เจ้าของบัญชีอินสตาแกรม ที่มีผู้ติดตามมากที่สุด และเป็นนักบอลที่รวยที่สุดในโลก อย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กำลังได้รับความสนใจจากแฟนบอลทั่วโลก ที่อยากรู้ว่าบทสรุปของเขา ในการลงเล่นตาม ตารางการแข่งขันฟุตบอลโลก เป็นสมัยที่ 6 นั้น จะลงเอยอย่างไร เพราะยังไม่เคยมีครั้งไหน ที่เขาสามารถช่วยให้ทีมชาติโปรตุเกส ผ่านเข้าไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้เลยสักครั้ง
เชค ตารางการแข่งขันฟุตบอลโลก ทีมชาติโปรตุเกส ก่อนตามเชียร์
ข้อมูลจาก Forbes ในปี 2026 เปิดเผยว่านักกีฬาที่มีรายได้สูงเป็นอันดับ 1 ในปีล่าสุด ก็คือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ที่กำลังเตรียมลงสนามตาม ตารางการแข่งขันฟุตบอลโลก ครั้งนี้
โดยจากข้อมูลเปิดเผยว่า เขามีรายได้ 300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสูงกว่า คาเนโล่ อัลวาเรซ นักมวยชาวเม็กซิโก รวมถึง ลิโอเนล เมสซี่ ยอดนักเตะชาวอาร์เจนไตน์ รวมไปถึง เลบรอน เจมส์ นักบาสเกตบอลเอ็นบีเอ และแน่นอนว่าเมื่อฟุตบอลโลก รายการกีฬาแบบเดี่ยว (ไม่ใช่มหกรรมกีฬาแบบโอลิมปิก) มาถึงแบบนี้ ทุกสายตาจะให้ความสนใจไปที่เขาอย่างเต็มที่
- จากลิสต์นักกีฬาที่มีรายได้ต่อปีสูงที่สุดในโลก ตอนนี้ โรนัลโด้ คือคนที่มีรายได้สูงเป็นอันดับที่ 1
- รายได้ในปีล่าสุดของเขา (300 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) มากกว่าที่ 2 คาเนโล่ อัลวาเรซ (170 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เกือบเท่าตัว
- นี่ไม่ใช่ปีแรกที่ โรนัลโด้ เป็นอันดับ 1 แต่เขาอยู่ในอันดับนี้มา 4 ปีติดต่อกันแล้ว
และเมื่อบวกกับการที่ โรนัลโด้ ก็เป็นคนที่มีผู้ติดตามในไอจี สูงที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยที่กำลังจะลงสนามในเวิลด์คัพเป็นครั้งสุดท้ายแบบนี้ ไม่ว่าคุณจะเป็น 1 ในฟอลโลเวอร์ของเขาหรือไม่ก็ตาม แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่จะเป็นเหตุการณ์ที่น่าติดตามมากที่สุดของปีนี้ แต่ก่อนอื่นเราจะไปเช็คตารางแข่ง ของทัพฝอยทองในบอลโลกรอบนี้กัน
รอบแบ่งกลุ่ม โปรตุเกส เจองานไม่น่ายากเกินแรง
หากเทียบกับกลุ่มของ ฝรั่งเศส หรือกลุ่มของ เนเธอร์แลนด์ คงต้องถือได้ว่า โรนัลโด้ เป็รนักฟุตบอลที่รวยที่สุดในโลก แห่งทีมชาติโปรตุเกส ไม่ได้เจอกับงานหนักมากเท่า โดยจาก ตารางการแข่งขันฟุตบอลโลก เกมแรกของกลุ่มเค พวกเขาจะเริ่มด้วยการเจอกับ ดีอาร์ คองโก ในวันที่ 18 มิ.ย. เวลาเที่ยงคืนตรง ต่อด้วยเกมที่ 2 ของกลุ่ม เจอกับ อุซเบกิสถาน ในวันที่ 24 มิ.ย คิกออฟตีสอง และปิดท้ายรอบแบ่งกลุ่ม ด้วยการเจอกับ โคลอมเบีย ที่ถูกคาดว่าจะเป็นเกมตัดสินทีมแชมป์กลุ่ม ซึ่งจะแข่งขันในวันที่ 28 มิ.ย. ให้แฟน ๆ ในบ้านเราได้ลุ้นกันแต่เช้า เวลา 06.30 น. โดยเกมตัดสินเกมนี้ ใครที่ตื่นเช้าวันอาทิตย์ ก็ลุกขึ้นมาเปิดจอดูได้เลย
ผลงานที่น่าจะเป็นของทัพฝอยทอง ในเกมรอบแบ่งกลุ่ม
สำหรับเกมที่ต้องเจอกับ ดีอาร์ คองโก ในนัดแรก ถือเป็นเกมที่หลายฝ่ายต่างก็มองว่า ด้วยราคาที่เปิดมา โปรตุเกส ต่อ 1.5-2 แบบนี้ พวกเขาไม่น่าพลาดที่จะเก็บ 3 คะแนน ประเดิมเกมแรก อยู่ที่ว่าจะชนะกี่ประตูเท่านั้น รวมถึงเกมที่ 2 ด้วยเช่นกัน เปิดราคามา ต่อ 1.5-2 ในเกมที่เจอกับ อุซเบกิสถาน ที่เข้ามาบอลโลก ครั้งแรก คุณคิดว่าพวกเขาจะสะดุดเสียแต้มอย่างนั้นเหรอ?
ส่วนเกมสุดท้ายที่ต้องเจอกับ โคลอมเบีย จากราคาในตอนนี้ ดูสูสีกันมาก เพราะ โปรตุเกส ต่อแค่ 0-0.5 เท่านั้น ซึ่งดูจากทรงแล้วพวกเขาถูกมองว่า มีโอกาสสูงที่จะเสมอ หรืออาจเบียดชนะไปอย่างหวุดหวิด แต่ที่แน่ ๆ ก็คือมีโอกาสสูง ที่จะได้ผ่านเข้ารอบเป็นที่ 1 ของกลุ่ม
ความคาดหวัง ที่แฟนบอลอยากเห็นจาก โรนัลโด้
เมื่อทุกคนรู้ว่า นี่อาจเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายที่ โรนัลโด้ นักบอลที่รวยที่สุดในโลก จะมีชื่อลงแข่งขันใน ตารางการแข่งขันฟุตบอลโลก เพราะการลงสนามด้วยวัย 41 ปี คงเป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่จะมีครั้งหน้า ที่ต้องลงเล่นด้วยวัย 45 ปี ดังนั้นหลาย ๆ คนจึงคาดหวังที่จะได้เห็นผลงาน การทำประตูให้มากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้
- เกมกับ ดีอาร์ คองโก และ อุซเบกิสถาน หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า จะเป็น 2 เกมที่ทำให้ โรนัลโด้ เพิ่มสถิติทำประตูได้
- จากการแข่งขันฟุตบอลโลกมาก่อนหน้านี้ 5 สมัย 2022 โรนัลโด้ ทำไปทั้งหมด 8 ประตู
- ทุกประตูที่ โรนัลโด้ ทำได้ เกิดขึ้นในรอบแบ่งกลุ่มทั้งหมด ยังไม่มีประตูในรอบน็อกเอาท์
ดังนั้นในศึกเวิลด์ คัพครั้งนี้ แฟนบอลทั่วโลก รวมถึงเหล่ากูรูนักวิจารณ์ ต่างก็คาดหวังว่า จะได้เห็น โรนัลโด้ ยิงกระจายตั้งแต่รอบแรก แล้วก็ปลดล็อกลูกแรกได้สักที ในเวทีรอบน็อกเอาท์ ต่อจากนั้นก็พาทีมเข้ารอบไปให้ไกลที่สุด
บิ๊กแมตช์หยุดโลก รออยู่ในรอบน็อกเอาท์
ในยุคของ โรนัลโด้ – เมสซี่ โปรตุเกส ยังไม่เคยเจอกับ อาร์เจนติน่า ในฟุตบอลโลก เลยสักครั้ง แต่ในการแข่งขันครั้งนี้ หากทั้งสองทีมเข้ารอบเป็นที่ 1 ของกลุ่มตัวเองได้ทั้งคู่ เส้นทางของทั้งสองทีม จะไปบรรจบกันในรอบ 8 ทีมสุดท้าย เมื่อวิเคราะห์ดูจากสายการแข่งขันล่วงหน้า
ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าหากทั้งสองทีมได้โคจรมาเจอกันจริง ๆ นี่คือคู่หยุดโลกอย่างไม่ต้องสงสัย และบางทีความสนใจที่ได้รับ อาจไม่แพ้ในคู่ที่ บราซิล เจอกับ อังกฤษ ในรอบเดียวกันด้วย (ถ้าทั้งคู่เข้าที่ 1 ของกลุ่ม ก็มีโอกาสได้เจอกัน)

