ผลบอล แคนาดา vs บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 1-1 เจ้าภาพรอดตาย! ไคล์ ลาริน สวมบทฮีโร่ซัดตีเสมอ แคนาดา เจ๊า บอสเนียฯ
เกมนัดเปิดสนามกลุ่ม B ที่ โตรอนโต สเตเดียม จบลงด้วยความเข้มข้นสมการรอคอย เมื่อเจ้าภาพร่วมอย่าง แคนาดา ฮึดสู้ตบเท้าแชร์แต้มกับทีมแกร่งจากยุโรปอย่าง บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ไปแบบสุดระทึก 1-1
รายชื่อผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม
ทีมชาติแคนาดา (ระบบ 4-4-2): แม็กซิม เกรโป (GK) — อลิสแตร์ จอห์นสตัน, ลุค เดอ ฟูเฌอโรลส์, เดเร็ค คอร์เนลิอุส, ริชชี่ ลาร์เยีย — เทจอน บูแคนัน, อิสมาเอล, สตีเฟน ยูสตากิโอ, เจค็อบ แชฟเฟลเบิร์ก — โจนาธาน เดวิด, ทานี โอลูวาเซยี่
ทีมชาติบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา (ระบบ 5-3-2): นิโคลา วาซิลจ์ (GK) — อามาร์ เดดิก, นิโคลา คาทิช, ทาริก มูฮาเรโมวิช, เซอัด โโคลาซินัค, อามาร์ เมมิช — เบนจามิน ทาฮิโรวิช, อิวาน ชุนยิช, เซนิก บายรักทาเรวิช — เอร์เมดิน เดมิโรวิช, โยโว ลูคิช
เกือบพังคาบ้าน! ทัพใบเมเปิ้ลฮึดสู้ ไล่บดบอสเนียฯ หวุดหวิด 1-1 ประเดิมแต้มแรกบอลโลก
ครึ่งแรก
นาทีที่ 10 (ใบเหลืองแรก): อลิสแตร์ จอห์นสตัน กองหลังแคนาดาประเดิมสะสมใบเหลืองเรียกความเดือดตั้งแต่ออกสตาร์ทเลยครับ หลังพยายามเข้าสกัดหนักตามแท็กติกของ เจสซี มาร์ช ที่เน้นให้ลูกทีมบดบี้ทำลายเกมแดนกลางของบอสเนียฯ ทันที
นาทีที่ 21 (บอสเนียฯ ช็อกแฟนเจ้าถิ่น 0-1): แฟนบอลเจ้าบ้านพากันเงียบกริบทั้งสนาม จากจังหวะลูกตั้งเตะอันตรายที่เป็นทีเด็ดหลักของฝั่งยุโรปอยู่แล้ว โดยเป็น เซอัด โคลาซินัค ที่สะบัดบอลต่อจากลูกเตะมุมให้ โยโว ลูคิช ขึ้นขี่ส่องโขกจ่อๆ สวนตัว แม็กซิม เกรโป เข้าประตูไปอย่างเฉียบคม
นาทีที่ 44 & 45 (เดือดก่อนจบครึ่งแรก): เกมเริ่มปะทะกันหนักขึ้นในช่วงท้ายครึ่งแรกครับ สองแนวรุกของบอสเนียฯ ทั้ง เอร์เมดิน เดมิโรวิช และผู้ทำประตูอย่าง โยโว ลูคิช กอดคอโดนใบเหลืองไปติดๆ กัน ข้อหาเจตนาตัดเกมหนักเพื่อเบรกจังหวะบุกชุดใหญ่ของแคนาดา
จบครึ่งแรก (แคนาดา 0-1 บอสเนียฯ): สถิติฟ้องชัดเจนว่าแคนาดาครองบอลเหนือกว่าเบ็ดเสร็จถึง 61% แต่ปัญหาคือจังหวะเข้าทำในพื้นที่สุดท้ายยังดูรนรานและขาดความเด็ดขาด ทำให้ยังไม่สามารถเจาะรถบัสแผงหลัง 5 ตัวของบอสเนียฯ ได้
ครึ่งหลัง
นาทีที่ 60 (แก้เกมยกชุด): เจสซี มาร์ช อยู่เฉยไม่ได้แล้วครับ สั่งเปลี่ยนตัวทีเดียว 3 คนรวด ส่ง เจค็อบ แชฟเฟลเบิร์ก, อาลี อาเหม็ด และ พรอมิส เดวิด ลงมาเติมความสดและเน้นขยายพื้นที่เกมรุกให้กว้างขึ้น
นาทีที่ 66 (เคลียร์จากเส้น!): ทัพใบเมเปิ้ลชวดได้ประตูตีเสมอไปแบบน่าเสียดายสุดๆ เมื่อ ทานี โอลูวาเซยี่ เทกตัวขึ้นโขกเปลี่ยนทางบอลกำลังจะลอยข้ามเส้นอยู่แล้ว แต่ดันเจอ นิโคลา คาทิช กองหลังบอสเนียฯ พุ่งสุดตัวสไลด์เคลียร์ทิ้งจากเส้นได้หวุดหวิด
นาทีที่ 75 (จุดเปลี่ยนสำคัญ): แคนาดาตัดสินใจส่งไพ่ตายใบสุดท้ายลงสนาม โดยส่ง ไคล์ ลาริน ลงไปล่าตาข่ายแทน ทานี โอลูวาเซยี่ ที่บดมาจนล้าเต็มที
นาทีที่ 77 (ประตูตีเสมอ 1-1): ลงสนามมาได้แค่ 2 นาที ซูเปอร์ซับก็แผลงฤทธิ์ทันทีครับ! พรอมิส เดวิด ตวัดบอลเร็วเข้ากรอบเขตโทษให้ ไคล์ ลาริน แต่งบอลหนึ่งจังหวะก่อนจะกดด้วยขวาหักข้อเบียดเสาแรกเข้าประตูไปอย่างเหนือชั้น ทำเอาสนามโตรอนโตแทบแตก! ถึงแม้ฝั่งบอสเนียฯ จะพยายามประท้วงว่าเป็นลูกล้ำหน้า แต่หลังจากเช็ก VAR แล้ว ผู้ตัดสินก็ยืนยันให้เป็นประตูอย่างเป็นทางการ
นาทีที่ 90+1 (เซฟแต้มนาทีบาป): ช่วงทดเจ็บนาทีสุดท้าย ริชชี่ ลาร์เยีย ตักบอลถวายพานให้ ลาริน มีโอกาสหลุดเข้าไปซัดเหน่งๆ หวังพาทีมพลิกนรกชนะ แต่ทว่า ทาริก มูฮาเรโมวิช กองหลังบอสเนียฯ ทิ้งตัวสไลด์บล็อกลูกยิงเอาไว้ได้ทันเวลาพอดี จบเกมแบ่งแต้มกันไปแบบสุดมันส์
ฟอร์มการเล่นของทั้งสองทีม
ทัพเมเปิ้ล ลงเล่นด้วยพลังความคึกคักขั้นสุดโดยมีเสียงเชียร์ของแฟนบอลในบ้านคอยหนุนหลัง พวกเขาครองบอลบุกกดดันได้เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด และใช้ความเร็วของปีกซ้ายขวาโจมตีแนวรับบอสเนียจนหัวหมุน ทว่าปัญหาใหญ่ในเกมนี้คือความเด็ดขาดในกรอบเขตโทษ ทั้ง โจนาธาน เดวิด และ ทานี โอลูวาเซยี่ มีโอกาสทองหลายครั้งแต่กลับยิงหลุดกรอบและติดเซฟไปเองอย่างน่าเสียดาย
ต้องปรบมือให้แท็กติกของกุนซือ เซอร์เก บาร์บาเรซ ที่วางหมากมาอย่างรัดกุม บอสเนียรู้ตัวดีว่าสปีดบอลเป็นรองจึงเน้นแพ็กเกมรับให้แน่นหนาแล้วรอสวนกลับ รวมถึงใช้รูปร่างที่สูงใหญ่ให้เป็นประโยชน์ ซึ่งก็นำไปสู่ประตูขึ้นนำจากลูกเตะมุมในครึ่งแรก ทว่าข้อเสียคือพอเข้าสู่ครึ่งหลัง แผงหลังเริ่มมีอาการล้าอย่างเห็นได้ชัดเมื่อโดนบดหนักๆ จนความนิ่งเริ่มหายไปในสิบห้านาทีสุดท้าย
เกมถัดไปของทั้งสองทีม
หลังจากแบ่งแต้มกันไปทีมละ 1 คะแนน สถานการณ์ในเกมนัดที่สองของทั้งคู่ถือว่ามีความสำคัญทวีคูณและเจองานที่ต่างสไตล์กันออกไปครับ
- แคนาดา พบ กาตาร์: ทัพใบเมเปิ้ลยังคงได้ปักหลักเล่นในบ้านตัวเองต่อ เกมนี้โจทย์เดียวคือต้องเดินหน้าฆ่ามันเพื่อเก็บ 3 แต้มเต็มให้ได้ หากยังหวังที่จะผ่านเข้ารอบต่อไป
- บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา พบ สวิตเซอร์แลนด์: บอสเนียต้องโคจรไปเจอศึกหนักร่วมทวีปยุโรปกับทัพนาฬิกา ถือเป็นมวยถูกคู่ที่จะชี้ชะตาการเข้ารอบของกลุ่มนี้เลยก็ว่าได้
สรุปการแข่งขัน
ครึ่งแรกกลายเป็นฝั่งบอสเนียที่ทำช็อกแฟนบอลเจ้าถิ่น ฉวยโอกาสน็อกนำก่อน 1-0 ในนาทีที่ 21 จากจังหวะเตะมุมที่ เซอัด โคลาซินัค สะบัดต่อให้ โยโว ลูคิช ขึ้นโขกจ่อๆ ไม่เหลือซาก แต่หนังคนละม้วนเกิดขึ้นในครึ่งหลังเมื่อแคนาดาแก้เกมบุกแหลก และความพยายามก็สัมฤทธิ์ผลในนาทีที่ 78 จากความเฉียบคมของตัวสำรองอย่าง ไซล์ ลาริน ที่เพิ่งลงสนามมาได้แค่ 2 นาที แต่งเข้าขวาแล้วกดหักข้อเบียดเสาแรกเข้าไปอย่างสุดสวยให้แคนาดาตีเสมอเป็น 1-1
ช่วงเวลาที่เหลือเจ้าภาพโหมบุกหนักหวังแซงชนะแต่เจาะไม่เข้า จบเกมแบ่งแต้มกันไปแบบสนุก ซึ่ง 1 คะแนนในนัดนี้ทำให้ แคนาดาจารึกประวัติศาสตร์คว้าแต้มแรกในฟุตบอลโลกได้สำเร็จ เป็นการเริ่มต้นทัวร์นาเมนต์ในฐานะเจ้าภาพที่น่าปรบมือให้จริงๆ ครับ

