แอลจีเรียแซงจอร์แดนสุดระทึก! เฉือนชนะ 2-1 มีลุ้นเข้ารอบบอลโลก
แอลจีเรีย ทีมแกร่งจากแอฟริกา คว้าชัยชนะนัดแรกในฟุตบอลโลก 2026 ทั้งที่เป็นฝ่ายตามหลัง จอร์แดน ในครึ่งแรก แต่มาทำ 2 ประตูในครึ่งหลัง จากผลงานของ นาดีร์ เบนบูอาลี่ และ อามีน กูอีรี่ พลิกแซงกลับมาชนะ 2-1 เก็บ 3 คะแนนสำคัญ พร้อมกับต่อลมหายใจ ยังได้ลุ้นเข้ารอบน็อกเอาท์ ฟุตบอลโลก ส่วนทางฝั่ง จอร์แดน ตกรอบเป็นที่เรียบร้อย
เหตุการณ์สำคัญในครึ่งแรก เกมระหว่าง จอร์แดน กับ แอลจีเรีย
เปิดฉากครึ่งแรก แอลจีเรีย พยายามครองเกมบุกเข้าใส่ จอร์แดน หวังที่จะเป็นฝ่ายทำประตูขึ้นนำให้ได้ก่อน แต่ทางฝั่งทีมจากเอเชีย แม้เพิ่งได้เข้ามาเล่นฟุตบอลโลกเป็นหนแรก แต่พวกเขาก็สามารถเล่นเกมรับได้อย่างเป็นระบบ และใช้เกมโต้กลับเล่นงานคู่แข่งจากแอฟริกาตอนเหนือ ซึ่งทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- แอลจีเรีย ครองบอลได้เหนือกว่าชัดเจน โดยครองบอลได้มากกว่า 70%
- จอร์แดน เล่นเกมรับอย่างเหนียวแน่น แทบไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งได้มีโอกาสลุ้นประตู
- มีประตูเกิดขึ้นในช่วงท้ายของครึ่งแรก
กลายเป็นทางฝั่ง จอร์แดน ใช้โอกาสจากจังหวะโต้กลับ นิซาร์ อัล-ราชดาน ได้บอลแล้วซัดติดไซด์ก้อย บอลผ่านมือ ลูก้า ซีดาน เข้าไปอย่างสวยงาม เป็นประตูขึ้นนำ 1-0 ในนาที 36 ที่ทำให้พวกเขากุมความได้เปรียบ ก่อนที่จะจบครึ่งเวลาแรกไปด้วยสกอร์นี้ แม้ว่าในภาพรวม แอลจีเรีย จะเป็นฝ่ายที่ครองเกมได้มากกว่าอย่างชัดเจนก็ตาม
ครึ่งหลัง จอร์แดน ยันไม่อยู่ แอลจีเรีย ได้ประตูที่ต้องการ
เริ่มเกมครึ่งหลังมาได้ไม่นาน แอลจีเรีย ได้ลุ้นประตูในนาที 53 อิบราฮิม มาซ่า ได้โอกาสสับไกด้วยขวาจากนอกกรอบเขตโทษ บอลพุ่งตรงไปที่เสาสอง แต่โดน ยาซีด อาบูไลลา นายทวารจอร์แดน ปัดทิ้งออกไปได้
ความพยายามของ เดอะ เฟนเนก เป็นผลในนาที 69 จากลูกเตะมุม ริยาด มาห์เรซ เปิดบอลโด่งไปที่หน้าประตู นาดีร์ เบนบูอาลี่ ชิงขึ้นโหม่งได้เหนือแนวรับ 2 คนของ จอร์แดน บอลผ่านมือ ยาซีด อาบูไลลา ตีเสมอให้กับทีมเป็น 1-1และในที่สุด แอลจีเรีย ได้ประตูที่พวกเขาต้องการ จากลูกเตะมุมอีกครั้ง บอลโหม่งจากเสาแรกไปถึงเสาสอง แฉลบไปเข้าทาง อามีน กูอีรี่ ซัดในจังหวะขลุกขลิกเข้าไป ช่วยให้ทีมขึ้นนำ 2-1 ในนาที 82 ของเกม หลังจากนั้นไม่มีประตูเกิดขึ้นเพิ่มเติม เป็นชัยชนะที่ส่งผลให้พวกเขาเก็บ 3 คะแนน พลิกสถานการณ์กลับมามีลุ้นเข้ารอบ ส่วน จอร์แดน ต้องจอดป้ายที่รอบแรกเท่านั้น
วิจารณ์ฟอร์มผู้เล่นหลังจบเกม
สำหรับ จอร์แดน เกมนี้ ยาซีด อาบูไลลา ผู้รักษาประตูของทีม มีส่วนสำคัญที่ช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการเสียประตู ได้นานเกิน 1 ชั่วโมง แม้จะโดนคู่แข่งโหมบุกอย่างต่อเนื่อง ส่วนอีกคนที่ทำได้ดีในเกมนี้ ก็คือ โมฮันนัด อาบู ตาฮา วิงแบ็คฝั่งซ้าย ซึ่งโดดเด่นในด้านเกมรับ
ในขณะที่ แอลจีเรีย เกมนี้เห็นได้ชัดว่า พวกเขาพึ่งพา อิบราฮิม มาซ่า จอมทัพวัย 22 ปี ในการสร้างสรรค์เกมรุก และโอกาสทำประตู แต่ยังขาดประสิทธิภาพ โดยต้องชมผลงานของ รามี่ เบนเซไบนี่ เซ็นเตอร์แบ็คของทีม รวมถึงผู้ทำประตูอย่าง นาดีร์ เบนบูอาลี่ กับ อามีน กูอีรี ซึ่ง 3 คนนี้มีส่วนสำคัญ ที่ช่วยให้ทีมเก็บ 3 คะแนนได้
เกมถัดไปของทั้ง 2 ทีม ที่สำคัญมาก พลาดไม่ได้
ทางฝั่ง จอร์แดน ถึงแม้พวกเขาจะตกรอบแน่นอนแล้ว แต่เกมสุดท้ายที่จะเจอกับ อาร์เจนติน่า ยังเป็นเกมที่พวกเขาหวังทำผลงานที่ดี เพื่อตอบแทนแฟนบอลที่เดินทางข้ามทวีป มาเป็นกำลังใจให้กับทีม และเป็นการพิสูจน์ตัวเองในการเจอกับทีมระดับโลกด้วย แต่แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เกมที่ง่ายสำหรับพวกเขา แม้ว่า อาร์เจนฯ จะเข้ารอบไปแล้ว และน่าจะพักผู้เล่นตัวหลักหลายคน
- จอร์แดน เกมหน้าจะเจอกับ อาร์เจนติน่า โดยราคาล่าสุด อาร์เจนติน่า ต่อ 1.5-2
- แอลจีเรีย เตรียมพบกับ ออสเตรีย ซึ่งราคาตอนนี้ ออสเตรีย ต่อ 0-0.5
ส่วน แอลจีเรีย การเจอกับ ออสเตรีย ที่ระบบการเล่นดุดัน เป็นทีมที่เล่นบอลเพรสซิ่งได้ดี ก็จะไม่ใช่เกมที่ง่ายสำหรับพวกเขา และคาดว่าคงไม่อาจครองบอลได้มากนัก เหมือนการเจอกับ จอร์แดน ในเกมล่าสุด คงต้องวัดกันที่ทีเด็ดทีขาดของทั้งสองทีม ใครจะทำได้ดีกว่ากัน
ทีเด็ดในเกมหน้า แนวทางติดตามเชียร์
คุณภาพในการเล่นของ จอร์แดน จากที่เราได้เห็นไปใน 2 เกมแรก ยังคงห่างจาก อาร์เจนติน่า อยู่พอสมควร แม้ว่าในเกมนี้ ฟ้าขาวน่าจะมีการพักตัวผู้เล่นหลายคน เพราะพวกเขาการันตีการเป็นที่ 1 ของกลุ่มได้แล้ว แต่ถึงอย่างนั้นตัวสำรองของพวกเขาแต่ละคน ก็มีประสิทธิภาพมากพอ โดยเฉพาะในแนวรุกที่แต่ละคนมีความกระหาย และเกมนี้ฟ้าขาวน่าจะชนะได้ไม่ต่ำกว่า 2 ลูก
แต่สำหรับเกมระหว่าง แอลจีเรีย กับ ออสเตรีย คู่นี้ผลออกได้ 3 หน้าเลย แต่ถ้าต้องวัดกันที่ประสิทธิภาพ เชื่อว่า แอลจีเรีย มีลุ้นเบียดชนะ และผ่านเข้ารอบตามหลังทีมฟ้าขาว ไปสู่รอบ 32 ทีมสุดท้าย

