งข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย

 

นาทีที่ 45’+3: ผู้เล่นสวีเดนล้มลงในกรอบเขตโทษ ผู้ตัดสินเป่านกหวีดทำเอาสวีเดนเกือบได้เฮ แต่สุดท้ายกลายเป็นการเป่าฟาล์วล้ำหน้าไปก่อนล่วงหน้า ทำให้ฝรั่งเศสรอดตัวไป

 

ครึ่งหลัง

 

นาทีที่ 53: แบรดลีย์ บาร์โคล่า! ชูอาเมนี่ตัดบอลได้ในแดนกลางก่อนจ่ายให้ โอลิเซ่ พลิกบอลแล้วแทงทะลุช่องลอดขากองหลังสวีเดนหลุดไปถึง บาร์โคล่า ดึงจังหวะแต่งเข้าขวาแล้วแปสวนตัว แซตเตอร์สตรอม เข้าไปอย่างเฉียบคม ฝรั่งเศสขยับนำห่างเป็นสองประตู

นาทีที่ 61: ไมเคิล โอลิเซ่ ที่วันนี้ฟอร์มฮอตสุด ๆ ได้จังหวะแต่งเข้าซ้ายแล้วปั่นโค้งจากเส้นกรอบเขตโทษเล็งเสากลาง แต่ แซตเตอร์สตรอม ยังบินปัดออกไปได้ดี

 

นาทีที่ 71: จังหวะสวนกลับเร็วอันตราย เอ็มบัปเป้ ควบตะบอนขึ้นมาก่อนไหลถวายพานให้ โอลิเซ่ เติมขึ้นมาทางขวา แต่ทว่าโอลิเซ่จับบอลแรกห่างตัวเกินไปนิด ทำให้ผู้รักษาประตูสวีเดนออกมาบล็อกลูกยิงไว้ได้ทันควัน

 

นาทีที่ 74: คิลิยัน เอ็มบัปเป้ เบิ้ลลูกสอง! โอลิเซ่ คนเดิมโชว์วิชั่นเหนือชั้น แทงบอลทะลุช่องผ่านแนวรับสวีเดนให้ เอ็มบัปเป้ วิ่งสปีดกึ่งล้ำไม่ล้ำหลุดเดี่ยวเข้าไปเอียงตัวปั่นโค้งเสียบเสาไกลตามเครื่องหมายการค้า ฝรั่งเศสการันตีตั๋วเข้ารอบแทบ 100%

 

นาทีที่ 82: เกมรับสวีเดนเริ่มเปิด บาร์โคล่า ใช้ความคล่องตัวโยกหลอกแนวรับก่อนหลุดเข้าไปยิงในเขตโทษ แต่ แซตเตอร์สตรอม ยังไวออกมาปิดมุมบล็อกลูกยิงเอาไว้ได้

 

นาทีที่ 89: สวีเดนได้ลุ้นประตูตีไข่แตกครั้งแรกแบบจะแจ้งในครึ่งหลัง บอลตกมาเข้าทาง วิกเตอร์ โยเคอเรส ในกรอบเขตโทษ ก่อนเจ้าตัวจะฮาล์ฟวอลเลย์ยิงยัดทันที แต่ ไมค์ เมนญอง ยังซูเปอร์เซฟปัดทิ้งไปได้

 

นาทีที่ 90’+4: สวีเดนยังไม่ยอมแพ้ อีแลงก้า ไหลบอลให้ สวานเบิร์ก หลุดไปอัดเต็มข้อจากมุมแคบ แต่ เมนญอง ยังคงฟอร์มเหนียวหนึบ ทุบระเบิดบอลทิ้งออกไปได้สำเร็จ

ภาพรวมหลังแมตช์ ฝรั่งเศส vs สวีเดน

 

ฝรั่งเศสโชว์ฟอร์มเหนือชั้นไล่ถล่มสวีเดนขาดลอย 3-0 โดยได้ประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาทีสุดท้ายของครึ่งแรกจาก คิลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่ดึงจังหวะหลอกในเขตโทษแล้วยิงหักข้อเสียบเสาไกลอย่างสุดสวย หลังจากที่ก่อนหน้านั้นฝรั่งเศสส่งบอลซุกก้นตาข่ายและยิงชนเสาไปหลายครั้ง 

 

ครึ่งหลังทัพตราไก่ยังคงพับสนามบุกและมาได้เพิ่มอีกสองประตูจาก แบรดลีย์ บาร์โคล่า ในนาทีที่ 53 ที่แต่งเข้าขวาแล้วแปสวนตัวผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเฉียบคม ก่อนที่เอ็มบัปเป้จะมาบวกประตูที่สองของตัวเองในนาทีที่ 74 จากจังหวะหลุดเดี่ยวเข้าไปปั่นโค้งเสียบเสาไกลตามเครื่องหมายการค้า โดยทั้งสามประตูในเกมนี้มาจากฟอร์มอันยอดเยี่ยมของ ไมเคิล โอลิเซ่ ที่เหมาจ่ายคนเดียว 3 แอสซิสต์ ช่วยให้ฝรั่งเศสการันตีตั๋วผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ

บทวิเคราะห์เกมถัดไป ฝรั่งเศส vs ปารากวัย

วันที่แข่งขัน: วันอาทิตย์ที่ 5 กรกฎาคม 2026 (ตามเวลาประเทศไทย)

เวลา: 04:00 น.

สนาม: ฟิลาเดลเฟีย สเตเดียม, เมืองฟิลาเดลเฟีย, สหรัฐอเมริกา

 

ฝรั่งเศสกำลังอยู่ในช่วงที่ฟอร์มร้อนแรง หลังเพิ่งเอาชนะสวีเดน 3-0 ด้วยเกมรุกที่เฉียบคม นำโดย คีลิยัน เอ็มบัปเป้ ที่กำลังมั่นใจสุดขีด ขณะที่แนวรับก็เล่นกันอย่างมีวินัย เสียโอกาสให้คู่แข่งน้อยมาก ทำให้ทัพ “ตราไก่” ถูกยกให้เป็นหนึ่งในตัวเต็งลุ้นแชมป์ของรายการนี้

 

ด้านปารากวัยสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ด้วยการเขี่ยเยอรมนีตกรอบจากการดวลจุดโทษ หลังเล่นเกมรับได้อย่างเหนียวแน่นและมีวินัยตลอด 120 นาที เกมนี้พวกเขาน่าจะเลือกตั้งรับลึกแล้วรอโต้กลับเหมือนเดิม เพราะหากเปิดหน้าแลกกับฝรั่งเศสตั้งแต่ต้น มีโอกาสโดนแนวรุกความเร็วสูงลงโทษได้ทุกเมื่อ อย่างไรก็ตาม หากปารากวัยยื้อเกมให้นานที่สุดได้ ความกดดันก็อาจตกไปอยู่ฝั่งฝรั่งเศสเช่นกัน

สกอร์ที่คาด: ฝรั่งเศส 2-0 ปารากวัย

บทสรุปส่งท้าย

ฝรั่งเศสกำลังอยู่ในช่วงที่ท็อปฟอร์มและลงตัวสุด ๆ ทั้งความเฉียบคมของ คิลิยัน เอ็มบัปเป้ และการสร้างสรรค์เกมระดับโลกของ ไมเคิล โอลิเซ่ ทำให้พวกเขากลายเป็นหนึ่งในเต็งหนึ่งที่มีเกมรุกน่ากลัวที่สุดในทัวร์นาเมนต์นี้ อย่างไรก็ตาม การต้องโคจรมาพบกับ ปารากวัย ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ถือเป็นบททดสอบขนานแท้ที่จะวัดทั้งความอดทนและระเบียบวินัย แท็กติกเกมรับที่เหนียวแน่นดุดันตามสไตล์อเมริกาใต้จะกลายเป็นโจทย์หินที่ท้าทายปรัชญาฟุตบอลของ ดีดิเยร์ เดส์ชองส์ อย่างแน่นอน

หากขุนพลตราไก่ยังคงรักษามาตรฐานการเล่น รวบรวมสมาธิ และไม่ประมาทในจังหวะสวนกลับเร็ว คาดว่าความหลากหลายและความสามารถเฉพาะตัวของแผงแนวรุกระดับโลกจะยังคงเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ฝรั่งเศสเจาะกำแพงเหล็กของปารากวัย และตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไปได้อย่างราบรื่น เพื่อสานฝันบนเส้นทางสู่บัลลังก์แชมป์โลกในท้ายที่สุด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

24/7 Fun8824/7 JBO