ฟุตบอลโลก 2026 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม D | สนาม Levi’s Stadium, ซานตาคลารา สหรัฐอเมริกา ตุรกี 0-1 ปารากวัย พลิกความคาดหมายที่สุดของฟุตบอลโลก 2026 ต้องยกให้นัดนี้ ตุรกีที่ครองบอลเหนือกว่าคู่แข่งแทบทั้งเกมและยิงไปถึง 32 ครั้ง กลับต้องพ่ายแพ้ปารากวัยที่เหลือผู้เล่น 10 คนตั้งแต่ช่วงทดเวลาครึ่งแรก ด้วยสกอร์ 0-1 ส่งผลให้ทีม ตกรอบฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการ หลังพ่ายติดต่อกัน 2 นัดรวด
รายชื่อผู้เล่นตัวจริงที่ลงสนาม
ตุรกี
ผู้รักษาประตู: อูกูร์จาน ชากึร์
กองหลัง: แมร์ท มุลดูร์, เมริห์ เดมิราล, อับดุลเคริม บาร์ดักชึ, แฟร์ดี คาดึโอลู
กองกลาง: ฮากัน ชัลฮาโนลู กัปตันทีม, อิสมาอิล ยุคเซค, ยูนุส อักกุน, อาร์ดา กูแลร์
กองหน้า: เคนาน ยึลดึซ, เคเรม อักเติร์กโคลู
ปารากวัย
ผู้รักษาประตู: ออร์ลันโด กิล
กองหลัง: ฮวน คาเซเรส, กุสตาโว โกเมซ กัปตันทีม, โอมาร์ อัลเดเรเต, ฮูเนียร์ อาลอนโซ
กองกลาง: มิเกล อัลมิรอน , อันเดรส คูบาส, ดิเอโก โกเมซ, มาเตียส กาลาร์ซา
กองหน้า: อิซิดโร ปิตตา, ฮูลิโอ เอนซิโซ
ครองบอล 80% แต่แพ้ ตุรกีตกรอบโลกหลังปารากวัยยืนหยัดด้วยเกมรับเหนียวแน่น
2′ GOAL! ปารากวัยขึ้นนำ! เริ่มเกมได้เพียง 65 วินาที มาเตียส กาลาร์ซา ยิงประตูที่เร็วที่สุดของทัวร์นาเมนต์นี้ ซัดบอลเข้ามุมเสาใกล้ ทำให้สแตนด์ทั้งสนามเงียบกริบ
14′ อาร์ดา กูแลร์ได้จังหวะดีในกรอบเขตโทษ แต่ยิงข้ามคานไปอย่างน่าเสียดาย
33′ แมร์ท มุลดูร์โหม่งบอลจากลูกฟรีคิกอันแสนแยบยลของฮากัน ชัลฮาโนลู โดนคานและเสาก่อนหลุดออกมา ปารากวัยรอดตายอย่างหวุดหวิด
45+3′ ใบแดง! จุดเปลี่ยนเกม! มิเกล อัลมิรอน ถูกไล่ออกจากสนามหลังโดน VAR ตรวจสอบกรณีปิดปากในจังหวะปะทะกับมุลดูร์ ปารากวัยต้องเล่นด้วย 10 คนตลอดครึ่งหลัง
ครึ่งแรกจบ: ตุรกี 0-1 ปารากวัย — ครองบอล 78% แต่ยิงเข้ากรอบเพียง 2 ครั้ง
48′ เริ่มครึ่งหลัง ตุรกีดันเกมรุกทันที ยึลดึซยิงสามนาทีหลังพักครึ่ง แต่โดนตาข่ายด้านข้างจากมุมแคบ
56′ บาร์ดักชึแทงบอลเข้ากรอบเขตโทษอีกครั้ง แต่ไม่มีใครสอยติด
62′ ยึลดึซจ่ายบอลแบบ dink เข้ากรอบหกหลา ให้เดนิซ กุลโหม่ง แต่จังหวะขาดพลัง
70′ ฮูลิโอ เอนซิโซเกือบเพิ่มสกอร์ให้ปารากวัย วิ่งทะลุจากปีกขวา ก่อนยิงออกนอกเสาซ้ายไปอย่างน่าเสียดาย
75′ กุลโหม่งบอลฟรีไม่มีคนประกบ แต่ยิงตรงมือออร์ลันโด กิลที่เซฟไว้ได้
80′ มอนเตลล่า ผู้จัดการทีมตุรกี โดนใบเหลืองหลังประท้วงการตัดสินของผู้ตัดสิน บรรยากาศในสนามตึงเครียดขึ้น
89′ โอกาสทองสุดท้าย! อุซุนยิงจากระยะ 18 หลา แต่ออร์ลันโด กิลพุ่งเซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม กุลตามเก็บลูกรีบาวด์ระยะใกล้แต่พลาดเป้า
90+5′ วินาทีสุดท้าย! เดมิราลโหม่งบอลจากลูกเปิดของกูแลร์จากปีกซ้าย บอลพุ่งเฉียดเสาขวาออกไปอย่างหวุดหวิด
ฟอร์มการเล่นของทั้งสองทีม
ตุรกี : เข้าทัวร์นาเมนต์นี้ในฐานะ “ม้ามืด” หลังเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายยูโร 2024 และคว้าชัยมา 7 จาก 8 นัดหลังสุดในรอบคัดเลือก แต่กลับผิดหวังซ้ำสอง พ่ายออสเตรเลีย 0-2 ในนัดแรกทั้งที่ยิงไป 30 ครั้ง ก่อนพ่ายปารากวัยอีกนัด รวมยิง 62 ครั้งใน 2 นัดโดยไม่ได้ประตูเลย – สถิติแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกสำหรับ 2 นัดติดต่อกัน ปัญหาหลักคือขาดความเฉียบคมหน้าประตูทั้งที่มีผู้เล่นคุณภาพอย่างกูแลร์, ยึลดึซ และชัลฮาโนลู
ปารากวัย : เข้าทัวร์นาเมนต์ในฐานะรองบ่อน หลังเปิดสนามพ่ายสหรัฐฯ ยับเยิน 1-4 ทีม “ลา อัลบิร์โรฮา” มีจุดอ่อนเรื่องประสิทธิภาพทำประตู (ยิงได้แค่ 1 ลูกใน 4 จาก 6 นัดหลังสุดก่อนทัวร์นาเมนต์) แต่จุดแข็งคือวินัยเกมรับและการสวนกลับ ซึ่งเห็นชัดในนัดนี้ที่ยืนหยัดรับแรงกดดันมหาศาลตลอด 88 นาทีทั้งที่เหลือ 10 คน
เกมถัดไปของทั้งสองทีม
ตุรกี พบ สหรัฐอเมริกา วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2026
สำหรับตุรกี เนื่องจากทีม “บั้งดวงจันทร์” ตกรอบฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการไปแล้วหลังพ่ายแพ้ติดต่อกัน 2 นัดรวด (ออสเตรเลีย และปารากวัย) ไม่มีหนทางใดที่จะพลิกกลับมาผ่านเข้ารอบต่อไปได้อีก แม้จะเอาชนะสหรัฐฯ ในนัดนี้ก็ตาม สิ่งที่ทีมตุรกีทำได้คือการเล่นเพื่อศักดิ์ศรี ปิดท้ายทัวร์นาเมนต์
ปารากวัย พบ ออสเตรเลีย วันพฤหัสบดีที่ 25 มิถุนายน 2026
นัดชี้ชะตาตัวจริง ของกลุ่ม D เพราะสหรัฐฯ การันตีแชมป์กลุ่มไปแล้ว ทำให้เหลือเพียงตำแหน่งรองแชมป์กลุ่มเพียงตำแหน่งเดียวที่ยังว่างอยู่ ทั้งปารากวัยและออสเตรเลียต่างมี 3 แต้มเท่ากันหลังจบนัดที่สอง (ปารากวัยชนะตุรกี 1-0 ส่วนออสเตรเลียแพ้สหรัฐฯ 0-2) นั่นหมายความว่าทั้งสองทีมยังมีโอกาสไปต่อสู่รอบน็อกเอาต์เท่ากัน
สรุปการแข่งขัน
แม้ตุรกีจะครองบอลถึง 78-80% และยิงไป 32 ครั้งตลอดเกม แต่ความผิดพลาดต้นเกมที่ปล่อยให้กาลาร์ซายิงได้ในวินาทีที่ 65 กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่แก้ไม่ตกตลอด 90 นาที แม้จะได้เปรียบจำนวนผู้เล่นหลังปารากวัยโดนไล่ออกตั้งแต่ทดเวลาครึ่งแรก
ฝั่งปารากวัยแม้เล่นด้วย 10 คนเกือบทั้งครึ่งหลัง แต่ออร์ลันโด กิลโชว์ฟอร์มเทพ เซฟลูกอันตรายได้ถึง 5 ครั้ง ผนวกกับวินัยเกมรับที่ยอดเยี่ยมของทั้งทีม ทำให้สามารถรักษาคลีนชีตและคว้าชัยชนะอันมีค่ากลับไปได้
ผลการแข่งขันนี้ส่งผลให้ ตุรกีตกรอบฟุตบอลโลก 2026 อย่างเป็นทางการ หลังพ่ายแพ้ติดต่อกัน 2 นัดรวด ปิดฉากการกลับมาสู่เวทีฟุตบอลโลกครั้งแรกในรอบ 24 ปีอย่างน่าผิดหวัง

