ผลของการที่ สกอตแลนด์ คว้าอันดับ 1ใน ตารางคะแนนบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรป กลุ่มซี ทำให้พวกเขาตีตั๋วเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก ได้เป็นหนแรก หลังจากที่ห่างหายไปนานมาก ๆ ไม่ได้เข้าร่วมเลยตั้งแต่ฟรองซ์ 98 และเตรียมที่จะลงเล่นนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่ม เจอกับ เฮติ ที่ห่างจากเวทีนี้ไปนานมากยิ่งกว่า (ตั้งแต่ปี 1974) โดยจะลงแข่งขันในวันที่ 14 มิ.ย.นี้ รอติดตาม
ส่องความพร้อมของท้ังสองทีม ก่อนดวลแข้ง สกอต – เฮติ 14 มิ.ย.
เกมที่ สกอตแลนด์ ทีมอันดับ 1 เตรียมจะลงแข่งขัน เจอกับ เฮติ ในรอบแบ่งกลุ่ม วันที่ 14 มิ.ย.นี้ สำหรับแฟนบอลหลาย ๆ คน คือเกมที่แฟน ๆ สกอตรอคอยมานานมาก เพราะว่าทีมไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกได้เลย นับตั้งแต่ปี 1998 กว่าจะได้กลับมาสู่เวทีนี้อีกครั้ง แถมยังมาอย่างสมศักดิ์ศรี ด้วยผลงานที่ทีมได้ทำเอาไว้
- ก่อนที่จะจับสลากรอบคัดเลือก ความจริงแล้ว สกอตแลนด์ คือทีมในโถที่ 3 ด้วยอันดับ 45 ในฟีฟ่า แรงกิ้ง
- เดนมาร์ก คือทีมในโถที่ 1 (อันดับ 21) และ กรีซ คือทีมในโถที่ 2 (อันดับ 39)
- แต่ผลที่ออกมา เรียกได้ว่า เซอร์ไพรส์มาก เพราะกลายเป็น สกอตแลนด์ ที่เข้ารอบเป็นที่ 1 ของกลุ่ม
- ส่วนทางฝั่ง เฮติ พวกเขาเองก็ปาดหน้าทั้ง คอสตาริก้า และ ฮอนดูรัส กลายเป็นทีมที่ได้เข้ารอบแบบอัตโนมัติ
อันที่จริง เกมแรกที่ สกอตแลนด์ บุกไปแบ่งแต้มกลับออกมาได้จากบ้านของ เดนมาร์ก (เสมอ 0-0) ถือเป็นผลงานที่สำคัญ ซึ่งหลังจากนั้น พวกเขาเก็บชัย 3 นัดรวด ชนะ เบลารุส เหย้า-เยือน แล้วก็เปิดบ้านชนะ กรีซ 3-1 และทำให้พวกเขาอยู่ในสถานการณ์ที่ดีมาก ๆ ก่อนที่จะลงเล่นสองเกมสุดท้ายของกลุ่ม
ผลเกมที่ 5 ที่ทำให้แข้งสกอตตกที่นั่งลำบาก
หลังจากที่ผ่านไป 4 นัด สถานการณ์ของ ตารางคะแนนบอลโลกรอบคัดเลือกโซนยุโรป กลุ่มซี สกอตแลนด์ มี 10 คะแนนเท่ากับ เดนมาร์ก ในขณะที่ กรีซ มีอยู่ 6 คะแนน และในเกมที่ 5 ก็เป็น กรีซ ที่เปิดบ้านเฉือนชนะ สกอตแลนด์ ไปแบบหวุดหวิด 3-2 ทำให้พวกเขาตกที่นั่งลำบากทันที แต่ยังโชคดีที่อีกสนาม เดนมาร์ก ที่เล่นในบ้าน ดันทำได้แค่เสมอบ๊วยของกลุ่มอย่าง เบลารุส 2-2 ทั้งที่ก่อนหน้านี้ เดนิช เป็นฝ่ายที่บุกไปถล่มมา 6-0 ถึงบ้านเลยด้วยซ้ำ ทำให้ต้องไปลุ้นต่อในเกมสุดท้าย
นัดสุดท้ายสุดบ้าคลั่ง ของชาวสกอตติชทุกคน
สำหรับขุนพลตาร์ตัน ไม่มีทางเลือกนอกจากต้องเปิดบ้านชนะให้ได้ เพียงสถานเดียวเท่านั้น ถึงจะมีคะแนนแซงขึ้นไป แล้วปาดหน้าทีมโคนม ตีตั๋วไปเล่นฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย เพราะก่อนเกม พวกเขาตามหลัง เดนมาร์ก อยู่ 1 คะแนน เริ่มเกมมาได้แค่ 3 นาที สกอตแลนด์ ก็ขึ้นนำจากลูกตีลังกายิงสุดสวยของ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ เรียกเสียงเฮของแฟนบอลเจ้าถิ่นได้แบบดังลั่นทั้งสนาม แต่หลังจากนั้นก็มีประตูเกิดขึ้นทั้ง 2 ฝั่ง จนเวลาผ่านไป 90 นาที เข้าสู่ช่วงทดเจ็บแล้ว สกอร์เสมอกันอยู่ 2-2 โดยที่ เดนมาร์ก เหลือผู้เล่น 10 คนมาครึ่งชั่วโมงแล้วด้วย และ ในนาที 90+3 แฟนบอลสกอตได้เฮกันลั่นสนามยิ่งกว่าลูกแรก เมื่อ คีแรน เทียร์นีย์ ปั่นโค้งด้วยซ้ายจากนอกเขต เสียบมุมเข้าไป แถมยังมาได้ เคนนี่ แม็คลีน ยิงครึ่งสนามปิดท้ายในนาที 90+8 แล้วจบเกมด้วยชัยชนะ 4-2 ของ สกอตแลนด์ ตีตั๋วไปบอลโลกในค่ำคืนที่เป็นที่สุดของความบ้าคลั่ง
เส้นทางต่อไปของสกอตแลนด์ คือ รอบแบ่งกลุ่มบอลโลก เจอกับ เฮติ
ทั้ง สกอตแลนด์ ทีมที่เป็นที่ 1 ในกลุ่มของพวกเขา ทั้ง เฮติ ที่เป็นที่ 1 ของกลุ่มซี ในโซนคอนคาเคฟ ทั้งสองทีมต่างก็มีผลงานที่เป็นเซอร์ไพรส์ ในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา สิ่งที่สองทีมนี้เหมือนกัน ก็คือก่อนจับสลากรอบคัดเลือก ทั้งคู่คือทีมในโถ 3 ไม่ได้เป็นทีมวางของกลุ่มเลยด้วยซ้ำ
- สก็อตแลนด์ หักด่าน 2 ทีมวางของกลุ่มอย่าง เดนมาร์ก และ กรีซ เข้ารอบเป็นที่ 1 ของกลุ่ม
- เฮติ อาจเซอร์ไพรส์ยิ่งกว่า เพราะพวกเขาทำคะแนนได้เหนือกว่าทั้ง คอสตาริก้า และ ฮอนดูรัส เข้ารอบหน้าตาเฉย
- ย้ำอีกที เฮติ – สกอตแลนด์ แข่งในวันที่ 14 มิ.ย. โดยเวลาไทยก็คือเป็นวันหยุดของหลาย ๆ คนด้วย เตะ 8 โมงเช้า
ลำดับต่อมาเราจะมาดูผลงานของ เฮติ กันบ้าง ซึ่งผลที่พวกเขาชนะ 2 นัดสุดท้าย มีชัยเหนือ คอสตาริก้า 1-0 และปิดท้ายด้วยการชนะ นิคารากัว 2-0 โดยที่ผลคู่อื่นก็เป็นใจ ทำให้พวกเขาได้ผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก ก่อนที่จะมีเกมอุ่นเครื่อง เตรียมความพร้อมก่อนเริ่มเตะรอบแบ่งกลุ่ม ซึ่งเกมล่าสุด เฮติ ถึงขั้นที่พวกเขาถล่ม นิวซีแลนด์ ไปถึง 4-0
ทายผลสกอร์ วิเคราะห์ความน่าจะเป็น
ราคาที่เปิดมา สกอตแลนด์ ต่อ เฮติ 1 ลูก หรือบางแห่งไหลขึ้นไปเป็น 1-1.5 เห็นได้ชัดว่า ขุนพลตาร์ตัน ถูกหลายฝ่ายมองว่าเหนือกว่า น่าจะเก็บชัยชนะได้ ซึ่งด้วยคุณภาพของทีม ที่มีทั้ง สกอตต์ แม็คโทมิเนย์, จอห์น แม็คกินน์, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน รวมถึง ไรอัน คริสตี้ แน่นอนว่าพวกเขามีภาษีที่ดีกว่าอยู่แล้ว
แม้ว่า เฮติ จะมีทีเด็ดอย่าง ฌอง-ริคเนอร์ เบลเลการ์ด กับ ดัคเค่นส์ นาซอน แต่การเจอกับทีมแกร่งจากยุโรปอย่าง สกอตแลนด์ ในตอนนี้ พวกเขาไม่น่าต้านได้ไหว และ เฮติ น่าจะเป็นฝ่ายแพ้ไปด้วยสกอร์ 1-3 เป็น 3 คะแนนของทัพตาร์ตัน

