ดราม่าส่งท้าย! ตุรกีเฉือนสหรัฐอเมริกา 3-2 แต่ยังแชมป์กลุ่มเข้ารอบ 32 ทีมบอลโลก
ตุรกีไม่ยอมกลับบ้านมือเปล่า ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม D นัดสุดท้าย ที่สถานการณ์พลิกผันตลอด 90 นาที โดยทัพ “พญาอินทรี” สหรัฐอเมริกา แม้จะโดนทีเด็ดของ ทูร์เคีย (ตุรกี) ฮึดเฉือนชนะไปอย่างสุดเดือด 3-2 แต่คะแนนเก่าที่ตุนไว้ยังดีพอที่จะส่งพวกเขาเข้ารอบ 32 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม ควงแขน ออสเตรเลีย รองแชมป์กลุ่มตีตั๋วลิ่วรอบน็อคเอาท์ต่อไป ส่วน ปารากวัย ที่จบอันดับ 3 ยังได้ลุ้นยาวๆ กับโควตาอันดับ 3 ที่ดีที่สุด เพื่อสร้างประวัติศาสตร์ไปลุยต่อในรอบต่อไป
รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้ง 2 ทีม
ตุรกี (4-2-3-1): อูอูร์จัน ชาคียร์; เอแรน เอลมารี, อับดุลเคอริม บาร์ดักชี, โอซาน คาบัค, เซคี เชลิค; ออร์คุน เคิกชู, ซาลิห์ เอิซจาน; เคนาน ยิลดิซ, อาร์ดา กูแลร์, โอกูซ ไอดิน; บาริช อัลแปร์ ยิลมาซ
สหรัฐอเมริกา (4-2-3-1): แมตต์ เทอร์เนอร์; มาร์ค แมคเคนซี, ไมลส์ โรบินสัน, ออสตัน ทรัสตี, โจ สแกลลี; เวสตัน แมคเคนนี, เซบาสเตียน เบอร์ฮัลเตอร์; เบรนเดน อารอนสัน, โจวานนี เรย์นา, ทิโมธี เวอาห์; ริคาร์โด เปปี
ครึ่งแรก
นาที 3: สหรัฐอเมริกา นำ 1-0 จากลูกเตะมุมของ เบอร์ฮัลเตอร์ เปิดมาให้ ทรัสตี พักบอลแล้วยิงยัดเสาแรกเข้าไป
นาที 10: ตุรกี ตีเสมอ 1-1 จากจังหวะต่อบอลทำทางของ กูแลร์ ไหลให้ ยิลมาซ สปีดไปตบกลับเข้ากลางมาให้ กูแลร์ วิ่งมาแปเน้นๆ เข้าไป
นาที 12: อารอนสัน ได้โอกาสยิงซ้ำสองจังหวะในกรอบเขตโทษ แต่บอลยังเบาเกินไป ชาคียร์ ล้มตัวเซฟไว้ได้
นาที 19: เบอร์ฮัลเตอร์ สไลด์ช้าไปโดนข้อเท้า เอิซจาน ผู้ตัดสินควักใบเหลืองแรกของเกมให้เบอร์ฮัลเตอร์ทันที
นาที 30: สหรัฐฯ ส่งบอลเข้าประตูจากจังหวะซ้ำจ่อๆ ของ แมคเคนซี แต่ไม่ได้ประตูเนื่องจากมีจังหวะล้ำหน้าไปก่อน
นาที 31: ตุรกี แซงนำ 2-1 เอลมารี หลุดไปสุดเส้นหลังก่อนคัตแบ็กเข้ากลาง เคิกชู สะกิดโดนเข่า ยิลดิซ เปลี่ยนทางเข้าประตูไป
นาที 45: แมคเคนซี วิ่งมาตะบันไกลจากระยะ 30 หลา บอลพุ่งแรงจน ชาคียร์ ต้องกระโดดปัดออกไปด้วยสองมือ
นาที 45+4: สหรัฐฯ เกือบตีเสมอจากลูกเตะมุม เบอร์ฮัลเตอร์ เปิดเข้ามาให้ ทรัสตี ได้เทกตัวโหม่งข้ามคานไปนิดเดียว
ครึ่งหลัง
นาที 49: สหรัฐอเมริกา ตีเสมอ 2-2 บาร์ดักชี โหม่งสกัดลูกทุ่มไกลไม่ดีมาเข้าทาง เบอร์ฮัลเตอร์ วิ่งมาแปเน้นๆ จากระยะ 20 หลา บอลพุ่งเบียดเสาเข้าประตูไป
นาที 63: สหรัฐฯ พลาดโอกาสทอง พูลิซิช หลุดไปยิงติดเซฟ ชาคียร์ บอลกระดอนมาเข้าทาง อารอนสัน ได้ซ้ำจ่อๆ หน้าประตูโล่งๆ แต่ยิงหลุดกรอบออกไปเอง
นาที 64: สหรัฐฯ เกือบได้ประตูอีกครั้ง พูลิซิช ตวัดยิงตามน้ำด้วยซ้ายในกรอบเขตโทษ แต่ ชาคียร์ ยังซูเปอร์เซฟปัดปลายมือดันบอลไปชนเสาเด้งออกมาอย่างเหลือเชื่อ
นาที 72: ยิลดิซ ลากตัดจากซ้ายเข้าในก่อนปั่นโค้งด้วยขวา บอลพุ่งเฉี่ยวเสาสองออกไปนิดเดียว
นาที 90+6: พูลิซิช แทงช่องให้ เปปิ หลุดไปยิงติดบล็อก โซยุนจู แต่ผู้ตัดสินยกธงล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
นาที 90+8: ตุรกี ได้ประตูชัย 3-2 เอิซจาน ตักบอลไปเสาสองให้ อูซุน ตบกลับเข้ากลาง และเป็น อายฮัน วิ่งมาเปลี่ยนทางบอลผ่านตัว เทอร์เนอร์ เข้าประตูไป
สรุปภาพรวมหลังเกม ตุรกี vs สหรัฐอเมริกา
เกมในครึ่งแรกเปิดฉากอย่างร้อนแรงเมื่อ สหรัฐฯ ได้ประตูขึ้นนำเร็วตั้งแต่นาทีที่ 3 จากออสตัน ทรัสตี แต่ตุรกีไม่ยอมง่ายๆ เร่งเครื่องทวงคืนสองประตูรวดจากการยิงของ อาร์ดา กูแลร์ นาทีที่ 10 และ บาริช อัลแปร์ ยิลมาซ ในนาทีที่ 31 พลิกแซงนำเป็น 2-1 ก่อนจบครึ่งแรกไปด้วยสกอร์นี้
เข้าสู่ครึ่งหลัง สหรัฐฯ แก้เกมมาดีและตามตีเสมอเป็น 2-2 ได้สำเร็จจาก เซบาสเตียน เบอร์ฮัลเตอร์ ในนาทีที่ 49 หลังจากนั้นทัพมะกันมีโอกาสทองที่จะแซงนำหลายครั้งแต่ชนเสาและติดเซฟซูเปอร์เซฟของอูอูร์จัน ชาคียร์ อย่างเหลือเชื่อ เกมทำท่าจะจบด้วยผลเสมอ แต่แล้วในช่วงทดเจ็บนาทีที่ 90+8 คาอัน อายฮัน กลายเป็นฮีโร่ซัดประตูชัยให้ตุรกีเฉือนชนะสหรัฐฯ ไปอย่างสุดมัน 3-2 คว้า 3 แต้มเต็มได้สำเร็จ
สรุปตารางคะแนนกลุ่ม D
อันดับ 1 สหรัฐอเมริกา: 6 คะแนน
อันดับ 2 ออสเตรเลีย: 4 คะแนน
อันดับ 3 ปารากวัย: 4 คะแนน
อันดับ 4 ตุรกี: 3 คะแนน
วิเคราะห์สถานการณ์และการแข่งขันนัดต่อไปในรอบน็อกเอาต์
สหรัฐอเมริกา (แชมป์กลุ่ม D)
สหรัฐอเมริกาคว้าแชมป์กลุ่ม D ด้วยผลงาน 6 คะแนนจาก 3 นัด แม้นัดสุดท้ายจะพ่ายให้กับตุรกี 2-3 แต่ชัยชนะเหนือปารากวัยและออสเตรเลียในสองเกมแรกก็เพียงพอให้พวกเขาเข้าป้ายเป็นอันดับหนึ่งของกลุ่ม ด้วยเกมรุกที่ยิงได้ 8 ประตู ถือเป็นหนึ่งในทีมที่มีแนวรุกอันตรายที่สุดของรอบแบ่งกลุ่ม
ในรอบ 32 ทีมสุดท้าย สหรัฐอเมริกาจะพบกับ บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา รองแชมป์กลุ่ม B หากลดข้อผิดพลาดในเกมรับจากนัดล่าสุดได้ พวกเขามีโอกาสสูงที่จะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย
ออสเตรเลีย (รองแชมป์กลุ่ม D)
ออสเตรเลียเก็บได้ 4 คะแนนเท่ากับปารากวัย แต่มีผลต่างประตูได้เสียดีกว่า จึงคว้ารองแชมป์กลุ่มไปครอง แม้แนวรุกจะยิงได้เพียง 2 ประตูจาก 3 นัด แต่เกมรับที่เสียแค่ 2 ประตูตลอดรอบแบ่งกลุ่ม ถือเป็นจุดแข็งสำคัญของทีม
รอบ 32 ทีมสุดท้าย ออสเตรเลียมีโปรแกรมพบกับ รองแชมป์กลุ่ม G ซึ่งคาดว่าจะเป็นเกมที่สูสีและเน้นแท็กติกเป็นหลัก หากยังรักษาความเหนียวแน่นในแนวรับและใช้โอกาสสวนกลับได้อย่างมีประสิทธิภาพ พวกเขามีลุ้นสร้างเซอร์ไพรส์ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป
ปารากวัย (อันดับ 3 กลุ่ม D)
ปารากวัยจบอันดับ 3 ของกลุ่มด้วย 4 คะแนนเท่ากับออสเตรเลีย แต่เสียเปรียบผลต่างประตูได้เสีย ทำให้ต้องไปลุ้นโควตา 8 ทีมอันดับ 3 ที่ดีที่สุด เพื่อผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์
หากสามารถคว้าตั๋วเข้ารอบได้ ปารากวัยจะต้องพบกับ แชมป์กลุ่ม I ซึ่งอาจเป็นฝรั่งเศสหรืออีกหนึ่งทีมที่จบอันดับหนึ่งของกลุ่ม ถือเป็นงานหนักตั้งแต่รอบแรกของน็อกเอาต์ อย่างไรก็ตาม จากผลงานที่สามารถเก็บชัยชนะเหนือตุรกีและต่อสู้กับทีมแกร่งได้อย่างสูสี พวกเขายังมีศักยภาพพอจะสร้างปัญหาให้คู่แข่งได้ หากยกระดับความเฉียบคมในเกมรุกให้ดีกว่าเดิม
บทสรุปส่งท้าย
ศึกฟุตบอลโลก 2026 ในกลุ่ม D ปิดฉากรอบแรกไปอย่างสุดมัน โดยสหรัฐอเมริกาผงาดคว้าแชมป์กลุ่มด้วยเกมรุกอันจัดจ้าน ควงคู่รองแชมป์กลุ่มอย่างออสเตรเลียตีตั๋วผ่านเข้าสู่รอบ 32 ทีมสุดท้ายได้สำเร็จ ขณะที่ปารากวัยซึ่งเก็บได้ถึง 4 คะแนนในอันดับ 3 ก็มีโอกาสสูงมากที่จะได้เป็น 1 ใน 8 ทีมอันดับสามที่ดีที่สุดเพื่อไปลุยต่อในรอบน็อคเอาท์ ส่วนทูร์เคีย (ตุรกี) แม้จะฮึดสู้จนเฉือนชนะสหรัฐฯ 3-2 ในแมตช์สุดท้ายอย่างน่าประทับใจ แต่ก็มีเพียง 3 แต้ม ไม่เพียงพอต่อการไปต่อ ต้องจอดป้ายตกรอบแรกไปอย่างน่าเสียดาย

